กุลภา วจนสาระ นักปฏิบัติการวิจัย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม (วปส.) มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวบรรยายเรื่อง “ชีวิตและความหวังของผู้ต้องขังหญิงต่างชาติในเรือนจำไทย” ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 12 หัวข้อ “ประเทศไทยกับศตวรรษแห่งการย้ายถิ่นข้ามชาติ” ที่อาคารประชาสังคมอุดมพัฒน์ มม.ศาลายา ตอนหนึ่งว่า กว่าร้อยละ 95 ของผู้ต้องขังต่างชาติทั้งหมดที่ต้องโทษอยู่ในเรือนจำไทย ซึ่งเป็นชาวลาว เมียนมา และกัมพูชานั้น จะมีความหวังริบหรี่มากในการโอนตัวกลับไปรับโทษต่อที่บ้านเกิด ผู้ต้องขังชาวเมียนมากว่า 4 พันคน ยิ่งไม่มีสิทธิจะคิดฝันว่าจะกลับบ้าน เนื่องจากประเทศไทยและเมียนมาไม่มีสนธิสัญญาการโอนตัวนักโทษเด็ดขาดระหว่างกัน ขณะที่ชาวลาวนั้น แม้จะต้องโทษอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยเป็นจำนวนมาก เกือบหนึ่งในสามของผู้ต้องขังทั้งหมด แต่ก็ไม่เคยมีการติดต่อช่วยเหลือให้ได้กลับไปรับโทษต่อที่ประเทศลาวแม้สักหนึ่งคน ยิ่งเมื่อคิดว่าเป็นผู้ต้องขังหญิง ความฝันและความหวังที่จะกลับบ้านก็ยิ่งยากเกินจะเป็นจริงได้
กุลภากล่าวอีกว่า ผู้ต้องขังต่างชาติจึงกลายเป็นกลุ่มคนชายขอบที่ถูกลืม ถูกมองว่าไม่มีความสำคัญ ใช้ชีวิตต้องโทษอยู่ในเรือนจำไทยอย่างไร้ตัวตนและมีความหวังอย่างเลือนลางว่าจะได้กลับบ้าน อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอให้แก้ปัญหาดังกล่าวคือ 1.ต้องส่งเสริมการให้ข้อมูลความรู้ในเรื่องสิทธิ และการโอนตัวกลับไปรับโทษที่ประเทศบ้านเกิด แก่ทั้งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และผู้ต้องขังต่างชาติ 2.สร้างมาตรการเชิงรุกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งประเทศไทยและประเทศบ้านเกิดของผู้ต้องขัง เพื่อทำให้การโอนตัว เกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ 3.ควรประสานความร่วมมือกับองค์กรสาธารณกุศลหรือองค์กรพัฒนาเอกชน ทั้งในและระหว่างประเทศ เข้าไปให้ความช่วยเหลือหรือจัดกิจกรรมให้แก่ผู้ต้องขังต่างชาติในเรือนจำ และ 4.ควรมีการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของผู้ต้องขังต่างชาติเพิ่มเติม ทั้งในมิติของจำนวน องค์ประกอบ ลักษณะฐานความผิด สิทธิประโยชน์และข้อจำกัดด้านต่างๆ ในเรือนจำ ปัญหาและความต้องการเฉพาะของกลุ่มผู้ต้องขังต่างชาติ


