รู้ไว้ไม่เฉิ่ม! ‘มารยาทบนโต๊ะอาหาร’ ดินเนอร์หรูแบบไฮโซเซเลบ

เชื่อว่าแทบทุกคนเมื่อได้รับเชิญเข้าร่วมงานจัดเลี้ยงอาหารแบบตะวันตก หากไม่มีประสบการณ์มาก่อนแล้ว ก็คงตะลึงและวางตัวไม่ถูกว่าจะหยิบจับอะไรจากตรงไหนก่อน เพราะอุปกรณ์หลากหลายบนโต๊ะไม่ได้มีแค่ช้อนกับส้อมเหมือนคนไทยคุ้นชิน อ.โจ-อดิศร เพ็ชรไพบูลย์ หัวหน้าภาควิชาการให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม โรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรม จึงได้รวบรวมข้อควรรู้ง่ายๆ เกี่ยวกับมารยาทบนโต๊ะอาหารและธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ

อ.โจกล่าวว่า ร้านอาหารหรูระดับ Fine Dining ในเมืองไทยนั้น ส่วนใหญ่จะให้บริการอาหารและเครื่องดื่มตามแบบฉบับมาตรฐานยุโรป ซึ่งปัจจุบันแม้จะถูกลดทอนขั้นตอนที่ยืดเยื้อลงไปมากแล้วเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป แต่มารยาทหรือธรรมเนียมปฏิบัติบนโต๊ะอาหารเหล่านี้ยังถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเป็นสิ่งจำเป็นในการเข้าสังคมที่มีวัฒนธรรมต่างกัน จึงไม่ใช่เรื่องเสียหายที่จะเรียนรู้ไว้เพื่อจะได้ไม่ทำผิดพลาด และช่วยให้เราสนุกกับการรับประทานอาหารมื้อนั้นได้อย่างเต็มที่

อาจารย์อดิศร เพ็ชรไพบูลย์
อาจารย์อดิศร เพ็ชรไพบูลย์

-การใช้มีด-ส้อม เริ่มใช้จากด้านนอกสุดเข้าหาด้านในสุด ตามลำดับประเภทอาหารที่เสิร์ฟมือขวาจับมีด มือซ้ายถือส้อม ให้คว่ำส้อมจิ้มจับอาหารให้นิ่ง เพื่อใช้มีดในมือขวาตัดอาหารเป็นชิ้นๆ พอดีคำ แต่ถ้าเป็นข้าว หรือถั่ว ให้หงายส้อมขึ้น แล้วใช้มีดช่วยปาดอาหารเข้าไปอยู่ในส้อม ไม่ว่าในกรณีใดก็ตามจะไม่มีการใช้มีดนำอาหารเข้าปากโดยเด็ดขาด

-หากไม่ใช้มีดให้นำไปพักไว้บนขอบจานหลักด้านขวาบน ทำมุม 45-60 องศา สำหรับเครื่องมือที่ใช้แล้วจะไม่มีการนำกลับไปวางบนโต๊ะหรือพักไว้บนจานขนมปังเล็กด้านข้าง เมื่อทานเสร็จให้รวบมีดและส้อมไว้บนจาน โดยวางส้อมหงายขึ้นและหันคมมีดเข้าหาตัวส้อม

-ส่วนการทานซุปด้วยช้อน ให้ตักซุปออกด้านนอกและค่อยๆ จิบจากด้านข้างช้อน ข้อยกเว้นคือในกรณีที่ซุปเสิร์ฟมาในถ้วยมีหูสามารถยกดื่มได้ แต่ต้องไม่ให้มีเสียงดัง และไม่ควรเอาขนมปังจิ้มซุปโดยเด็ดขาด

-“ตัด พับ ดัน” คือ เทคนิคง่ายๆ ในการใช้มีดกับส้อมทานอาหารที่คนไทยมักมีปัญหา เช่น การทานสลัด ให้ใช้มีดตัดผักให้มีขนาดพอดีคำ จากนั้นใช้มีดกับส้อมพับชิ้นผัก แล้วค่อยๆ ดันผักเข้าไปอยู่ในส้อมเพื่อรับประทานในคำเดียว นอกจากจะทานง่าย สะดวก ยังแลดูสวยงามอีกด้วย หรือการทานสเต๊กตามมารยาทอังกฤษ หั่นทานพอดีคำ

-กรณีที่ต้องการใส่เครื่องปรุงที่มาคู่กันเพิ่มรสชาติ เช่น ซอสหรือมัสตาร์ด ไม่ควรตักซอสราดลงบนอาหารโดยตรงทีละมากๆ ให้ปาดซอสมาไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งของจาน เวลาทานค่อยใช้ปลายมีดแต้มซอสไปบนอาหาร เป็นการคุมไม่ให้อาหารเสียรสชาติหากใส่มากเกินไป และช่วยป้องกันไม่ให้ซอสละลายปนกับอาหารจนดูไม่น่าทาน

