แชร์เทคนิคปั้น ‘โฮม คิทเช่น’ ให้ปัง ทักษะที่แม่ค้าต้องมีในยุคดิจิทัล
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเติบโตของฟู้ด ดิลิเวอรี (Food Delivery) ในไทยนั้นได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนกรุง โดยเฉพาะในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้จำนวนผู้ประกอบการร้านอาหารแบบ “โฮม คิทเช่น” (Home Kitchen) เพิ่มมากขึ้นด้วย
ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีครัวกลาง ใช้ครัวที่บ้านประกอบอาหารส่งดิลิเวอรี
ด้วยเหตุนี้ การจะมีร้านอาหารของตัวเองในยุคนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ดังเช่น ร้าน “Super แซลมอน” ของ “สิ-สิริพร บัวงาม” หรือ “ครูสิ” ของเด็กๆ ที่เพิ่งคว้าแชมป์รายการ GrabAcademy สร้างอาชีพกับมือโปร เรียลลิตี้โชว์ในการสร้างธุจกิจ ผ่านการเรียนรู้และลงมือทำด้วยตัวเองจนสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

โดยครูสิได้แชร์เคล็ดลับและเส้นทางการปั้นโฮมคิทเช่นให้ปังไว้อย่างน่าสนใจว่า การจะ “มีร้านอาหารของตัวเอง” สิ่งสำคัญคือต้องไม่ลืมที่จะ “สำรวจความพร้อม” ของตัวเองก่อน
“ตอนตัดสินใจว่าอยากทำอาหารขายจริงจัง มีเงินลงทุนแค่ 5 พันบาท ก็เริ่มจากสำรวจตัวเองก่อนว่ามีอะไรบ้าง พบว่าตัวเองชอบกินอาหารทะเลมาก และก็พบว่าเรามีเครื่องครัวครบ รู้จักแหล่งอาหารทะเลคุณภาพสด สะอาด และก็มีช่องทางการค้าขายบนโซเชียลของตัวเอง คิดได้แล้วก็ลงมือทำเลย”
“แม้ใจจะรู้ว่าการทำธุรกิจมีความเสี่ยง แต่เราเป็นคนกล้าเสี่ยง ประกอบกับได้ลองทำตลาดมาแล้ว เลยคิดว่ายังไงก็จะลองดูสักตั้ง” เจ้าของโฮมคิทเช่นกล่าวด้วยความมั่นใจ หลังจากลองตลาดโดยการทำเมนูแซลมอนดองซอสเกาหลีขายให้เพื่อนๆ แล้วได้เสียงตอบรับดี จึงตัดสินใจเปิดร้านอย่างเป็นทางการได้ราวๆ 7-8 เดือนมาแล้ว วันแรกขายได้ 50 ชุด จึงเป็นกำลังใจให้ลุยต่อ หลังจากนั้นก็ศึกษาข้อมูลการขายอาหารบนแพลตฟอร์มดิลิเวอรีไปด้วย” ครูสิกล่าวและว่า
การทำธุรกิจสมัยใหม่ในยุคนี้ แค่เมนูที่สดใหม่ รสชาติที่อร่อยถูกปากลูกค้าอาจไม่เพียงพอ “การเรียนรู้ทักษะด้านดิจิทัลและการทำการตลาด” ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะต่อยอดร้านค้าสู่กลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้นได้

“เพราะการเปิดร้านอาหารสไตล์โฮมคิทเช่น ไม่มีหน้าร้านให้ลูกค้าได้แวะเข้ามานั่งกิน หัวใจสำคัญจึงเป็นการทำให้ร้านอาหารของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งสิได้พัฒนาความรู้ การทำมาร์เก็ตติ้งออนไลน์จากคอร์สเรียนของแกร็บอคาเดมีซึ่งมีเนื้อหาอยู่หลายคอร์สทั้งการถ่ายภาพยังไงให้อาหารน่าดึงดูด การตั้งราคาที่เหมาะสม การจัดเก็บวัตถุดิบ การจัดโปรโมชัน หรือการขยายฐานลูกค้าให้มากเดิม ซึ่งความรู้ตรงนั้นก็ได้กลายเป็นเทคนิคที่เรานำมาปรับใช้และพัฒนาร้านตัวเอง”สิริพรเล่า
อย่างไรก็ตาม “ความคิดสร้างสรรค์” การใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า การนำเสนอ รวมถึงทักษะความรู้ด้านดิจิทัลและการหาโอกาสพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับร้านอาหารในยุคปัจจุบัน
ซึ่งรวมไปถึงการถ่ายภาพอาหารให้สวยงามด้วยโทรศัพท์มือถือ การเพิ่มยอดขายให้ร้านภายใน 30 นาที ด้วยการทำวิดีโอคอนเทนต์ให้น่าสนใจ ประกอบกับเทคนิคการจัดแสงโดยใช้แสงธรรมชาติในการถ่ายภาพอาหาร และการใช้พร็อพใกล้ตัวมาเสริมเพื่อสร้างสีสันของภาพอาหารให้ดูน่าทาน ดังเช่นเมนูที่ครูสิตั้งใจนำเสนอ
“แซลมอนอโลฮ่า” ที่เรียกน้ำย่อยได้อย่างดี


