หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ โบท็อกกราม คื...

โบท็อกกราม คืออะไร เหมาะสำหรับใบหน้าแบบไหน ฉีดแล้วหน้าเรียวเล็กลงจริงไหม?

9.02.22 | 17:42 น.

การฉีดโบท็อก อาจเป็นวิธีที่หลายๆคนคุ้นเคย กันเป็นอย่างดี เพราะการฉีดโบท็อกกราม เป็นเทคนิคที่ช่วยปรับรูปหน้าให้เล็กเรียวขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ที่มีมานานมากกว่า 30 ปีแล้ว และยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เพราะสามารถช่วยยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อหดเล็กลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกลไกการออกฤทธิ์ของตัวยาที่เราจะมาเจาะลึกรายละเอียด
ในบทความดังต่อไปนี้


โบท็อกกราม คืออะไร?

โบท็อกเป็นนวัตกรรมที่นิยมใช้ในการช่วย ลดขนาดของกล้ามเนื้อบริเวณต่างๆ ลดเลือนริ้วรอย ยกกระชับใบหน้า และลำคอ ด้วยสารสกัดจากโปรตีน Botulinum toxin A ที่สกัดได้จากการสร้างของแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวซึ่งเริ่มแรกในวงการแพทย์ได้นำสารโบท็อกนี้มาใช้เพื่อรักษาโรคและได้มีการพัฒนามาใช้ในวงการเสริมความงามเพื่อช่วยกระชับผิว ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม น่องขาและลดริ้วรอยต่างๆในเวลาต่อมา

โบท็อกกราม ช่วยอะไร?

Advertisement
  1. ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น หลังการฉีดโบท็อกจะเห็นได้ว่ากรามดูเล็กลงอย่างชัดเจน
  2. ช่วยปรับลิฟกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น ทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น
  3. ช่วยให้ผิวกรอบหน้าตึงกระชับเรียบเนียนขึ้น
  4. ช่วยแก้ปัญหาคิ้วตก และ ลดรอยตีนกา ได้เป็นอย่างดี
  5. ช่วยลดริ้วรอยเล็กๆ และ ลดริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า เห็นผลได้อย่างชัดเจนรวดเร็ว

ลักษณะใบหน้าแบบไหนที่ทำโบท็อกกรามแล้วเห็นผลได้ดี

การฉีดโบท็อกจะเห็นผลดีกับคนที่มีใบหน้าใหญ่ กรามชัด ใบหน้าเป็นเหลี่ยมที่มีผลมาจากการมีกล้ามเนื้อที่ใหญ่ และ มีริ้วรอยมาก ซึ่งสาร Botulinum toxin A มีประสิทธิภาพทำให้กล้ามเนื้อหดตัวเล็กลง ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น ริ้วรอยดูจางลง สามารถเห็นผลได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนใน 2-4 สัปดาห์

โบท็อกกรามหน้าเรียวจริงมั้ย?

การฉีดโบท็อก มีคุณสมบัติจะช่วยเรื่องลดกล้ามเนื้อกราม กระชับกรอบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น โดยโบท็อกจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการฝ่อตัว หดเล็กลง เป็นเหตุทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นอย่างชัดเจน 

ฉีดโบท็อกกราม VS ผ่าตัดกราม ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร?

โบท็อกกราม เป็นการฉีดสาร Botulinum toxin A เข้าไปลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว สงผลให้ใบหน้าเรียวขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เป็นวิธีที่เจ็บตัวน้อย แต่ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าเหมาะกับคนไข้ที่ใบหน้าใหญ่จากกล้ามเนื้อไม่ใช่กระดูกหรือไขมันหน้า หลังฉีดโบท็อกกรามแล้วผลลัพธ์นี้จะอยู่ได้ 6-12 เดือนขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกที่ใช้

