การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล กับก้าวสู่การเป็นผู้นำทางความคิด
นายโรเบิร์ต นีเวลล์, รองประธานฝ่ายวิศวกรรมโซลูชั่นและผู้เชี่ยวชาญด้านการขายประจำอาเซียน, เซลส์ฟอร์ซ ได้เขียนบทความถึงวิธีการที่ CIO สามารถปลูกฝังความยืดหยุ่นไว้ในธุรกิจและก้าวสู่การเป็นผู้นำทางความคิดไว้ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายๆ บริษัทรับทราบถึงความเป็นจริงว่าบริษัทของตนเองไม่ได้มีความพร้อมหรือความยืดหยุ่นเท่าที่คิดมาตลอด ก่อนหน้านี้หลายๆ บริษัทมองว่า ‘Digital Transformation’ หรือการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเป็นเพียงตัวเลือกนึงสำหรับธุรกิจเท่านั้น แต่ในวันนี้การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลได้กลายเป็นความจำเป็นอันดับต้นๆ ของธุรกิจเสียด้วยซ้ำ ในทั่วทุกอุตสาหกรรมเรากำลังมองเห็นถึงความต้องการในธุรกิจรูปแบบดิจิทัลที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมทั้งต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และให้เวลาที่รวดเร็วในการสร้างมูลค่าที่มากขึ้น
ซึ่งนี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยากลำบาก แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลแบบไซโลที่ไม่สามารถนำไปใช้ต่อได้ และระบบที่เก่าแก่ อีกทั้งความสามารถทางเทคนิคที่ไม่เพียงพอ ก็มักจะเป็นปัจจัยที่คอยขัดขวางไม่ให้บริษัทก้าวไปข้างหน้า ซึ่งทั้งหมดนี้มีผลต่อการทำงานของซีไอโอ หรือผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศด้วยกันทั้งสิ้น ซีไอโอจำนวนมากเริ่มได้รับหน้าที่ในการสร้างคอนเซปต์ใหม่ๆ และปลูกฝังความยืดหยุ่นภายในองค์กรมากขึ้น เพื่อตอบรับเส้นทางการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ดังนั้นวิธีสำคัญ 3 ประการที่ซีไอโอจะสามารถวางตำแหน่งธุรกิจของตนเองให้ดีขึ้น เพื่อตอบสนองและฟื้นตัวจาก Future Shocks รวมถึงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว ได้แก่
1. รักษาความปลอดภัยด้านไอทีและทิศทางของธุรกิจ
เมื่อก่อนกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลมักได้รับการขับเคลื่อนโดยซีไอโอและเจ้าของธุรกิจเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแต่ละเจ้าล้วนมี KPI ที่แตกต่างกัน แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วและความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกๆ วัน นั่นหมายความว่าเวลาที่บริษัทกำลังมีอยู่ในปัจจุบันจะเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้วัตถุประสงค์ของลูกค้าและธุรกิจมีความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นการแยกทีมระหว่างทีมธุรกิจและทีมไอทีภายในบริษัทจะทำให้พลาดโอกาสใหม่ๆ จากเทคโนโลยีได้ และที่เลวร้ายที่สุดคือมันจะทำให้เกิดความวุ่นวายเกินจำเป็นอีกด้วย เพื่อเป็นการป้องกันความโกลาหลและการลงทุนที่สูญเปล่า ซีไอโอควรต้องพิจารณาถึงวิธีการที่จะสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลให้มีความสอดคล้องไปกับทิศทางธุรกิจของตนเอง โดยต้องไม่ลืมวัดผลลัพธ์ เพื่อนำมาประเมินความสำเร็จที่เกิดขึ้นในภายหลัง
2. สร้างสถาปัตยกรรมบริษัทให้ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล พร้อมให้ความสำคัญกับการต่อยอดทักษะ
ในปัจจุบันข้อมูลหรือ Data เข้ามามีบทบาทต่อการทำธุรกิจและการตัดสินใจของหลายๆ บริษัทมากขึ้น โดยเข้ามาเป็นตัวช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถสร้างแหล่งรายได้ใหม่ และค้นหาวิธีการใหม่ๆ ในการติดต่อกับซัพพลายเออร์ รวมไปถึงทำความเข้าใจและยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางของธุรกิจ โดยในหลายๆ กรณี ข้อมูลไม่ได้เป็นปัจจัยถ่วงความก้าวหน้าของบริษัท แต่วิธีการที่ระบบของบริษัทถูกตั้งค่าเพื่อจัดการกับข้อมูลเหล่านี้ต่างหาก
ดังนั้นซีไอโอควรตั้งคำถามว่าความสามารถและฟังก์ชั่นทางเทคนิคแบบไหนบ้างที่มีความจำเป็นต่อบริษัท เพื่อให้ระบบข้อมูลของบริษัทสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึงพิจารณาว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะลงตัวและผสานเข้ากับมุมมองทางเทคโนโลยีที่มีอยู่ของบริษัทได้อย่างไรบ้าง และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเป็นไปอย่างไรในอนาคต นอกเหนือจากการสร้างสถาปัตยกรรมบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การเปลี่ยนผ่านไปสู่การประมวลผลรูปแบบคลาวด์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมไปถึงการพัฒนาแอปต่างๆ ก็มีความสำคัญต่อธุรกิจด้วยเช่นกัน ซีไอโอจำเป็นต้องพิจารณาถึงวิธีการใช้ประโยชน์และสร้างทักษะที่จำเป็นภายในองค์กร อาทิเช่น วิธีการสร้างความคิดเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและตรงประเด็น และวิธีการลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นต้น
3. ควรเลือกใช้โปรแกรมที่ยืดหยุ่น เพื่อริเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ ใต้งบประมาณที่ถูกกำหนด
ซีไอโอส่วนใหญ่มักต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากโปรเจ็กต์งานไอทีจำนวนมากในหลายๆ ธุรกิจล้วนต้องแข่งขันกันเพื่อเข้าถึงทรัพยากรที่มีจำกัด ดังนั้นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ของซีไอโอคือการมองหาโอกาสในการลดต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นในโครงสร้าง การให้คำปรึกษา การนำมาปรับใช้งาน ไปจนถึงการฝึกอบรมและใบอนุญาตลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ต่างๆ เป็นต้น
เพราะงบประมาณอาจเป็นเรื่องจำกัด ดังนั้นการเลือกใช้ระบบจากผู้ให้บริการที่ยืดหยุ่นจึงเป็นทางออกที่ดี ก่อนหน้านี้ขอบเขตข้อตกลงในการใช้โปรแกรมและซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่มักจะไม่สามารถใช้ได้อย่างสอดคล้องกับความต้องการและรูปแบบการทำงานของบริษัท ส่งผลให้ซีไอโอต้องแสวงหาโครงสร้างข้อตกลงที่มีความยืดหยุ่นและดีลที่น่าสนใจในงบประมาณที่เหมาะสม ด้วยโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่น ซีไอโอจะสามารถวางตำแหน่งทิศทางการทำงานของธุรกิจได้ดีขึ้น และลดต้นทุนในการเป็นเจ้าของใบอนุญาตและลดขนาดคลังสินค้า รวมถึงรับประกันนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

