พริกแจ่วบองสมุนไพร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ โกอินเตอร์บินลัดฟ้า ส่งขายตลาดยุโรป

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ รวมกลุ่มทำน้ำพริกสมุนไพร แจ่วบอง น้ำพริกแกงเผ็ด รสเด็ด ส่งบินลัดฟ้าเปิดตลาดขายต่างประเทศ ผลตอบรับดีออเดอร์ล้นมือ อยากขยายกำลังการผลิต วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแนะนำช่องทางสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน อย่างยั่งยืน

วันที่ 17 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวพาชิมเมนู น้ำพริกสมุนไพร แจ่วบอง น้ำพริกแกงเผ็ด เมนูทำเงินของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ ตั้งอยู่ 467 ม.7 (บ้านทรัพย์ไพรวัลย์) ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ที่ส่งตรงบินลัดฟ้าไปขายถึงประเทศเยอรมัน ได้ผลตอบรับจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติดีมาก จนออเดอร์ล้นมือผลิตไม่ทัน อยากขยายการผลิต วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แนะช่องทางสร้างอาชีพ เร่งผลิตสินค้าส่งออกขายตลาดยุโรปให้คนในชุมชน ได้มีอาชีพอย่างยั่งยืน

นางวาสนา เพ็งไทย อายุ 52 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ เล่าให้ฟังว่า แต่เดิมตนเองและสามี ใช้ชีวิตอยู่ประเทศเยอรมัน โดยตนยึดอาชีพเปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่นั่น จนช่วงเดือนกันยายน 2562 เกิดโควิด-19 ระบาดไปทั่วประเทศ ประกอบกับสามีตนเกษียณอายุแล้ว จึงตัดสินใจบินกลับมาใช้ชีวิตบั้นปลาย ที่ประเทศไทย โดยยังคงมีน้องสาว ญาติ อยู่ที่เยอรมัน ตนก็ตำน้ำพริกส่งไปให้ทานเรื่อยๆ ปรากฏว่าน้องลองแบ่งขายให้คนกับไทย และชาวต่างชาติที่เยอรมัน ปรากฏว่ากลับขายดี ได้ผลตอบรับที่ดี ตนเริ่มทำคนเดียวไม่ไหว จึงได้มาร่วมกลุ่มกับวิสาหกิจชุมชนบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ มีสมาชิกอยู่ประมาณ 14 คน จึงเริ่มทำเมนูน้ำพริกส่งออกขาย ตอนนี้เมนู น้ำพริกสมุนไพร แจ่วบอง และน้ำพริกแกงเผ็ด

โดยเดือนนึง ทางกลุ่มสามารถผลิตน้ำพริกส่งไปประเทศเยอรมันได้เพียง 100 กิโลกรัม โดยมีน้องสาวของตนเป็นตัวแทนขายที่นั่น จดทะเบียนการค้าในยุโรป ซึ่งตอนนี้มีความต้องการน้ำพริกเป็นจำนวนมาก แต่กลุ่มของตนติดปัญหาตรงที่ยังไม่ได้จดทะเบียน อย. อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงมาช่วยตรวจสอบ แนะนำขั้นตอนทุกอย่างให้ถูกต้องเพื่อที่จะสามารถพัฒนาน้ำพริกของทางกลุ่มเป็นสินค้า OTOP และสามารถส่งน้ำพริกเป็นสินค้าส่งออกได้ รวมไปถึงการเพิ่มกำลังการผลิตด้วยเครื่องจักร หรือเครื่องทุ่นแรง เพราะตอนนี้สมาชิกในกลุ่มใช้วิธีการทำด้วยมือเท่านั้น ซึ่งหากแก้ปัญหา 2 จุดนี้ได้ ตลาดยุโรปมีความต้องการน้ำพริกของกลุ่ม จะทำให้น้ำพริกของกลุ่มไปไกลได้ถึงตลาดยุโรป ชาวบ้านในชุมชนก็จะมีรายได้จากการจำหน่ายเครื่องแกง เช่น พริก ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ซึ่งในชุมชนบ้านทรัพย์ไพรวัลย์แทบจะทุกครัวเรือน จะปลูกเครื่องแกงเหล่านี้ไว้อยู่แล้ว ซึ่งหากขายตลาดน้ำพริกได้ ประชาชนในชุมชนก็จะมีรายได้ไปด้วย

สำหรับหน่วยงานใดที่พอให้ข้อมูล คำชี้แนะ หรือแนะนำขั้นตอนต่างๆ เพื่อดันน้ำพริกให้เป็นสินค้าโอท็อปเพื่อส่งขายตลาดยุโรปได้อย่างถูกต้องได้ หรือประชาชนท่านใดที่สนใจน้ำพริกของทางกลุ่ม ราคาไม่แพง อย่างน้ำพริกสมุนไพร ราคากิโลกรัมละ 250 บาท/แจ่วบ่อง กิโลกรัมละ 140 บาท และน้ำพริกแกงเผ็ด กิโลกรัมละ 120 บาท ก็สามารถติดต่อได้ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ หรือโทร 095-3210302

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ขสมก.แจ้งพนักงานติดเชื้อเพิ่ม 8 ราย ทั้งคนขับรถเมล์ เก็บค่าโดยสาร และธุรการ พร้อมเปิดไทม์ไลน์
บทความถัดไปเรือนจำสระบุรี เร่งฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มให้ผู้ต้องขัง หวังลดความรุนแรงของอาการเจ็บป่วยและเสียชีวิต