หลังจากเจอกับสภาพอากาศร้อน ในช่วงซัมเมอร์ที่กินเวลายาวนาน และทำให้หลายคนเหงื่อไหลไคลย้อย ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นจึงเริ่มมีบริษัทบางแห่งเริ่มบัญญัติกฎระเบียบว่าด้วยการดูแลรักษาความสะอาดขึ้นมาใหม่ และประกาศทำสงครามกับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ทั้งหลายแหล่ในที่ทำงาน ที่รู้จักกันในนาม “สเมล ฮาราสเมนต์ (smell harassment) หรือการล่วงละเมิดทางกลิ่น!
แน่นอนว่า การจะเดินเข้าไปบอกกับเพื่อนร่วมงานตรงๆ ว่า เธอมีกลิ่นตัวหรือกลิ่นปาก หรือกลิ่นน้ำหอมของเธอมันฉุนมาก ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทำร้ายความรู้สึกกันมากเกินไป และเป็นสิ่งไม่สมควรทำอย่างยิ่ง
ล่าสุด บริษัทแมนด้อม ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลความสะอาดส่วนตัวของญี่ปุ่น จึงได้จัดสัมมนาภายใต้หัวข้อ “smell care (การดูแลเรื่องกลิ่น)” เพื่อแนะนำถึงวิธีกำจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ และวิธีที่จะบอกกล่าวให้เจ้าของกลิ่นที่เป็นปัญหาได้รู้ตัวอย่างไม่ทำร้ายความรู้สึกกัน โดยที่ผ่านมาก็มีพนักงานของบริษัท ซอฟท์ แบงก์ เทเลคอม คอร์ป บริษัทข้ามชาติด้านโทรคมนาคมและการสื่อสารสัญชาติญี่ปุ่นเข้าร่วมสัมมนา เพื่อเรียนรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ และวิธีจัดการกับกลิ่นตัว กลิ่นไม่พึงประสงค์ดังกล่าว

ทั้งนี้ สเมล ฮาราสเมนต์ หรือการล่วงละเมิดทางกลิ่น นับเป็นปัญหาหนึ่งที่มีการร้องเรียนในออฟฟิศที่ทำงาน ร่วมกับการล่วงละเมิดอื่นๆ อาทิ แอลกอฮอล์ ฮาราสเมนต์ (alcohol harassment) ซึ่งหมายถึง การบังคับฝืนใจให้เพื่อนร่วมงานดื่มเหล้า และคาราโอเกะ ฮาราสเมนต์ (karaoke harassment) ซึ่งหมายถึงการบังคับขืนใจให้เพื่อนร่วมงานร้องคาราโอเกะ โดยที่เจ้าตัวไม่อยากร้อง
และปัญหาเรื่องการล่วงละเมิดทางกลิ่นนี่แหละ ตอนนี้ก็มีบริษัทที่ตอบรับและให้ความสำคัญกับปัญหานี้แล้ว หนึ่งในนั้นก็คือ บริษัทแว่นตา Owndays ซึ่งออกกฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ เพื่อให้พนักงานปฏิบัติตาม เนื่องจากเกรงว่ากลิ่นอันไม่พึงประสงค์ของพนักงานจะส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าของบริษัท
สำหรับสาเหตุอันเป็นที่มาของกลิ่นไม่พึงประสงค์ ก็มีทั้งกลิ่นเหงื่อ กลิ่นน้ำหอมจากพนักงานที่ฉีดน้ำหอม และกลิ่นบุหรี่จากบรรดาสิงห์อมควันในออฟฟิศ แล้วยังลมหายใจที่มีกลิ่นกระเทียม กลิ่นเครื่องปรุงจากมื้ออาหารกลางวัน
แมนด้อมคุยว่า การสัมมนานี้จะสามารถช่วยให้พนักงานที่มีกลิ่นตัว กลิ่นปาก กลิ่นน้ำหอม กลิ่นลมหายใจ ที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แล้วยังจะช่วยสร้างบรรยากาศในที่ทำงานให้มีความเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น อันนำไปสู่การมีความอดทนอดกลั้นได้มากขึ้น
“ความเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้นคือเครื่องมือสำคัญ และน่าจะนำไปสู่การมีความอดทนอดกลั้นต่อกันมากขึ้น” มิยู ซาโตะ เจ้าหน้าที่ของแมนด้อมกล่าว
ซาโตะยังกล่าวด้วยว่า จากการสำรวจอย่างละเอียดพบว่า ผู้ชายญี่ปุ่นราว 90% ต่างมีกลิ่นกาย ซึ่งคนอยู่ใกล้สามารถได้กลิ่น “ซึ่งการมีกลิ่นกายไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นกลิ่นที่แย่เสมอไป และไม่ได้หมายความว่าเป็นกลิ่นที่รบกวนคนอื่นเสมอไป และกลิ่นกายยังเป็นเอกลักษณ์ของหลายคนด้วย”
แต่สิ่งหนึ่งที่ซาโตะบอกว่าต้องระวังก็คือ การบอกให้เพื่อนร่วมงานที่มีกลิ่นตัวไปอาบน้ำ ไม่ใช่ทางออกที่ดี และไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา

