หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ รวมสูตรฉีดวิต...

รวมสูตรฉีดวิตามินผิว มีกี่สูตร แต่ละแบบเหมาะกับใคร และช่วยเรื่องอะไร?

9.02.22 | 17:45 น.

ในปัจจุบันการฉีดวิตามินผิวเพื่อบำรุงให้ผิวพรรณดูกระจ่างใสมีสูตรมากมายให้เลือกขึ้นกับปัญหาผิวและความต้องการของคนไข้ว่าต้องการตัวยาที่ออกฤทธิ์เร็วหรือไม่ หลายคนเกิดความสงสัยว่าหลังฉีดวิตามินผิว เพื่อฟื้นฟูและบำรุงผิวไปแล้วจะมีความปลอดภัยหรือไม่เห็นผลแค่ไหนในบทความนี้เราจะพามาหาคำตอบกันว่าก่อนฉีดผิวต้องรู้และมีข้อควรระวังอะไรบ้างไปดูพร้อมๆกันเลย


ฉีดวิตามินผิว ช่วยเรื่องอะไรบ้าง? ทำให้ผิวขาวได้จริงมั้ย?

การฉีดวิตามินผิว คือ การฉีดสารอาหารที่มีประโยชน์กับผิวเข้าทางเส้นเลือดดำเพื่อให้ร่างการได้ดูดซึมวิตามิน และ สารอาหารเหล่านั้นแล้วนำไปใช้งานได้ในทันที ซึ่งมีตัวยาที่ออกฤทธิ์หลักคือ วิตามินซี (Vitamin C) หรือที่เรียกอีกอย่างว่า กรดแอสคอร์บิก (Ascorbic acid) เป็นหนึ่งในวิตามินที่ร่างกายมีความต้องการเป็นอย่างมาก เพื่อช่วยในการดูดซึมสารวิตามินแร่ธาตุคอลลาเจนรวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวทำให้ผิวแข็งแรงกระจ่างใสขึ้นแต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเฉดสีผิวให้ขาวขึ้นไปจากกรรมพันธุ์ได้

ฉีดวิตามินผิว ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

Advertisement
  1. ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการหวัด โรคภูมิแพ้
  2. ช่วยเสริมสร้างการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ
  3. ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้นให้ผิว
  4. ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิว ป้องกันการถูกทำร้ายจากแสงแดด
  5. ช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง ร่างกายสดชื่น ลดอาการอ่อนเพลีย
  6. ช่วยลดการเกิดเม็ดสีเมลานิล ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  7. ช่วยในการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น กระดูก ฟัน และ ผิวหนัง
  8. ช่วยฟื้นฟูรักษาปัญหาผิว ผิวแห้งเสีย ผิวหมองคล้ำได้

วิตามินผิวเหมาะกับใครบ้าง?

1.ผู้ที่ต้องการเสริมระดับภูมิคุ้มกันเพื่อลดอาการอ่อนเพลีย เป็นหวัดง่าย หรือ เป็นโรคภูมิแพ้

  1. ผู้ที่นอนดึก พักผ่อนน้อย ทำให้ผิวพรรณไม่สดใส
  2. ผู้ที่ผิวขาดความชุ่มชื้นจนแห้ง หยาบกระด้าง หมองคล้ำ
  3. ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวที่กำลังอ่อนแอหรือเสื่อมสภาพอย่างเร่งด่วน
  4. ผู้ที่อยากเปลี่ยนแปลงผิวให้กระจ่างใสขึ้น ดูสุขภาพดี
  5. ผู้ที่ไม่มีอยากทาครีม และ ต้องการผลที่ไวกว่า
  6. ผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย

ใครบ้างไม่สามารถฉีดวิตามินผิวได้

  1. คนที่มีประวัติแพ้ยา หรือวิตามินที่เป็นรูปแบบการฉีด
  2. คนไข้ที่มีภาวะเหล็กเกิน เพราะวิตามินซีจะเข้าไปทำให้ร่างกายเกิดการดูดซึมธาตุเหล็กได้มากขึ้นอีก ทำให้เกิดความไม่สมดุลของแร่ธาตุได้
  3. ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ
  4. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตต่ำ โรคหัวใจที่ต้องรักษาด้วยยาหลายชนิด
  5. ผู้ที่มีประวัติโรคเลือดผิดปกติ โรคมะเร็ง
  6. หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  7. คนไข้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ (G6PD Deficiency)

วิธีเลือกคลินิกเพื่อฉีดวิตามินผิวให้ปลอดภัยเห็นผล?

การเลือกคลินิกเพื่อฉีดวิตามินผิวให้ปลอดภัย อันดับแรกต้องเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ที่ตั้งคลินิกชัดเจนและเปิดให้บริการหลายสาขาฐานลูกค้าเยอะเพราะหากซื้อคอร์สแล้วคลินิกเหล่านี้ไม่มีทางปิดหนีแน่นอนที่สำคัญคือทำหัตถการโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์สามารถให้คำแนะนำอย่างละเอียดเกี่ยวกับตัวยาที่ใช้
และมีราคาที่สมเหตุสมผล นอกจากนี้การเลือกคลินิกที่มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงก็จะช่วยให้เรามั่นใจในความปลอดภัย ฉีดตัวยาดีเห็นผลชัดเจนมากขึ้น

สูตรวิตามินผิว 7 สูตรเฉพาะกังนัมคลินิกมีอะไรบ้าง? เหมาะกับใครบ้าง

สูตรวิตามินผิวจะมีหลายสูตร ขึ้นอยู่หกับการผสมตัวยาของแต่ละคลินิก ซึ่งสูตวิตามินที่นิยมใช้มีดังนี้

  1. Meso Blink เป็นสูตรวิตามินเข้มข้นเห็นผลเร็ว ที่จะช่วยให้ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ใช้วิธีฉีดเข้ากล้ามเนื้อโดยตรงแบบไม่ต้องผสมน้ำเกลือ

เหมาะกับ : เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะ

  1. Vitamin White Plus เป็นสูตรวิตามินสูตรเข้มข้นที่จะช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส และ ช่วยบำรุงเส้นผมให้เส้นผมแข็งแรงมีสุขภาพดี และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอีกด้วย 

เหมาะกับ : เหมาะกับคนที่อยากให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติไป มีเส้นผมที่นุ่มสลวยแข็งแรง และ คนที่เป็นหวัดง่าย มีอาการของโรคภูมิแพ้

  1. Extra White Plus สูตรวิตามินเน้นเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เร่งปรับสภาพผิวให้กระจ่างใส และเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำ

เหมาะกับ : เหมาะกับคนที่ผิวแห้งกร้าน ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เพื่อให้ผิวเนียนนุ่ม และกระจ่างใสขึ้น

  1. Vital Glow เป็นสูตรวิตามินซีสูตรเข้มข้นแบบพื้นฐานที่เน้นช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส นุ่มลื่น เรียบเนียน อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นการปรับสมดุลร่างกายก่อนเปิดรับการบำรุงสูตรอื่นๆ

เหมาะกับ : เหมาะกันคนไข้ที่ไม่เคยฉีดผิวมาก่อน ต้องการให้ผิวมีความกระจ่างใส สุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Aura White Skin เป็นสูตรวิตามินที่มีส่วนผสมของหัวเชื้อกลูต้าที่เข้มข้นโดยมี Cinder มากถึง 200 เท่า เร่งปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสแบบเร่งด่วน ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิล ปรับให้สี

ผิวกระจ่างใส และสีผิวสม่ำเสมอขึ้น

เหมาะกับ : เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลลัพธ์รวดเร็วและชัดเจนภายใน 7-14 วัน

  1. Perfect White Radiance เป็นสูตรวิตามินผิวที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว เคล็ดลับของการมีผิวชุ่มชื้นชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ และปรับให้ผิวกระจ่างใสขึ้น 

