“ภาคีงดเหล้า” ห่วง นักดื่มเยาวชน เสี่ยงเกิดโรค NCDs

1.07.21 | 10:00 น.

แอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคในกลุ่ม NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2560 เรื่องนักดื่มหน้าใหม่ พบอายุเฉลี่ยของผู้ที่ดื่มครั้งแรกเฉลี่ยอยู่ที่อายุ 20.3 ปี ผู้ชายจะดื่มไวกว่าผู้หญิงเล็กน้อย โดยผู้ชายจะดื่มครั้งแรกเฉลี่ยอยู่ที่อายุ 19.3 ปี และผู้หญิง 23.7 ปี ที่น่ากังวลคือ พบเยาวชนไทยเริ่มดื่มครั้งแรกตั้งแต่อายุไม่ถึง 15 ปีบริบูรณ์ สูงถึงร้อยละ 12.2 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมมือกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อไทย จัดเสวนาหัวข้อ“NCDs และนักดื่มหน้าใหม่ ปัญหาท้าทายในสื่อสังคมออนไลน์” เพื่อสะท้อนปัญหาว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นผลร้ายต่อสุขภาพ ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเยาวชนและประชาชน และเพื่อเป็นการตัดวงจรการเพิ่มจำนวนของนักดื่มหน้าใหม่

เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. กล่าวถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ชายและผู้หญิงเริ่มดื่มสุรามากที่สุด คือเลียนแบบเพื่อนหรือเพื่อนชวน ร้อยละ 38.9 รองลงมาคือ อยากทดลองดื่ม ร้อยละ 29.1  และต้องการเข้าสังคมในงานรื่นเริง/งานประเพณี ร้อยละ 17.7 ขณะที่ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ประชากรทั่วโลกกว่า 3 ล้านคน เสียชีวิตจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คิดเป็นร้อยละ 5.3 ของการเสียชีวิตทั้งหมด ซึ่งเยาวชนที่เริ่มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่อายุยังน้อย มีโอกาสติดสุราจนทำให้เพิ่มจำนวนผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในประเทศ จนนำไปสู่สาเหตุการเสียชีวิตที่มากขึ้น

นพ.ทักษพล ธรรมรังสี ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) เปิดเผยว่า ปัจจัยด้านพฤติกรรมการดื่มของเด็กและเยาวชนที่เพิ่มขึ้น นอกจากจะส่งผลต่อการเกิดโรค NCDs  แต่ยังจะทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพโดยรวมของประเทศในอนาคต อีกทั้งเยาวชนไทยยังเป็นกลุ่มเป้าหมายและเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมสุรา ซึ่งพฤติกรรมการดื่มของเยาวชนเหล่านี้ ในระยะยาวจะส่งผลให้ประชากรกลุ่มแรงงานของประเทศหายไป

Advertisement

นอกจากนี้ นพ.ทักษพล ยังกล่าวถึง พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของกลุ่มเด็กและเยาวชนไทย โดยเฉพาะ อายุตั้งแต่ 15 ปี ไปจนถึง 49 ปี เป็นช่วงอายุที่มีอัตราการดื่มแอลกอลฮอล์สูง ซึ่งถือเป็นประชากรกลุ่มแรงงานที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ รองลงมาพบว่าเป็นกลุ่มเด็กอายุ 5-14 ปี ที่มีปัจจัยเสี่ยงสุขภาพเรื่องแอลกอฮอล์อยู่ในลำดับที่ 5 รองจากปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น พฤติกรรมขาดสารอาหาร เป็นต้น ซึ่ง นพ.ทักษพล เน้นย้ำว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ช่วงอายุยังน้อยจะเป็นการสั่งสมปริมาณสารต่างๆ ที่ก่อให้เกิดโรค NCDs

“อย่าได้ไว้ใจว่าใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นให้คุ้มก่อน แล้วค่อยปรับเปลี่ยนตอนอายุมากขึ้น ถือเป็นความคิดที่ผิด เพราะถึงเวลานั้นโรคได้สะสมไปแล้ว เมื่อพูดถึงกลุ่มโรค NCDs จะนึกถึงโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือด ที่มักจะเกิดในวัยผู้สูงอายุ แต่ความจริงมันเป็นระเบิดเวลาที่เริ่มจุดตั้งแต่วัยเด็กเล็กและวัยรุ่น ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าไม่มีการดื่มที่ปลอดภัย แค่การดื่มวันละ 1 แก้ว ก็เพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิดและโรคทางสมองหรือพัฒนาการทางสมองได้ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เยาวชนมีพัฒนาการทางสมองและระบบประสาทแย่ลง ส่งผลกระทบต่อประเทศที่จะต้องสูญเสียประสิทธิภาพด้านการสร้างเสริมสุขภาวะ

ทั้งนี้ในงานเสวนาหัวข้อ NCDs และนักดื่มหน้าใหม่ ปัญหาท้าทายในสื่อสังคมออนไลน์ ” มีกลุ่มเครือข่ายร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ รวมถึงคำแนะนำต่อพฤติกรรมการดื่มของ นักดื่มหน้าใหม่โดยที่ นางสาวมาลัย มีนศรี ผู้ประสานงานโครงการปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึก ภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ หนึ่งในตัวแทนกลุ่มเครือข่าย กล่าวว่า พฤติกรรมเสี่ยงของเด็กและเยาวชนมักจะได้รับจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทั้งจากคนในครอบครัว สื่อต่างๆ จนนำไปสู่พฤติกรรมเลียนแบบ และเกิดความเชื่อที่ผิดๆ ตามมา

เด็กปฐมวัยได้เห็นพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากคนใกล้ชิด ได้แก่ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และสื่อต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ทั้งหมดนี้เป็นการซึมซับเข้าสู่ระบบสมอง ร้อยละ 80 ของเด็กเล็กที่กำลังเจริญเติบโตและฝังสู่จิตใต้สำนึก จนอาจส่งผลกระทบเมื่อเติบโตเป็นวัยรุ่นจะเข้าสู่การเป็นนักดื่มได้ง่าย 

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการป้องกันโรค NCDs คือ ตัวเราเอง หากวันนี้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเฉพาะการไม่ดื่มเครืองดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ตามเทรนด์ ไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือทางการตลาด ภัยร้ายต่างๆ ที่มาในคราบของโรค ก็ไม่มีวันย่างกรายทำร้ายชีวิตของตัวเราได้