‘วอลโว่’ ยึดหลักคนเท่ากัน! พนง.ชายลาคลอดบุตรได้6เดือน

1.07.21 | 09:49 น.

‘วอลโว่’ ยึดหลักคนเท่ากัน! พนง.ชายลาคลอดบุตรได้ 6 เดือน

เพราะให้ความสำคัญกับครอบครัวพนักงาน โดยเฉพาะพนักงานที่กำลังเริ่มต้นมีครอบครัว หากได้ดูแลใส่ใจในความละเอียดอ่อน นอกจากจะลดอัตราการลาออกได้แล้ว ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานได้อีกด้วย

จึงเป็นที่มาของนโยบาย “แฟมิลี่บอนด์ บาย วอลโว่ คาร์ (Family Bond by Volvo Cars)” ของวอลโว่ คาร์ กรุ๊ป สัญชาติสวีดิช ที่ประกาศให้สิทธิวันลาเลี้ยงดูบุตร 24 สัปดาห์ หรือ 6 เดือนต่อเนื่อง แก่พนักงานทั้งชาย หญิง หลากหลายทางเพศ หรือแอลจีบีทีคิว ทั้งกรณีให้กำเนิดบุตร รับบุตรบุญธรรม อุปถัมภ์บุตร และรับอุ้มบุญ เริ่มพร้อมกันทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา

อัจฉริยา คุณพันธ์ Head of People Experience บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า นโยบายดังกล่าวมาจากหลักคิดของบริษัทที่เห็นความสำคัญของคนเท่ากัน ความก้าวหน้าขององค์กรเกิดจากคน เมื่อคนมีรอยยิ้มในการทำงาน ก็จะทำให้ผลของการทำงานดีขึ้น

เธออธิบายถึงสิทธิการลาคลอดในนโยบายแฟมิลี่บอนด์ เป็นการให้สิทธิพนักงานทุกเพศสามารถลาคลอดบุตรได้ 6 เดือนเท่ากันหมด ซึ่งบริษัทได้สำรวจมาแล้วว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด แต่พนักงานอาจได้รับค่าตอบแทนแตกต่างกันนิดหน่อย เช่น พนักงานที่ใช้สิทธิทุกคนจะได้รับเงินเดือน 80 เปอร์เซ็นต์ทุกเดือนตลอด 6 เดือน แต่ในกรณีพนักงานหญิงคลอดบุตรเองจะได้รับเงินเดือนถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ใน 90 วันแรกที่ลา แบ่งจ่ายระหว่างบริษัทกับสำนักงานประกันสังคม

Advertisement

เปรียบเทียบกับกฎหมายแรงงานประเทศไทยปัจจุบัน เปิดให้แรงงานผู้หญิงลาคลอดบุตรได้ 90 วัน ไม่รวมลาฝากครรภ์อีก 8 วัน ส่วนแรงงานชายลาเพื่อช่วยเลี้ยงดูบุตรหลังคลอดได้ 15 วัน แม้ในทางปฏิบัติจะลาได้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ขึ้นอยู่กับองค์กรต้นสังกัดและสภาพการทำงาน แต่ทั้งหมดยังได้รับเงินเดือนเต็มจำนวน

“สิทธิที่ให้นี้ อย่างพนักงานชายจะขอใช้เลยก็ได้ หรือจะเก็บไว้ใช้ภายใน 3 ปี หลังบุตรเกิดก็ได้ อย่างบางคนอาจไปลาไปช่วยเลี้ยงลูก 2 ขวบ ที่กำลังพูด กำลังเดินก็ได้ และไม่ว่าจะมีบุตรอีกกี่คน ก็ใช้สิทธิได้อีก ที่สำคัญเราการันตีงานตำแหน่งเดิม หรืองานตำแหน่งอื่นๆ ที่มีช่วงเวลาทำงานเหมาะสมสามารถดูแลครอบครัวได้ อีกทั้งการันตีเงินเดือนเท่าเดิม โบนัสได้เต็มปี”

อัจฉริยา เล่าอีกว่า จริงๆ ก่อนมีนโยบายนี้ วอลโว่ได้ทดลองใช้ในองค์กรบางประเทศ เช่น สวีเดน เบลเยียม เยอรมัน พบว่าพนักงานสามารถจัดการชีวิตได้ง่ายขึ้น กับความกดดันระหว่างการทำงานกับการเลี้ยงดูบุตร เมื่อพนักงานสบายใจ บริษัทก็ได้ผลการทำงานที่ดีขึ้น จึงคิดว่าเรามาถูกทางแล้ว

นอกจากสิทธิการลาคลอด วอลโว่ยังพยายามออกนโยบายเท่าเทียม เช่น เท่าเทียทางเพศ ด้วยการกำหนดสัดส่วนผู้บริหาร สัดส่วนพนักงานให้เพศชายหญิงเท่ากัน, เท่าเทียมการรับสมัครงาน ที่จะไม่ดูว่าจบจากสถาบันไหน แต่ดูจากทัศนคติที่พร้อมทำงานเป็นทีมหรือไม่ หรือมีประสบการณ์ทำงานหรือไม่ในกรณีเคยทำงานมาแล้ว เป็นต้น

ขึ้นแท่นองค์กรในฝัน

อัจฉริยา คุณพันธ์