หญิงโสดในตูนิเซีย กับปัญหา ‘ฝากไข่’ เรื่องใหญ่ของคนฝันอยากเป็นแม่

5.03.22 | 11:33 น.
เนอร์มีน ฟาร์ นักร้องสาวชาวตูนีเซียวัย 31 (เครดิตภาพจากไอจี nermine_sfar)

หญิงโสดในตูนิเซีย กับปัญหา ‘ฝากไข่’ เรื่องใหญ่ของคนฝันอยากเป็นแม่

หลังจาก เนอร์มีน ฟาร์ นักร้องสาวชาวตูนิเซียวัย 31 ออกมาประกาศว่าอยาก “ฝากไข่” ของเธอ เพื่อสักวันเธอจะได้มีโอกาสเป็น “แม่คน”

ความหวัง ความฝันของนักร้องสาวผู้นี้ ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงถึงสิทธิในการเป็นแม่ของผู้หญิงในดินแดนแห่งนี้ที่ กฎหมายยังไม่เปิดโอกาสให้ ผู้หญิงที่มีเหตุผลทางสังคม และอาชีพการงาน สามารถไป “ฝากไข่” เพื่อรอเวลาพร้อมที่จะมีเจ้าตัวน้อยได้

ฟาร์ ได้เรียกร้องให้ผู้ติดตามไอจีของเธอที่มีอยู่เกือบ 1,000,000 ราย ช่วยกันเชิญชวนผู้หญิงในวัยเรียนและวัยทำงาน ให้ไป “ฝากไข่” หรือแช่แข็งไข่ นวัตกรรมการเก็บรักษาไข่ไว้ในไนโตรเจนเหลว ซึ่งจะทำให้เซลล์ทุกเซลล์หยุดการทำงาน เพื่อนำมาใช้ในเวลาที่ผู้หญิงพร้อมจะมีบุตร ซี่งภายใต้กฎหมายของตูนิเซีย ที่ออกมาเมื่อปี 2544 ระบุให้หญิงโสดจะทำการ “ฝากไข่” ได้ก็ต่อเมื่อมีปัญหาทางสุขภาพ และต้องเข้ารับการรักษา อย่างเช่น ป่วยเป็นมะเร็ง และต้องเข้ารับการทำเคมีบำบัด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการตั้งครรภ์

โดยสามารถฝากไข่แช่แข็งไว้ได้เป็นเวลา 5 ปี แต่สามารถขยายเวลาออกไปใหม่ได้ ตามคำร้องของหญิงผู้ป่วย แต่กฎหมาย ไม่อนุญาตให้ผู้หญิง “ฝากไข่” เพื่อยืดเวลาการตั้งครรภ์ เนื่องจากเหตุผลทางสังคมหรืออาชีพ ซึ่งทำให้ เนอร์มีน ฟาร์ ไม่สามารถ “ฝากไข่” ได้ เช่นเดียวกับผู้หญิงโสดอีกมากมาย

โพสต์ของนักร้องสาว ได้จุดประเด็นถกเถียงให้มีการแก้กฎหมาย และมีผู้หญิงหลายคนเข้ามาแสดงความเห็น อย่างเช่นผู้ใช้สื่อโซเชียลรายหนึ่งที่เข้าไปโพสต์แสดงความเห็นว่า “ในตูนิเซีย ช่างน่าเศร้าใจที่ มันสมองและกฎหมายถูกแช่แข็งไว้ลึกมาก”

Advertisement

ไนมา เชอมิติ นักข่าวทีวี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพีว่า มีความคิดอยากจะไปฝากไข่มา 2 ปีแล้ว แต่เพราะ กฎหมายไม่เปิดโอกาสให้เธอทำได้ “ฉันมองไม่เห็นตรรกะ ความเป็นเหตุผลใดๆ ในกฎหมายนี้ที่ยกเว้น ผู้หญิงโสดที่มีสุขภาพแข็งแรง แต่มีอาชีพการงานที่ต้องรับผิดชอบ และมีข้อจำกัดทางการเงินที่ทำให้พวกเธอต้องชะลอการแต่งงาน หรือชะลอการมีบุตรออกไป”

ไนมา ยังวิจารณ์ภาคประชาสังคมที่ล้มเหลวในการผลักดันรัฐสภาให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ซึ่งไม่สอดคล้องกับวิวัฒนาการบทบาทของผู้หญิงและความรับผิดชอบของพวกเธอที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน

ขณะที่ หมอเฟธี จิวา หัวหน้าคลีนิกผู้มีบุตรยากของโรงพยาบาล Aziza Othmana ในกรุงตูนิส เปิดเผยว่า มีหญิงโสดเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการฝากไข่ทุกวัน

“และยิ่งเพิ่มขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะวิวัฒนาการทางสังคมที่เปลี่ยนไปในตูนิเซีย ซึ่งอายุเฉลี่ยของผู้หญิงที่แต่งงานตอนนี้อยู่ที่ 33 ปี ซึ่งนอกจากอายุขัยที่เป็นปัญหาต่อการตั้งครรภ์แล้ว ยังมีเงื่อนไขเวลาทางสังคม ซึ่งถูกควบคุมโดยวิวัฒนาการทางอาชีพการงานอีก”

หมอเฟธี จิวา ให้ข้อมูลว่า ในผู้หญิงที่มาขอฝากไข่เกือบ 1,000 รายนับแต่ปี 2557 มีอยู่ถึง 80 % ที่เป็นคนโสด

ขณะที่ ยอสรา ฟรอว์ส นักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีชาวตูนิเซีย พูดถึงโพสต์ของนักร้องสาวว่า ได้ทำให้มีการถกกันถึงประเด็นนี้ ที่มักถูกบดบังจากปัญหาอื่นๆ ในสังคม

“ต้องขอบคุณโซเชียล มีเดีย ที่ทำให้ผู้หญิงมีเสรีภาพในการพูดมากขึ้น เรื่องต่างๆ ที่เคยเป็นเรื่องต้องห้าม ปัจจุบันกำลังมีการนำมาพูดอย่างเปิดเผย”