เหมาะกับ : เหมาะสำหรับคนที่มีริ้วรอย ผิวขาดน้ำต้องการให้ผิวกลับมาเต่งตึง เปล่งปลั่ง  

  1. Fairy Cocktail เป็นสูตรวิตามินรวมเข้มข้น ที่ช่วยให้ผิวโกลวสุขภาพดีไปพร้อมๆ การกระตุ้นภูมิต้านทานให้กับร่างกายในยุคโควิด

เหมาะกับ : เหมาะสำหรับคนที่อยากมีผิวที่สวยไปพร้อมๆกับการรักสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันต้านโควิด

11 คำถามยอดนิยมในการฉีดวิตามินผิว 

  1. ฉีดวิตามินผิวบริเวณไหน?

การฉีดวิตามินผิว แพทย์จะมีการฉีดบริเวณข้อพับ เป็นการฉีดด้วยสายน้ำเกลือเข้าเส้นเลือดดำ ทำให้วิตามินต่างๆ สามารถเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ร่างกายจึงดูดซึมวิตามินได้มากขึ้น จึงเห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

2.หลังฉีดวิตามินต้องรอกี่วันจึงจะเห็นผล?

การฉีดวิตามินผิว ครั้งแรกจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สัปดาห์แรก และเริ่มชัดเจนขึ้นใน 2-3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวของแต่ละบุคคล

  1. ฉีดวิตามินผิว เห็นผลจริงมั้ย? ต้องฉีดอย่างน้อยกี่ครั้ง?

การฉีดวิตามินผิว จะเริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรก และ จะเห็นได้ชัดเจนมากเมื่อฉีดต่อเนื่องอย่างน้อย 3 – 4 ครั้ง

  1. ฉีดวิตามินผิวเจ็บมั้ย?

การฉีดวิตามินผิว แพทย์จะมีการเปิดเส้นเลือดอย่างชำนาญด้วยการแทงเข็มครั้งเดียวจบ จึงจะไม่รู้สึกเจ็บ จะรู้สึกแสบๆเล็กน้อยตอนเดินยาเป็นระยะเท่านั้น

  1. ถ้าหยุดฉีดวิตามินผิว ผิวจะกลับไปคล้ำหมองอีกหรือไม่?

การหยุดฉีดวิตามินผิวอาจทำให้ผิวไม่เรียนเนียนเหมือนตอนฉีดผิวต่อเนื่อง เพราะการฉีดผิวเป็นบำรุงผิววิธีหนึ่ง แน่นอนว่าหากหยุดฉีดไปแล้วก็เหมือนผิวขาดการบำรุงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวอ่อนแอลงเมื่อต้องเผชิญกับมลภาวะ ฝุ่นควัน สภาพอากาศแปรปวน สารเคมีต่างๆ จำเป็นต้องดูแลผิวพื้นฐานด้วย เช่น รับประทานอาหารกลุ่มวิตามินซี ออกกำลังกาย พักผ่อนเพียงพอและดื่มน้ำสะอาด2-3 ลิตรต่อวัน

  1.  การฉีดวิตามินผิวช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้นได้มั้ย?

การฉีดวิตามินผิว เป็นการบำรุงผิวอย่างล้ำลึกและปรับสภาพผิวให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ผิวหนังเรียบเนียน รูขุมขนกระชับขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้ส่งผลให้รูขุมขนกระชับเล็กลงโดยตรง หากผู้ที่ต้องการให้รูขุมขนเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด แนะนำให้ทำเลเซอร์กระชับรูขุมขน

โดยตรง

  1. ฉีดวิตามินผิวทำให้ขาวขึ้นจริงมั้ย?

