ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงจัดพิธีไหว้เจดีย์ไฟ ในเทศกาลบุญออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11

ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบ้านสะเนพ่อง จัดพิธีไหว้เจดีย์ไฟ ในเทศกาลบุญออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เพื่อความเป็นสิริมงคลและต่อชะตาชีวิตตามความเชื่อของบรรพบุรุษ

เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันแรมขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 และตรงกับคืนวันออกพรรษา เป็นค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวง สว่างไปทั่วผืนป่า เป็นการบ่งบอกให้รู้ว่าคืนนี้ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงในตำบลไล่โว่ จะประกอบพิธีไหว้เจดีย์ไฟ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่สำคัญหนึ่งในงานบุญออกพรรษา ที่จัดกันทุกหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลไล่โว่

โดยปีนี้ที่บ้านสะเนพ่อง ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งตั้งอยู่กลางป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร มีการจัดพิธีไหว้เจดีย์ไฟเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 ด้วยการให้ชาวบ้านทุกคนที่เข้าร่วมพิธีสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันโควิด เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตกดิน ชาวบ้านทุกเพศทุกวัยต่างทยอยเดินทางมาที่วัดสะเนพ่อง ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน เพื่อไหว้พระ รับศีลรับพรจากพระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ตลอดช่วงเข้าพรรษา

ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรมทางศาสนาบนวัดแล้ว ชาวบ้านได้ย้ายลงมายังบริเวณลานหน้าวัดเพื่อร่วมพิธีการไหว้เจดีย์ไฟ ซึ่งเจดีย์ดังกล่าวได้จากการนำไม้ไผ่มาสานเป็นรูปสี่เหลี่ยม ลักษณะคล้ายพีระมิด อุปมาขึ้นเป็นเจดีย์เพื่อไว้จุดเทียนในการประกอบพิธี ซึ่งเทียนที่นำมาจุดบูชาเจดีย์ไฟนั้นเป็นเทียนที่ฟั่นขึ้นมาจากขี้ผึ้งที่หาได้จากในป่าธรรมชาติ ที่สำคัญต้องเป็นรังผึ้งที่ผึ้งป่าได้ทิ้งร้างไว้หลังจากได้มีการย้ายไปสร้างรังใหม่ จึงจะถือได้ว่าเป็นสิ่งของที่สะอาดและบริสุทธิ์

ทั้งนี้ ขั้นตอนสำคัญในการฟั่นเทียนอยู่ที่การนำเส้นด้ายที่จะทำไส้ของเทียน โดยเส้นด้ายได้จากการปลูกในไร่ข้าว มาทำเป็นไส้เทียน โดยจำนวนเส้นด้ายที่จะมาทำเป็นไส้เทียนนั้นต้องมีจำนวนมากกว่าอายุของเจ้าของเทียน 1 เส้น (สมมุติถ้าเจ้าของอายุ 20 ปี ต้องใช้ไส้เทียน จำนวน 21 เส้น) ซึ่งเจดีย์ไฟที่ทำขึ้นมาจะมีจำนวนทั้งหมด 5 องค์ด้วยกัน ทั้งนี้ ตามคติความเชื่อของชาวกะเหรี่ยง ต.ไล่โว่ นั้น การบูชาเจดีย์ไฟนั้นถือเป็นบุญใหญ่ในช่วงเข้าพรรษา จัดขึ้นมาเพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์ ซึ่งประกอบด้วย พระกกุสันโธ พระโกนาคมโน พระกัสสโป พระโคตโม และพระศรีอาริยเมตไตรโย

โดยมีการสันนิษฐานกันว่า ในอดีตการจะสร้างเจดีย์เหมือนปัจจุบันเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก คนในอดีตจึงคิดค้นและดัดแปลงสิ่งที่มีอยู่รอบตัวมาสร้างให้มีรูปร่างลักษณะเหมือนหรือใกล้เคียงสิ่งที่ได้เห็นและได้รับรู้ต่อๆ กันมา

การไหว้เจดีย์ไฟในคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (คืนวันออกพรรษา) นอกจากจะเป็นการบูชาพระอรหันต์ทั้ง 5 พระองค์แล้ว ยังมีความเชื่ออีกว่า การนำเทียนที่ทำขึ้นมาเอง โดยมีจำนวนไส้เทียนมากกว่าอายุเจ้าของ 1 เส้น (1 ปี) นั้นถือเป็นการต่อชะตาชีวิตให้กับตนเอง เพื่อความเป็นสิริมงคล และให้ผ่านพ้นจากสิ่งมิดีมิร้ายทั้งปวง

ซึ่งปกติอีกกิจกรรมสำคัญที่มักจะพบเห็นในคืนวันออกพรรษา คือการปล่อยโคมลอย โดยชาวบ้านจะร่วมกันทำโคมลอยปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ด้วยคติความเชื่อของชุมชนที่เชื่อว่าการปล่อยโคมลอยและโคมไฟนั้นเป็นการส่งเหล่าเทวดาอารักษ์กลับขึ้นสู่สวรรค์ หลังจากได้ทำหน้าที่ลงมาช่วยปกปักษ์รักษาชาวบ้านให้รอดพ้นปลอดภัยจากเหตุเภทภัยจากพวกปีศาจในช่วงเข้าพรรษา และยังเป็นการปล่อยทุกข์โศก สิ่งอัปมงคลทั้งหลายให้ลอยไปกับโคมได้ด้วย

แต่เนื่องจากปีนี้ในพื้นที่ยังคงมีฝนตกในช่วงเทศกาลออกพรรษา ทำให้ไม่สามารถปล่อยโคมลอยได้เหมือนที่เคยทำในทุกๆ ปีที่ผ่านมา ขณะที่พิธีไหว้เจดีย์ไฟก็ยังต้องย้ายเข้าไปทำในพื้นที่ใต้ถุนวัด เนื่องจากช่วงทำพิธีได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ถึงอย่างไรพิธีกรรมการไหว้เจดีย์ไฟในช่วงคืนวันออกพรรษาของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบ้านสะเนพ่องปีนี้ก็สามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon