ปลุกศักยภาพ ‘เด็กหญิง’ เพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ
เนื่องในวันเด็กหญิงสากล โครงการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีในเด็กและเยาวชน หรือ Young Health Programme (YHP) ประเทศไทย ดำเนินงานโดย แอสตร้าเซนเนก้า ร่วมกับ องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล จัดกิจกรรม #GirlsTakeOver เพื่อส่งเสริมสิทธิเด็กผู้หญิงในระดับสากล
ซึ่งปีนี้จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ เพื่อรณรงค์ด้านการยอมรับความแตกต่างในสังคมและสร้างความตื่นตัวเรื่องความท้าทายต่างๆ ที่เด็กผู้หญิงในประเทศไทยกำลังเผชิญ ภายใต้ธีม ผู้นำหญิงในแวดวงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนา เพื่อมอบประสบการณ์ แลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมพัฒนาศักยภาพของเด็กผู้หญิงเพื่อให้มีแนวทางในการก้าวไปเป็นผู้บริหารหญิง และสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศในสังคมต่อไป
นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เราเชื่อว่าโอกาสในการก้าวสู่บทบาทผู้นำ ไม่ควรจำกัดเพศ และในขณะเดียวกัน ควรมีส่วนส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความสำคัญต่อสังคมของเรามากเพียงใด

ทั้งนี้ มีเยาวชนหญิง 11 คนเข้าร่วมกิจกรรมการประชุมและเวิร์กช็อปกับทีมผู้บริหารหญิงจากแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เพื่อสัมผัสประสบการณ์ตรงของผู้หญิงในฐานะผู้บริหาร
ทั้งนี้ เพศคือปัจจัยชี้สภาวะสุขภาพที่สำคัญ ขณะที่ความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศนำมาซึ่งความเสี่ยงทางสุขภาพของผู้หญิงและเด็กหญิง ข้อมูลจากรายงานด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ของกองโรคไม่ติดต่อ ภายใต้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
บ่งชี้ว่าอัตราผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 29% หรือ 820,000 คน โดยพบอัตราการเกิดโรคในกลุ่มประชากรหญิงมากกว่าชาย สถิติดังกล่าวสะท้อนความจำเป็นของการรณรงค์ด้านการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อผลักดันให้ผู้หญิงและเด็กหญิงในประเทศมีสุขภาพที่แข็งแรงและความเป็นอยู่ที่ดี
ทั้งนี้ สังคม วัฒนธรรม และประเพณีต่างๆ ล้วนมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจด้านสุขภาพ การปลูกฝังนิสัยรักสุขภาพ และผลลัพธ์ทางสุขภาพของเหล่าผู้หญิงและเด็กหญิง ในขณะที่โรคโควิด-19 ได้ทวีความรุนแรงและสร้างปัญหาและอุปสรรคในสังคมที่ผู้หญิงต่างกำลังเผชิญ มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาได้ส่งผลให้เยาวชนหญิงจำนวนไม่น้อยต้องออกจากโรงเรียน โดยส่วนหนึ่งอาจไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาอีกต่อไป
การสร้างโอกาสทางการศึกษาและการจ้างงานผ่านกิจกรรม ดังเช่น กิจกรรม takeover ภายใต้แคมเปญ #GirlsBelongHere จึงถูกพัฒนาขึ้น เพื่อเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีที่ผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคนควรได้รับ