การฉีดวิตามินถือเป็นการเร่งผลัดเซลล์ผิวเก่า และ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิว นอกจากนี้ยังซ่อมแซมเซลผิวที่เสื่อมสภาพ ให้ผิวดูกระจ่างใสสุขภาพดีขึ้น แนะนำให้ฉีดวิตามินผิวอย่างต่อเนื่อง 3-5 ครั้งเพื่อการเห็นผลที่ชัดเจน ผิวจะกระจ่างใสขึ้นแต่ไม่ต่างจากพันธุกรรมเดิม การฉีดวิตามินไม่สามารถเปลี่ยนเฉดสีผิวได้ เพียงแต่ผิวจะดูสุขภาพดีและกระจ่างใสขึ้น 1-2ระดับ

  1. นอกจากการฉีดวิตามินผิวแล้ว มีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น?

– บำรุงผิวด้วยการฉีดเมโสหน้าใส และ การฉีดมาเด้คอลลาเจน เพื่อให้ผิวหน้าและผิวกายสุขดีไปพร้อมๆกัน

-เลเซอร์ผิวหน้า ด้วย Dual Yelllow เพื่อเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่า กระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวหนังได้รับการปรนนิบัติ อย่างอ่อนโยน

ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ

-การทาโลชั่นบำรุงผิว โลชั่นบำรุงผิวที่มีวิตามินซีบริสุทธิ์จากธรรมชาติเพื่อบำรุงผิวให้ขาวฉ่ำเด้ง กระจ่างใส และ มีส่วนผสมของวิตามินอีเข้มข้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น 

-การทานวิตามินซี ควรทานวิตามินซีขนาด 500-1,000 มิลลิกรัมต่อวัน จะเป็นแบบอัดเม็ด แคปซูล หรือเม็ดฟู่ เพื่อให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีเข้าไปช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้แข็งแรง

– การเลือกทานผักและผลไม้ เพื่อจะช่วยดีท็อกซ์สารพิษ และ ต้านอนุมูลอิสระ เสริมเกราะป้องกันให้สุขภาพมีผิวพรรณที่สวยขึ้นและยังสามารถช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น

  1. ฉีดวิตามินผิว สามารถทำพร้อมกับเมโสแฟต โบท็อก หรือหัตถการอื่นๆได้หรือไม่?

การฉีดวิตามินผิว สามารถทำร่วมกับการทำหัตถการอื่นๆได้ เช่น ทำร่วมกับการฉีดเมโสแฟต, โบท็อกซ์, การฉีดเมโสหน้าใส ในเวลาเดียวกันได้ โดยไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย เพราะเป็นการทำหัตถการในคนละจุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป 

  1. ผลลัพธ์หลังฉีดวิตามินผิวอยู่ได้นานเท่าไหร่?

ผลลัพธ์หลังการฉีดวิตามิผิวจะอยู่ได้ประมาณ 1 เดือน แนะนำให้ฉีดวิตามินผิวเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อคงผลลัพธ์ของสุขภาพผิวที่ดีเอาไว้

  1. ฉีดวิตามินผิวกับการทานวิตามินแบบเม็ดอะไรดีกว่ากัน?

หากพูดถึงความเร็วในการดูดซึมเข้าร่างกาย การรับวิตามินแบบฉีดจะทำได้เร็วกว่าแบบเม็ด เพียงฉีด 3-5 ครั้งขึ้นไปก็สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ชันเจน ถ้าเทียบกับแบบเม็ดๆ ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการย่อยสลายและกระบวนการอื่นๆ ของร่างกาย ก่อนดูดซึมไปใช้ในชั้นผิว อาจจะต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเห็นผลลัพธ์

สรุปควรฉีดวิตามินผิวหรือไม่ เลือกสูตรไหนดี?

การฉีดวิตามินผิวถือเป็นวิธีที่จะปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสได้จริงและมีความปลอดภัยสูง หากทำอย่างถูกวิธีโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และ ใช้สูตรวิตามินที่ได้รับการรับรองจากอย. เลือกใช้สูตรที่เหมาะสมกับปัญหาผิว สามารถปรึกษากับแพทย์เพื่อประเมินปัญหาผิวเพื่อเลือกสูตรที่เหมาะสมได้เลย นอกจากนี้การฉีดวิตามินผิวยังสามารถทำร่วมกับการทำหัตถการอื่นๆ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย