ตั้งการ์ดสู้ Long COVID โรคหายแต่ร่างกายยังต้องสู้

23.11.21 | 12:08 น.
Long COVID

ตั้งการ์ดสู้ Long COVID โรคหายแต่ร่างกายยังต้องสู้

ภายหลัง รัฐบาลคลายล็อกดาวน์และปรับลดระยะเวลาเคอร์ฟิว ทำให้ผู้คนออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ห้างร้านต่างๆ เริ่มมีผู้ใช้บริการหนาตา ประชาชนบางส่วนก็เริ่ม “ลดการ์ด” ถอดหน้ากากตอนอยู่นอกบ้าน เริ่มไม่เคร่งครัดเรื่องระยะห่าง ซึ่งอาจนำเราทุกคนเข้าสู่อันตรายอีกครั้ง สงครามระหว่างเราและโควิด-19 ยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะคนที่หายจากโรคโควิด-19 ก็อาจมีภาวะ Long Covid และยังส่งผลในการดำเนินชีวิตทั้งระยะสั้น และระยะยาว ที่แม้ว่าจะรักษาหายแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนยังไม่หายสนิทดี

พญ.พิชชาพร  เมฆินทรพันธุ์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลวิมุต ได้ให้คำแนะนำว่าเราควรสังเกตอาการของตัวเองและเตรียมรับมือเพื่อการฟื้นฟูสภาพร่างกาย

ทั้งนี้ Long COVID คือ ผลกระทบระยะยาวจากโรคโควิด-19 ที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายของผู้ป่วยโควิด-19 แม้ว่าจะพ้นการติดเชื้อไปแล้ว อาการแสดงจะมี 3 ลักษณะดังต่อไปนี้

  1. กลับมามีอาการใหม่หรืออาการเดิมยังอยู่

2. เกิดความผิดปกติในหลายอวัยวะ

3.ผลกระทบระยะยาวจากการนอนโรงพยาบาล

Advertisement

นอกจากจะรบกวนทั้งกายและใจแล้ว อาการ Long COVID ยังถือว่ากินเวลา “Long” สมชื่อ จากผลการวิจัยของโครงการศึกษาระดับนานาชาติพบว่า ผู้ป่วยจำนวน 3,762 คนจาก 56 ประเทศ มีอาการจาก Long-COVID รวม 203 อาการ โดยจะมี 1 ใน 3 อาการที่เกิดขึ้นยาวนานอย่างน้อย 6 เดือน ทั้งนี้ในผู้ป่วยที่เป็นเด็กบางราย ผลกระทบยังคงอยู่ต่อเนื่องเป็นปี

สำหรับอาการ Long COVID-19 ที่ควรพบแพทย์

  1. อ่อนเพลีย ไม่สดชื่น
  2. เหนื่อยล้าได้ง่ายขึ้นแม้ในตอนทำกิจวัตรประจำวัน
  3. พูดคุยต่อเนื่องได้สั้นลง ต้องพักหายใจบ่อยขึ้น
  4. สมองล้า สมาธิความจำและการตัดสินใจช้าลงหรือมีประสิทธิภาพลดลง
  5. หน้ามืด วิงเวียนบ่อยขึ้น
  6. มวลกล้ามเนื้อลดลง กล้ามเนื้อลีบหรือเหลวมากขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  7. เคลื่อนไหวร่างกายหรือทรงตัวลำบาก
พญ.พิชชาพร  เมฆินทรพันธุ์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลวิมุต

 

พญ.พิชชาพร แนะเพิ่มเติมว่า หากพบอาการต้องสงสัย อยากได้ความแน่ใจก็สามารถเข้ามารับคำปรึกษาได้ที่ แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลวิมุต เรามีโปรแกรมการฟื้นฟูสภาพ

อย่างไรก็ตาม ทางเลือกที่ดีที่สุดคือระมัดระวังตัวไม่ให้ติดตั้งแต่แรก หมั่นล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย รักษาระยะห่างทางสังคมให้นานที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น ดูแลตัวเองและครอบครัวให้ร่างกายแข็งแรงอยู่ตลอด และอย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการหรือเกิดความกังวลใจ