หนังสือพิมพ์ยูเอสเอ ทูเดย์ ยก “เมลินดา เฟรนช์ เกตส์” เป็น ผู้หญิงแห่งปี
คอลัมน์ สรรหามาเล่า
เมลินดา เฟรนช์ เกตส์ นักธุรกิจชาวอเมริกัน และมหาเศรษฐีใจบุญวัย 57 อดีตภรรยาของ บิล เกตส์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ได้รับเกียรติจากหนังสือพิมพ์ยูเอสเอ ทูเดย์ ยกให้เป็น “ผู้หญิงแห่งปี” เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ในโอกาสนี้เมลินดา ได้ออกมาแชร์เรื่องราวทุกข์สุขในชีวิต และวิธีที่ก้าวผ่านเหตุการณ์ท้าทายเหล่านั้นมาได้ รวมถึงสิ่งที่เธอต้องการ “ลงทุน” เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในกลุ่มสตรี และ สตรีผิวสี
“เราทุกคนต่างเคยเจอช่วงเวลาที่ย่ำแย่ ฉันเองก็เช่นกัน และอาจพูดได้ว่า ช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุดในชีวิตฉันก็คือตอนที่ต้องตัดสินใจจบชีวิตแต่งงาน ซึ่งฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นกับฉัน ยิ่งในวันที่ฉันตัดสินใจแต่งงาน แต่ฉันก็คิดได้ว่า ฉันต้องเลือกทางเดินที่เป็นผลดีต่อชีวิต แน่นอนว่าวันนั้นเป็นวันที่ฉันเสียใจมาก” เมลินดาพูดถึงการตัดสินใจจบชีวิตคู่ 27 ปีกับบิล เกตส์ ที่จบลงด้วยหย่าร้างเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากเธอจับไดว่า ถูกอดีตสามีนอกใจ

เมลินดาเล่าว่า เธอสามารถลุกขึ้นมายืนหยัดได้อีกครั้ง ด้วยการพึ่งพาผู้คนที่เธอสามารถ “เป็นตัวเอง”ได้เต็มที่ “ฉันมีคนรอบตัวที่เป็นคนดี และเป็นคนที่ห่วงใยคนอื่น และเป็นกลุ่มคนที่ฉันสามารถเป็นตัวเองเวลาอยู่กับพวกเขา ฉันสามารถจะโทรศัพท์หาแล้วร้องไห้ หรือบอกกับพวกเขาว่า เราออกไปเดินเล่นกันหน่อยได้มั้ย? พวกเขาเหล่านั้นอยู่เคียงข้างฉันทั้งวันที่ทุกข์ที่สุด และสุขที่สุด ฉันเองก็ทำเช่นนั้นกับพวกเขา ถ้าหากไม่มีคนเหล่านี้ ซึ่งมีทั้งเพื่อนๆ และเพื่อนร่วมงานอีก 2-3 คน ฉันก็ไม่รู้จะผ่านช่วงเวลาเลวร้ายที่สุดมาได้อย่างไร ยิ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา”
ผู้หญิงแห่งปีคนล่าสุดของยูเอสเอ ทูเดย์ ยังเล่าถึงแผนงานที่เธอตั้งใจจะทำเพื่อช่วยเหลือสังคมผ่านมูลนิธิบิล แอนด์ เมลินดา เกตส์ ที่เธอและอดีตสามีร่วมกันก่อตั้งว่า เธอจะมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือ ผลักดันให้สตรีและครอบครัวมีความก้าวหน้าทางสังคม ผ่านการลงทุนในบริษัท Pivotal Ventures ที่เธอก่อตั้ง
“เป้าหมายที่แท้จริงก็คือ การสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมเพื่อสตรี และสตรีผิวสี ฉันรู้สึกจริงๆว่า เราจำเป็นต้องเร่งสร้างอำนาจ และอิทธิพลของพวกเธอ อย่างในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ตอนนี้ ฉันรู้สึกว่าการจ้างงานในสหรัฐอเมริกากำลังกลับมาแล้ว แต่ผู้หญิงจะไม่ถูกจ้างกลับเข้ามาทำงานในอัตราส่วนเกือบเท่ากับผู้ชาย ยังมีอะไรต้องทำอีกเยอะเกี่ยวกับภาระต่างๆที่ผู้หญิงกำลังแบกรับอยู่ และฉันคิดว่าเราต้องมาดูว่า เราจะช่วยกันแก้ไขระบบนั้นได้อย่างไร และเราจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่าผู้หญิง และผู้หญิงผิวสีจะได้งานทำตามที่พวกเธอต้องการ”
เมลินดา บอกว่า การลงทุนในสตรี จะส่งผลดี มีประโยชน์มากกว่าแค่ก่อประโยชน์ส่วนบุคคล “สิ่งที่ฉันรู้เกี่ยวกับผู้หญิงก็คือ เมื่อคุณลงทุนในพวกเธอ พวกเธอจะก่อให้เกิดการลงทุนต่อในคนอื่นๆอีก พวกเธอจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกๆ ช่วยยกระดับคุณภาพของชุมชนที่อาศัย ยกระดับสังคม ดังนั้นฉันจึงเป็นปลื้ม และตื่นเต้นมากเมื่อเห็นผู้หญิงมีอำนาจ บทบาทในสังคม ”