ผ่าตัดกราม เป็นการผ่าตัดลดกระดูกกรามมุมกราม เพื่อให้ใบหน้ามีลักษณะที่เล็กและเรียวถาวร เหมาะสำหรับคนที่มีกระดูกกรามกางออก ทำให้ใบหน้าดูเป็นเหลี่ยมบานออก ฉีดโบท็อกแล้วไม่เห็นผลที่ชัดเจน ต้องใช้วิธีการผ่าตัดกระดูก ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ถาวร ต้องผ่าตัดโดยศัลยแพทย์กระดูกใบหน้าเฉพาะทาง ค่าใช้จ่ายสูงกว่าและมีความเสี่ยงเส้นประสาทได้รับผลกระทบจากการผ่าตัดทำให้เกิดอาการชาถาวรในคนไข้
บางราย บางรายที่ผ่าตัดกระดูกแล้วกล้ามเนื้อยังอยู่ก็จำเป็นต้องฉีดโบท็อกร่วมด้วยเพื่อให้กรอบหน้าเรียวชัด

โบท็อกกราม VS เมโสแฟต แบบไหนเห็นผลหน้าเรียวกว่ากัน?

การฉีดโบท็อก กับ การฉีดเมโสแฟต ให้ประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน โดย Botox จะออกฤทธิ์กับกล้ามเนื้อ ช่วยให้กล้ามเนื้อ ในบริเวณที่ฉีดเช่น กราม หดเล็กลง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นส่วนเมโสแฟตจะออกฤทธิ์กับไขมันมีประสิทธิภาพในการช่วยสลายไขมันส่วนเกินใต้ผิวหนัง ส่งผลให้ผิวหนัง บริเวณที่มีไขมันอยู่มากยุบตัวลง และ ดูเรียบเนียนตึงกระชับขึ้น เมื่อฉีดในบริเวณแก้ม เหนียง ใต้คาง จะช่วยให้ ใบหน้าดูเรียว เห็นกรอบหน้าที่ชัดเจนขึ้น กรณีคนไข้มีปัญหาทั้งไขมันหน้าและกล้ามเนื้อกรามใหญ่สามารถฉีดทั้งโบท็อกร่วมกับเมโสแฟตพร้อมกันได้เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจน

โบท็อกกราม VS โบท็อฟลิฟหน้า ทำพร้อมกันได้มั้ย?

หลายครั้งหลังโบท็อกกรามแล้วอาจรู้สึกว่าผิวกรอบหน้าคล้อยลงเนื่องจากกล้ามเนื้อเล็กลงทำให้ผิวส่วนเกินคล้อย สามารถฉีดโบท็อกเพื่อลิฟกรอบหน้าไปพร้อมๆกับโบท็อกลดกรามได้เพื่อให้ผิวกระชับกรอบหน้าเรียว

โบท็อกหิ้ว คืออะไร ต่างจากโบท็อกที่คลินิกใช้อย่างไร

โบท็อกหิ้วเป็นตัวยาที่มีการนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมายซึ่งวิธีการนำมามาอาจจะไม่ได้ผ่านกระบวนการรักษาอุณภูมิที่ถูกต้องส่งผลทำให้ประสิทธิภาพของตัวยาลดลงอาจฉีดได้ผลในครั้งแรกแต่เสี่ยงดื้อยาในอนาคตซึ่งเป็นอาการที่รักษาไม่หายไม่ว่าจะฉีดโบท็อกยี่ห้อใดๆก็จะไม่เห็นผล

ส่วนโบท็อกที่ใช้ในคลินิก เป็นตัวยาที่ถูกนำเข้ามาอย่างถูกกฎหมาย มีการเก็บรักษาในอุณภูมิที่เหมาะสม ได้มาตรฐาน และ ผ่านการตรวจสอบของ อ.ย. ก่อนจะนำมาฉีดให้กับคนไข้ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าเป็นโบท็อก ของแท้ที่ได้คุณภาพปลอดภัย 100%

ทำไมฉีดโบท็อกกรามแล้วไม่เห็นผล?

การฉีดโบท็อกลดกรามแล้วไม่เห็นผลเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเช่น 

  1. กรามใหญ่เพราะกระดูกไม่ใช่กล้ามเนื้อ
  2. มีไขมันในบริเวณแก้มเหนียงใต้คางมาก จึงทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจน แนะนำให้ฉีดโบท็อกคู่กับเมโสแฟต เพื่อช่วยให้เห็นผลชัดเจนมากขึ้น
  3. ใช้ปริมาณโบท็อกที่น้อยเกินไป ทำให้ตัวยา ออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เห็นผลไม่ชัดเจน
  4. ตัวยาที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน (โบท็อกปลอม) หรือตัวยาเสื่อมสภาพ
  5. มีสภาวะดื้อโบท็อก ภูมิคุ้มกันของร่างกายขับตัวยา Botulinum toxin A ออกทำให้กล้ามเนื้อไม่ยุบลง ฉีดโบท็อกยี่ห้อใดๆก็ไม่เห็นผล

ภาวะดื้อโบท็อกคืออะไร?