-ชิมก่อนปรุง คนไทยคุ้นชินกับการปรุงรสก่อนชิม ควรทราบว่าร้านอาหารระดับหรูทั่วไป มักไม่มีเครื่องปรุงอย่างเกลือพริกไทยบริการบนโต๊ะ เพราะโดยพื้นฐานวัฒนธรรมยุโรป อาหารที่เชฟหรือเจ้าภาพนำมาเสิร์ฟถือว่ามีรสชาติดีที่สุดแล้ว การขอเครื่องปรุงเพิ่มอาจเป็นการเสียมารยาทได้ เพราะจะถูกมองว่าทำให้อาหารเสียรส หรือไม่ใช่สิ่งที่ควรทานคู่กัน

-หากต้องการของที่อยู่ไกลมือ เช่น ขนมปัง เกลือ พริกไทย ไม่ควรลุกขึ้นไปหยิบเอง ให้ขอความช่วยเหลือจากคนข้างเคียงทางด้านขวา ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติของชิ้นนั้นจะถูกส่งวนขวากลับมาให้เป็นวงกลม เช่นเดียวกันเมื่อทำมีดหรือส้อมตกพื้น ไม่จำเป็นต้องเก็บขึ้นมา สามารถขอใหม่จากบริกรได้ทันที

มารยาทบนโต๊ะที่ควรรู้2

-เนยกับขนมปัง จานขนมปังจะอยู่ทางด้านซ้าย ธรรมเนียมปฏิบัติสากลนิยมใช้มือแบ่งขนมปังทานทีละคำ แล้วใช้มีดเนยปาดเนยทาบนขนมปัง ไม่ควรใช้มีดหั่นเป็นชิ้นๆ ปาดเนยรอล่วงหน้าทีละมากๆ การทานสเต๊ก ร้านอาหารบางร้านในวัฒนธรรมยุโรปอาจเสิร์ฟเนยก้อนใหญ่มาให้แชร์กัน ให้เอามีดเนยตัดแบ่งมาใส่ในถ้วย หรือจานขนมปังของเราก่อน จึงค่อยทาขนมปังทาน

-ไม้จิ้มฟัน ร้านอาหารหรูแบบตะวันตกจะไม่มีสิ่งนี้บริการอยู่บนโต๊ะ แต่สามารถขอพนักงานให้บริการ หรือบริกรมาใช้ได้ โดยใช้ผ้าเช็ดปากปิดเพื่อความสุภาพ

-ผ้าเช็ดปาก เป็นเทคนิคขั้นสูงที่หลายคนคาดไม่ถึง เวลาใช้ให้พับครึ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมวางไว้บนตัก หากต้องการซับปากให้ยกผ้าด้านในขึ้นแตะปากเบาๆ เมื่อวางกลับลงไป รอยเปื้อนก็จะถูกซ่อนอยู่ด้านใน แล้วเมื่อต้องลุกจากโต๊ะระหว่างรับประทานอาหารผ้าเช็ดปากนั้นให้วางลงบนเก้าอี้หรือพนักวางแขน เมื่อรับประทานเสร็จแล้วให้เอาผ้าวางบนโต๊ะด้านขวา

-ก่อนดื่มน้ำหรือไวน์ทุกครั้ง แนะนำว่าควรซับปากก่อน เพื่อป้องกันคราบไขมันจากริมฝีปากลงไปปะปนในแก้ว หรือเลอะขอบแก้ว เป็นอีกหนึ่งเทคนิคระดับเซียนในการเข้าสังคม

-ภาษากายก็สำคัญ เวลารับประทานไม่ควรปล่อยตัวพิงพนักเก้าอี้ตามสบาย ควรนั่งหลังตรงประมาณ 3 ใน 4 ของเก้าอี้ และไม่ควรนั่งไขว่ห้างหรือใช้แขนเท้าโต๊ะ ที่สำคัญที่สุด ไม่ควรคุยโทรศัพท์ หรือเล่นโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะโดยเด็ดขาด ปัจจุบันมีร้านอาหารจำนวนไม่น้อยในต่างประเทศถึงขั้นแบนห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในร้านกันเลยทีเดียว

“มารยาทบนโต๊ะอาหารไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ใช่การดัดจริตตามฝรั่ง แต่เป็นการเข้าสังคมแบบหนึ่ง ที่แสดงถึงความเคารพและให้เกียรติผู้อื่น สำคัญคือเราต้องเปิดใจเรียนรู้และฝึกฝนบ่อยๆ ให้เคยชินเป็นนิสัย ตามสุภาษิต เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามนั่นเอง” อ.โจ-อดิศรกล่าวทิ้งท้าย

หมุนเส้นพาสต้าด้วยส้อมก็เพียงพอ

อาหารในร้านหรู

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon