การฉีดโบท็อก อาจเป็นวิธีที่หลายๆคนคุ้นเคย กันเป็นอย่างดี เพราะการฉีดโบท็อกกราม เป็นเทคนิคที่ช่วยปรับรูปหน้าให้เล็กเรียวขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ที่มีมานานมากกว่า 30 ปีแล้ว และยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เพราะสามารถช่วยยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อหดเล็กลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกลไกการออกฤทธิ์ของตัวยาที่เราจะมาเจาะลึกรายละเอียด
ในบทความดังต่อไปนี้
โบท็อกกราม คืออะไร?
โบท็อกเป็นนวัตกรรมที่นิยมใช้ในการช่วย ลดขนาดของกล้ามเนื้อบริเวณต่างๆ ลดเลือนริ้วรอย ยกกระชับใบหน้า และลำคอ ด้วยสารสกัดจากโปรตีน Botulinum toxin A ที่สกัดได้จากการสร้างของแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวซึ่งเริ่มแรกในวงการแพทย์ได้นำสารโบท็อกนี้มาใช้เพื่อรักษาโรคและได้มีการพัฒนามาใช้ในวงการเสริมความงามเพื่อช่วยกระชับผิว ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม น่องขาและลดริ้วรอยต่างๆในเวลาต่อมา
โบท็อกกราม ช่วยอะไร?
- ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น หลังการฉีดโบท็อกจะเห็นได้ว่ากรามดูเล็กลงอย่างชัดเจน
- ช่วยปรับลิฟกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น ทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น
- ช่วยให้ผิวกรอบหน้าตึงกระชับเรียบเนียนขึ้น
- ช่วยแก้ปัญหาคิ้วตก และ ลดรอยตีนกา ได้เป็นอย่างดี
- ช่วยลดริ้วรอยเล็กๆ และ ลดริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า เห็นผลได้อย่างชัดเจนรวดเร็ว
ลักษณะใบหน้าแบบไหนที่ทำโบท็อกกรามแล้วเห็นผลได้ดี
การฉีดโบท็อกจะเห็นผลดีกับคนที่มีใบหน้าใหญ่ กรามชัด ใบหน้าเป็นเหลี่ยมที่มีผลมาจากการมีกล้ามเนื้อที่ใหญ่ และ มีริ้วรอยมาก ซึ่งสาร Botulinum toxin A มีประสิทธิภาพทำให้กล้ามเนื้อหดตัวเล็กลง ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น ริ้วรอยดูจางลง สามารถเห็นผลได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนใน 2-4 สัปดาห์
โบท็อกกรามหน้าเรียวจริงมั้ย?
การฉีดโบท็อก มีคุณสมบัติจะช่วยเรื่องลดกล้ามเนื้อกราม กระชับกรอบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น โดยโบท็อกจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการฝ่อตัว หดเล็กลง เป็นเหตุทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นอย่างชัดเจน
ฉีดโบท็อกกราม VS ผ่าตัดกราม ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร?
โบท็อกกราม เป็นการฉีดสาร Botulinum toxin A เข้าไปลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว สงผลให้ใบหน้าเรียวขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เป็นวิธีที่เจ็บตัวน้อย แต่ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าเหมาะกับคนไข้ที่ใบหน้าใหญ่จากกล้ามเนื้อไม่ใช่กระดูกหรือไขมันหน้า หลังฉีดโบท็อกกรามแล้วผลลัพธ์นี้จะอยู่ได้ 6-12 เดือนขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกที่ใช้
ผ่าตัดกราม เป็นการผ่าตัดลดกระดูกกรามมุมกราม เพื่อให้ใบหน้ามีลักษณะที่เล็กและเรียวถาวร เหมาะสำหรับคนที่มีกระดูกกรามกางออก ทำให้ใบหน้าดูเป็นเหลี่ยมบานออก ฉีดโบท็อกแล้วไม่เห็นผลที่ชัดเจน ต้องใช้วิธีการผ่าตัดกระดูก ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ถาวร ต้องผ่าตัดโดยศัลยแพทย์กระดูกใบหน้าเฉพาะทาง ค่าใช้จ่ายสูงกว่าและมีความเสี่ยงเส้นประสาทได้รับผลกระทบจากการผ่าตัดทำให้เกิดอาการชาถาวรในคนไข้
บางราย บางรายที่ผ่าตัดกระดูกแล้วกล้ามเนื้อยังอยู่ก็จำเป็นต้องฉีดโบท็อกร่วมด้วยเพื่อให้กรอบหน้าเรียวชัด
โบท็อกกราม VS เมโสแฟต แบบไหนเห็นผลหน้าเรียวกว่ากัน?
การฉีดโบท็อก กับ การฉีดเมโสแฟต ให้ประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน โดย Botox จะออกฤทธิ์กับกล้ามเนื้อ ช่วยให้กล้ามเนื้อ ในบริเวณที่ฉีดเช่น กราม หดเล็กลง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นส่วนเมโสแฟตจะออกฤทธิ์กับไขมันมีประสิทธิภาพในการช่วยสลายไขมันส่วนเกินใต้ผิวหนัง ส่งผลให้ผิวหนัง บริเวณที่มีไขมันอยู่มากยุบตัวลง และ ดูเรียบเนียนตึงกระชับขึ้น เมื่อฉีดในบริเวณแก้ม เหนียง ใต้คาง จะช่วยให้ ใบหน้าดูเรียว เห็นกรอบหน้าที่ชัดเจนขึ้น กรณีคนไข้มีปัญหาทั้งไขมันหน้าและกล้ามเนื้อกรามใหญ่สามารถฉีดทั้งโบท็อกร่วมกับเมโสแฟตพร้อมกันได้เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจน
โบท็อกกราม VS โบท็อฟลิฟหน้า ทำพร้อมกันได้มั้ย?
หลายครั้งหลังโบท็อกกรามแล้วอาจรู้สึกว่าผิวกรอบหน้าคล้อยลงเนื่องจากกล้ามเนื้อเล็กลงทำให้ผิวส่วนเกินคล้อย สามารถฉีดโบท็อกเพื่อลิฟกรอบหน้าไปพร้อมๆกับโบท็อกลดกรามได้เพื่อให้ผิวกระชับกรอบหน้าเรียว
โบท็อกหิ้ว คืออะไร ต่างจากโบท็อกที่คลินิกใช้อย่างไร
โบท็อกหิ้วเป็นตัวยาที่มีการนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมายซึ่งวิธีการนำมามาอาจจะไม่ได้ผ่านกระบวนการรักษาอุณภูมิที่ถูกต้องส่งผลทำให้ประสิทธิภาพของตัวยาลดลงอาจฉีดได้ผลในครั้งแรกแต่เสี่ยงดื้อยาในอนาคตซึ่งเป็นอาการที่รักษาไม่หายไม่ว่าจะฉีดโบท็อกยี่ห้อใดๆก็จะไม่เห็นผล
ส่วนโบท็อกที่ใช้ในคลินิก เป็นตัวยาที่ถูกนำเข้ามาอย่างถูกกฎหมาย มีการเก็บรักษาในอุณภูมิที่เหมาะสม ได้มาตรฐาน และ ผ่านการตรวจสอบของ อ.ย. ก่อนจะนำมาฉีดให้กับคนไข้ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าเป็นโบท็อก ของแท้ที่ได้คุณภาพปลอดภัย 100%
ทำไมฉีดโบท็อกกรามแล้วไม่เห็นผล?
การฉีดโบท็อกลดกรามแล้วไม่เห็นผลเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเช่น
- กรามใหญ่เพราะกระดูกไม่ใช่กล้ามเนื้อ
- มีไขมันในบริเวณแก้มเหนียงใต้คางมาก จึงทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจน แนะนำให้ฉีดโบท็อกคู่กับเมโสแฟต เพื่อช่วยให้เห็นผลชัดเจนมากขึ้น
- ใช้ปริมาณโบท็อกที่น้อยเกินไป ทำให้ตัวยา ออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้เห็นผลไม่ชัดเจน
- ตัวยาที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน (โบท็อกปลอม) หรือตัวยาเสื่อมสภาพ
- มีสภาวะดื้อโบท็อก ภูมิคุ้มกันของร่างกายขับตัวยา Botulinum toxin A ออกทำให้กล้ามเนื้อไม่ยุบลง ฉีดโบท็อกยี่ห้อใดๆก็ไม่เห็นผล
ภาวะดื้อโบท็อกคืออะไร?
สภาวะดื้อโบท็อก คือ ภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อเราฉีด Botox เข้าไปแล้วไม่เห็นผล ถ้าใช้โบท็อกที่มีคุณภาพฉีดด้วยปริมาณที่เหมาะสม และ มีการเว้นระยะห่างในการฉีดไม่ถี่เกินไป (ไม่น้อยกว่า 4 เดือน) โอกาสที่จะเกิดภาวะดื้อโบท็อกนั้นมีน้อยมาก
ดื้อโบท็อกเกิดจากสาเหตุอะไร?
- การดื้อโบท็อก มีสาเหตุเกิดหลักมาจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายโบท็อกที่ฉีดเข้าไปจนหมด ทำให้ตัวยาไม่สามารถออกฤทธิ์ตามที่เราต้องการได้ (มักพบได้กับคนที่ฉีดโบท็อกบ่อยเกินความจำเป็น)
- เกิดจากการเคยฉีดโบท็อกปลอม หรือโบท็อกไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งมาจากการที่ซื้อโบท็อกมาฉีดเอง หรือ ฉีดโบท็อกกับหมอกระเป๋า ซึ่งอาจทำให้เห็นผลชัดเจนแค่ในครั้งแรกที่ฉีดเท่านั้น แต่หลังจากนั้น อาจฉีดแล้วไม่เห็นผลอีกเลย
วิธีป้องกันภาวะดื้อโบท็อกมีอะไรบ้าง
- เลือกฉีดโบท็อกกับคลินิกที่มีมาตรฐาน ใช้โบท็อกที่ได้รับมาตรฐานอย. และมีโบท็อกหลายยี่ห้อให้เลือก
2.เลือกฉีดโบท็อกกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ และมีความชำนาญ
- ฉีดโบท็อกในปริมาณโบท็อกที่เหมาะสม และไม่ฉีดโบท็อกถี่จนเกินไป
หลังฉีดโบท็อกแล้วหน้าจะตึง ยิ้มเกร็ง ยิ้มไม่ได้จริงมั้ย?
หากฉีดโบท็อกที่ได้มาตรฐาน โดยคุณหมอผู้ทำหัตถการที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์สูง คนไข้หมดกังวลเรื่องปัญหาเหล่านั้นไปได้เลยค่ะ เพราะก่อนการฉีดคุณหมอจะทำการคำนวณปริมาณ Botox ที่จะใช้ในแต่ละจุด ให้เหมาะสม และฉีดในตำแหน่งที่ถูกต้อง เพื่อทำให้คนไข้ได้รับ ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
โบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด อเมริกาหรือเกาหลี?
โบท็อกที่ดีคือโบท็อกที่มีความบริสุทธิ์สูงมากกว่า 99% ซึ่งโบท็อกของอเมริกาและเกาหลีถือเป็นโบท็อกที่ดี เพราะมีความบริสุทธิ์สูงอยู่ที่ 99.5% เท่ากัน แต่มีความแตกต่างกันที่โบท็อกอเมริกา ตัวยาจะกระจายได้แคบกว่า ทำให้สามารถประเมินการกระจายยาได้ง่ายกว่าของเกาหลี ที่มีการกระจายตัวยากว้าง ออกฤทธ์เร็วแต่สลายเร็วตัวยา ทำให้ราคาของโบท็อกอเมริกาสูงกว่าของเกาหลีถึงเท่าตัว โบท็อกที่แนะนำคือ ยี่ห้อ Allergan ของอเมริกา และยี่ห้อ hugel ของเกาหลี เพราะเป็นตัวยาที่มีความบริสุทธิ์สูงและ สามารถกระจายตัวยาได้ดี ออกฤทธิ์เห็นผลชัดเจน
ฉีดโบท็อกกรามมีระยะการเห็นผลที่ชัดเจนกี่วัน?
การฉีดโบท็อกลดกราม จะเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ 5-7 วันแรก ซึ่งจะรู้สึกเมื่อย และ ตึงบริเวณกราม เป็นผลมาจากการออกฤทธิ์ของตัวยา และจะเห็นผลที่ชัดเจนที่สุดภายใน 2 – 4 สัปดาห์ โดยจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าใบหน้าดูเรียวขึ้น ริ้วรอยดูจางลง ผิวหน้าดูเต่งตึงกระชับอ่อนเยาว์กว่าที่เคย
ควรฉีดโบท็อกกรามบ่อยแค่ไหน?
ขอแนะนำว่าไม่ควรฉีดโบท็อกถี่จนเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดภาวะดื้อโบท็อกได้ โดยระยะที่เหมาะสมคือ ฉีดทุก 4-5 เดือน และไม่ควรเกิน 6 เดือน เพราะอาจจะทำให้กล้ามเนื้อกลับมาเป็นปกติได้ ทำให้ต้องใช้โบท็อกมากกว่าเดิม
โบท็อกกรามอยู่ได้นานกี่เดือน?
ประสิทธิภาพของโบท็อกจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน แนะนำให้ฉีดซ้ำทุก 4-5 เดือน เพื่อเป็นการคงสภาพของผลลัพธ์ที่ดีไว้
ฉีดโบท็อกกรามเจ็บมั้ย
การฉีดโบท็อก จะมีการประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการเจ็บ และ เป็นการช่วยไม่ให้ตัวยากระจายไปยังจุดที่ไม่ต้องกการ ในขณะฉีดอาจให้ความรู้สึกเจ็บบ้างเล็กน้อย แต่เป็นความเจ็บในระดับมี่สามารถทนได้อย่างสบายค่ะ
หลังโบท็อกกรามดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ได้มั้ย?
หลังการฉีดโบท็อกแนะนำให้ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และ งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 48 ชั่วโมงเพราะ การดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ อาจส่งผลต่อการกระจายตัวของโบท็อก
เลือกฉีดโบท็อกกรามอย่างไรถึงจะเห็นผล และปลอดภัย?
การเลือกฉีดโบท็อกที่ปลอดภัย และ เห็นผล สามารถดูได้จากหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
– เลือกคลินิกที่มีการโชว์ข้อมูลแพทย์ประจำคลินิกชัดเจน เช่น ชื่อแพทย์ เลขใบอนุญาตสามารถเช็คได้จากเว็บไซต์แพทย์สภา และ รูปถ่ายของแพทย์
– เลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน มีหลายสาขาเพื่อให้สามารถเดินทางไปใช้บริการได้อย่างสะดวก
– เป็นคลินิกที่เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ
– มีชื่อคลินิก ที่อยู่ และ ช่องทางการติดต่อที่ชัดเจนและสามารถติดต่อได้ง่าย
– ใช้ Botox ที่ได้มาตรฐานผ่านอ.ย. มีการผสมยาต่อหน้าคนไข้ทุกครั้ง
– รับประกันผลการรักษา และ มีการติดตามอาการหลังการฉีด
– มีรีวิวผลงานก่อน-หลัง จากผู้ใช้บริการจริง
โบท็อกกรามราคาเท่าไหร่?
ราคาโบท็อกเริ่มต้น 100 ยูนิต ราคา 5,696 บาท และ 50 ยูนิต ราคา 3,696 บาท โดยปริมาณยาที่ใช้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามความเหมาะสมของคนไข้แต่ละเคส
รีวิวโบท็อกกราม
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ตัวอย่าง ผลจากกกากรเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
สรุปโบท็อกกรามได้ผลจริงมั้ย?
ถึงแม้ว่าการฉีดโบท็อกเป็นการทำหัตถการที่จะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวเล็ก ยกกระชับ ลดริ้วรอย ได้ผลลัพธ์ชัดเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่โบท็อกไม่สามารถให้ผลในเคสที่ดื้อยาหรือขนาดกระดูกกรามใหญ่ได้ คำแนะนำเพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาการดื้อโบท็อกต้องฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านกายวิภาคกับคลินิกที่ได้มาตรฐานเพื่อให้แน่ใจว่าโบท็อกที่ใช้เป็นของแท้ตัวยาบริสุทธิ์
ขอบคุณข้อมูลและติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gangnamconsult.com/