สภาวะดื้อโบท็อก คือ ภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อเราฉีด Botox เข้าไปแล้วไม่เห็นผล ถ้าใช้โบท็อกที่มีคุณภาพฉีดด้วยปริมาณที่เหมาะสม และ มีการเว้นระยะห่างในการฉีดไม่ถี่เกินไป (ไม่น้อยกว่า 4 เดือน) โอกาสที่จะเกิดภาวะดื้อโบท็อกนั้นมีน้อยมาก

ดื้อโบท็อกเกิดจากสาเหตุอะไร?

  1. การดื้อโบท็อก มีสาเหตุเกิดหลักมาจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายโบท็อกที่ฉีดเข้าไปจนหมด ทำให้ตัวยาไม่สามารถออกฤทธิ์ตามที่เราต้องการได้ (มักพบได้กับคนที่ฉีดโบท็อกบ่อยเกินความจำเป็น)
  2. เกิดจากการเคยฉีดโบท็อกปลอม หรือโบท็อกไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งมาจากการที่ซื้อโบท็อกมาฉีดเอง หรือ ฉีดโบท็อกกับหมอกระเป๋า ซึ่งอาจทำให้เห็นผลชัดเจนแค่ในครั้งแรกที่ฉีดเท่านั้น แต่หลังจากนั้น อาจฉีดแล้วไม่เห็นผลอีกเลย

วิธีป้องกันภาวะดื้อโบท็อกมีอะไรบ้าง

  1. เลือกฉีดโบท็อกกับคลินิกที่มีมาตรฐาน ใช้โบท็อกที่ได้รับมาตรฐานอย. และมีโบท็อกหลายยี่ห้อให้เลือก

2.เลือกฉีดโบท็อกกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และมีความชำนาญ

  1. ฉีดโบท็อกในปริมาณโบท็อกที่เหมาะสม และไม่ฉีดโบท็อกถี่จนเกินไป

หลังฉีดโบท็อกแล้วหน้าจะตึง ยิ้มเกร็ง ยิ้มไม่ได้จริงมั้ย?

หากฉีดโบท็อกที่ได้มาตรฐาน โดยคุณหมอผู้ทำหัตถการที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์สูง คนไข้หมดกังวลเรื่องปัญหาเหล่านั้นไปได้เลยค่ะ เพราะก่อนการฉีดคุณหมอจะทำการคำนวณปริมาณ Botox ที่จะใช้ในแต่ละจุด ให้เหมาะสม และฉีดในตำแหน่งที่ถูกต้อง เพื่อทำให้คนไข้ได้รับ ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

โบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด อเมริกาหรือเกาหลี?

โบท็อกที่ดีคือโบท็อกที่มีความบริสุทธิ์สูงมากกว่า 99% ซึ่งโบท็อกของอเมริกาและเกาหลีถือเป็นโบท็อกที่ดี เพราะมีความบริสุทธิ์สูงอยู่ที่ 99.5% เท่ากัน แต่มีความแตกต่างกันที่โบท็อกอเมริกา ตัวยาจะกระจายได้แคบกว่า ทำให้สามารถประเมินการกระจายยาได้ง่ายกว่าของเกาหลี ที่มีการกระจายตัวยากว้าง ออกฤทธ์เร็วแต่สลายเร็วตัวยา ทำให้ราคาของโบท็อกอเมริกาสูงกว่าของเกาหลีถึงเท่าตัว โบท็อกที่แนะนำคือ ยี่ห้อ Allergan ของอเมริกา และยี่ห้อ hugel ของเกาหลี เพราะเป็นตัวยาที่มีความบริสุทธิ์สูงและ สามารถกระจายตัวยาได้ดี ออกฤทธิ์เห็นผลชัดเจน

ฉีดโบท็อกกรามมีระยะการเห็นผลที่ชัดเจนกี่วัน?

การฉีดโบท็อกลดกราม จะเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ 5-7 วันแรก ซึ่งจะรู้สึกเมื่อย และ ตึงบริเวณกราม เป็นผลมาจากการออกฤทธิ์ของตัวยา และจะเห็นผลที่ชัดเจนที่สุดภายใน 2 – 4 สัปดาห์ โดยจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าใบหน้าดูเรียวขึ้น ริ้วรอยดูจางลง ผิวหน้าดูเต่งตึงกระชับอ่อนเยาว์กว่าที่เคย

ควรฉีดโบท็อกกรามบ่อยแค่ไหน?

ขอแนะนำว่าไม่ควรฉีดโบท็อกถี่จนเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดภาวะดื้อโบท็อกได้ โดยระยะที่เหมาะสมคือ ฉีดทุก 4-5 เดือน และไม่ควรเกิน 6 เดือน เพราะอาจจะทำให้กล้ามเนื้อกลับมาเป็นปกติได้ ทำให้ต้องใช้โบท็อกมากกว่าเดิม 

โบท็อกกรามอยู่ได้นานกี่เดือน?

ประสิทธิภาพของโบท็อกจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน แนะนำให้ฉีดซ้ำทุก 4-5 เดือน เพื่อเป็นการคงสภาพของผลลัพธ์ที่ดีไว้

ฉีดโบท็อกกรามเจ็บมั้ย

การฉีดโบท็อก จะมีการประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการเจ็บ และ เป็นการช่วยไม่ให้ตัวยากระจายไปยังจุดที่ไม่ต้องกการ ในขณะฉีดอาจให้ความรู้สึกเจ็บบ้างเล็กน้อย แต่เป็นความเจ็บในระดับมี่สามารถทนได้อย่างสบายค่ะ

หลังโบท็อกกรามดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ได้มั้ย?

หลังการฉีดโบท็อกแนะนำให้ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และ งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 48 ชั่วโมงเพราะ การดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ อาจส่งผลต่อการกระจายตัวของโบท็อก

เลือกฉีดโบท็อกกรามอย่างไรถึงจะเห็นผล และปลอดภัย?

การเลือกฉีดโบท็อกที่ปลอดภัย และ เห็นผล สามารถดูได้จากหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

– เลือกคลินิกที่มีการโชว์ข้อมูลแพทย์ประจำคลินิกชัดเจน เช่น ชื่อแพทย์ เลขใบอนุญาตสามารถเช็คได้จากเว็บไซต์แพทย์สภา และ รูปถ่ายของแพทย์

– เลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน มีหลายสาขาเพื่อให้สามารถเดินทางไปใช้บริการได้อย่างสะดวก

– เป็นคลินิกที่เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ

– มีชื่อคลินิก ที่อยู่ และ ช่องทางการติดต่อที่ชัดเจนและสามารถติดต่อได้ง่าย

– ใช้ Botox ที่ได้มาตรฐานผ่านอ.ย. มีการผสมยาต่อหน้าคนไข้ทุกครั้ง

– รับประกันผลการรักษา และ มีการติดตามอาการหลังการฉีด

–  มีรีวิวผลงานก่อน-หลัง จากผู้ใช้บริการจริง

โบท็อกกรามราคาเท่าไหร่?

ราคาโบท็อกเริ่มต้น 100 ยูนิต ราคา 5,696 บาท และ 50 ยูนิต ราคา 3,696 บาท โดยปริมาณยาที่ใช้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามความเหมาะสมของคนไข้แต่ละเคส

รีวิวโบท็อกกราม

ตัวอย่าง ผลจากกกากรเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

สรุปโบท็อกกรามได้ผลจริงมั้ย? 

ถึงแม้ว่าการฉีดโบท็อกเป็นการทำหัตถการที่จะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวเล็ก ยกกระชับ ลดริ้วรอย ได้ผลลัพธ์ชัดเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่โบท็อกไม่สามารถให้ผลในเคสที่ดื้อยาหรือขนาดกระดูกกรามใหญ่ได้ คำแนะนำเพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาการดื้อโบท็อกต้องฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านกายวิภาคกับคลินิกที่ได้มาตรฐานเพื่อให้แน่ใจว่าโบท็อกที่ใช้เป็นของแท้ตัวยาบริสุทธิ์

ขอบคุณข้อมูลและติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gangnamconsult.com/