สำรวจ 9 พฤติกรรม เลี้ยงลูกสำลักความรัก เสี่ยงเติบโตไปใช้ความรุนแรง

10.01.22 | 10:58 น.
เลี้ยงลูกสำลักความรัก

สำรวจ 9 พฤติกรรม เลี้ยงลูกสำลักความรัก เสี่ยงเติบโตไปใช้ความรุนแรง

เพราะโลกกำลังก้าวสู่ ‘เมตาเวิร์ส’ (Metaverse) หรือโลกดิจิทัลทั้งหมด จึงเป็นคำถามชวนให้พ่อแม่คิดว่า “ท่านกำลังเลี้ยงลูกให้เป็นหุ่นยนต์ หรือเลี้ยงลูกให้เป็นมนุษย์” พร้อมพาไปหาคำตอบในทอล์ก “ครอบครัววิถีใหม่รับมืออย่างไรกับความรุนแรงในครอบครัว” จัดโดย กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เนื่องในวันรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า เราไม่ต้องการให้ลูกหลานของเราให้กลายเป็นหุ่นยนต์ ซึ่งอาจกลายเป็นความรุนแรงเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ ในเวทีโลกมีการพูดคุยว่ามนุษย์และหุ่นยนต์ มีความแตกต่างกัน 5 เรื่อง คือ 1.มนุษย์มีจินตนาการเหนือวิชาการความรู้ 2.มีจิตสำนึก 3.มีคุณธรรม 4.มีสายใยรัก และ5.มีศรัทธา

  “ถ้าระบบการศึกษา หรือระบบใดๆ ก็ตาม ที่เรากำลังพัฒนาไม่เกิด 5 เรื่องนี้ พ่อแม่จะต้องกลับไปทบทวนตัวเองทันทีว่า เรากำลังสร้างลูกให้เป็นหุ่นยนต์หรือมนุษย์กันแน่”

รศ.นพ.สุริยเดวเชื่อว่าทุกครอบครัวมีความรักต่อลูก แต่รักที่มากเกินไปหรือเรียกว่า ‘สำลักความรัก‘ อาจเป็นการเลี้ยงเด็กอย่างไม่เหมาะสม จนอาจทำให้เด็กเติบโตไปใช้ความรุนแรงในอนาคตได้ จึงชวนสำรวจครอบครัวตัวเองกับ 9 รูปแบบเลี้ยงลูกสำลักความรักหรือไม่ ดังนี้

1.เลี้ยงปกป้องเกินไป จะเห็นเลยว่าเด็กจะขาดความมั่นใจ

Advertisement

2.เลี้ยงเอาแต่ใจ ไม่ต้องคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น

3.เลี้ยงให้อวดรวย ขาดความผูกพันธ์

4.เลี้ยงแบบประคบประหงม จะเห็นว่าเด็กจะป่วยง่าย

5.เลี้ยงแบบเร่งรัด ซึ่งปัจจุบันหลายครอบครัวเลี้ยงอย่างนี้ ซึ่งทำให้เด็กต่อต้าน

6.เลี้ยงแบบสำลักความรัก เด็กจะขาดความมั่นใจ

7.เลี้ยงแบบขาดพื้นที่ส่วนตัว เด็กเกิดความเครียดสะสม

8.เลี้ยงแบบเข้มงวดเกินไป เด็กเกิดความหวาดระแวง

และ9.เลี้ยงแบบอิสระ เด็กอาจสร้างปัญหาให้สังคม

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)

อย่างไรก็ตาม พ่อแม่สามารถปรับการเลี้ยงดูให้เหมาะสมให้ได้ใจลูกทุกเจเนอเรชั่นได้ผ่าน 5 วิธีคือ

1.ให้มีความรักอบอุ่นและความปลอดภัย โดยเป็นรักที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ไม่ใช่รักเพียงแต่หวังความสุขอย่างเดียว ซึ่งมีพ่อแม่อีกมากที่เลี้ยงลูกแบบสำลักความรัก

2.ให้เป็นผู้ฟังที่ดีต่อกัน หรือสุนทรียสนทนาที่ดี เกิดขึ้นตั้งแต่ในบ้าน ด้วยการที่ผู้ใหญ่ถอยออกมา แล้วใช้วิธีเหลาความคิด ด้วยคำถามต่อลูกว่าเห็นแล้วรู้สึกอย่างไร คิดอะไร หากประสบเรื่องนี้คิดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะปัจจุบันเราอาจไม่ถามลูกแบบนี้ แม้กระทั่งช่วงโฮมรูมในโรงเรียนครูก็ไม่ถามลูกศิษย์ของตัวเองว่ารู้สึกนึกคิดอย่างไรกับเรื่องนั้นเรื่องนี้

3.ควบคุมอารมณ์ พ่อแม่ต้องเป็นต้นแบบในการควบคุมอารมณ์ เพราะอยากให้ลูกสามารถควบคุมอารมณ์และไม่ใช้ความรุนแรงได้ แต่พ่อแม่ยังน็อตหลุดตลอดเวลา มันไม่เกิดประโยชน์อะไร 4.ให้กำหนดกฎเกณฑ์กติกา บ้านต้องมีกฎเกณฑ์กติกา สังคมก็ต้องมีกฎเกณฑ์กติกา ซึ่งการกำหนดกฎเกณฑ์กติกา สมาชิกในครอบครัวต้องกำหนดร่วมกัน

และ 5.เด็กไม่ใช่ผ้าขาว อย่าเข้าใจผิด แต่เป็นผ้าสีพื้น ฉะนั้นจงยอมรับความสามารถที่หลากหลายของลูกหลาน อย่าเลี้ยงลูกแบบเปรียบเทียบ เพราะเลี้ยงลูกอย่างเปรียบเทียบ งานนี้มีเจ็บแน่นอน ก็ฝากไว้

มาเลี้ยงลูกให้เป็นมนุษย์

เลี้ยงลูกสำลักความรัก