ทูตอิสราเอลชวนเปล่งเสียง ยุติความรุนแรงเด็กสตรี

2.12.21 | 12:07 น.
ออร์นา ซากิฟ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

ทูตอิสราเอลชวนเปล่งเสียง ยุติความรุนแรงเด็กสตรี

องค์การสหประชาชาติได้มีมติรับรองให้วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น “วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล” (International Day for the Elimination of Violence against Women) และในประเทศไทย คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็น “เดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี”

ด้วยความห่วงใย และตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาความรุนแรงที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันยุติ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบปัญหาความรุนแรง สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ จึงร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย จัดกิจกรรมวันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล “การวางตัวเชิงบวก” แก่ผู้หญิงที่ประสบปัญหาความรุนแรงผ่านกิจกรรมศิลปะบำบัด ให้ได้สำรวจตัวเองเพื่อทบทวนความสุขผ่านงานศิลปะและดนตรี โดยมี ออร์นา ซากิฟ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ บ้านพักฉุกเฉิน สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์ฯ เขตดอนเมือง

อุปทูตรักษาการ ออร์นา กล่าวให้กำลังใจผู้ร่วมงานว่า ผู้หญิงทุกคนในโลกต้องตระหนักรู้ว่า เราต้องส่งเสียงออกมาให้คนได้ยินเมื่อถูกทำร้าย เพราะหลายครั้งผู้หญิงประสบกับเรื่องเลวร้าย กลับต้องรู้สึกอับอาย ซึ่งไม่ใช่ เพราะคนที่ต้องละอายคือคนที่กระทำ ทุกครั้งที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ได้สร้างบาดแผลทั้งทางกายและทางใจที่แม้จะมองไม่เห็นบาดแผลแต่ความเจ็บปวดนั้นสาหัส ฉะนั้นจงจำไว้ว่าไม่ต้องเงียบ ทุกคนควรพูดออกมา ส่งความตระหนักรู้นี้ไปยังครอบครัวของเรา พี่สาว น้องสาว สร้างความเข้าใจในเรื่องนี้ให้เป็นการศึกษาและองค์ความรู้ให้พวกเขาตั้งแต่เด็ก

บอกกับเด็กผู้หญิงว่า “ไม่มีใครทำร้ายเธอได้” เธอต้องเปล่งเสียงออกมา

เช่นเดียวกับในอิสราเอลที่มีผู้หญิงประสบกับความรุนแรงทั้งจากสามีและครอบครัวใน “ทุกๆที่” โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 โรงเรียนปิด ปรับเป็นเรียนออนไลน์มากขึ้น หลายคนตกอยู่ในสถานะว่างงาน ผลักให้ครอบครัวมีแรงกดดันมากขึ้น และผู้หญิงก็ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความรุนแรงมากขึ้นในสถานการณ์ที่เปราะบางนี้ อย่างไรก็ตามที่อิสราเอล ในชุมชนของเรามีค่านิยมที่เชื่ออย่างหนึ่งว่า “เราทุกคนเกิดมาต้องทำให้โลกดีขึ้น” ในวันพิเศษยุติความรุนแรงต่อสตรีสากลนี้ ทุกคนก็สามารถมีส่วนร่วมได้ ร่วมกันทาโลกให้เป็นสีส้ม เฉดสีที่ทั่วโลกยอมรับให้เป็นสีแห่งการยุติความรุนแรงกับผู้หญิง

Advertisement

ทั้งนี้ อุปทูตรักษาการอิสราเอล ยังได้เตรียมขนมหวานมันซึ่งเป็นขนมที่ชาวอิสราเอลนิยมรับประทานในช่วงเทศกาลแห่งแสงสว่าง ด้วยเชื่อว่าความหวานคือความหวัง และสร้อยข้อมือลูกปัดสีส้มมามอบให้กับผู้ร่วมงานเพื่อเป็นกำลังใจในวันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากลด้วย

ทาโลกให้เป็นสีส้ม

ออร์นา ซากิฟ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

ออร์นา ซากิฟ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย

ออร์นา ซากิฟ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย