‘วิจัย-นวัตกรรม’ ก้าวต่อไป ‘ดอยคำ’ ในวันที่โลกแข่งขันสมบูรณ์

6.04.22 | 14:51 น.

‘วิจัย-นวัตกรรม’ ก้าวต่อไป ‘ดอยคำ’ ในวันที่โลกแข่งขันสมบูรณ์

ดอยคำ แบรนด์ตีตราภายใต้ บจก.ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร หนึ่งในโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่มีพระราชปณิธานรับซื้อผลผลิตจากเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน มาแปรรูปผ่านโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปทั้ง 3 แห่ง โดยแห่งแรกที่นับเป็น “จุดกำเนิด” ของดอยคำ คือ โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) จ.เชียงใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและทุกข์ยากของราษฎรจากการถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาและลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้เกษตรกรไทยมีชีวิตความเป็นอยู่และมีรายได้ที่ดีขึ้น

ด้วยเหตุนี้ เส้นทางของดอยคำตามศาสตร์พระราชา จึงมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ผลิตภัณฑ์แปรรูปของดอยคำที่ได้รับความนิยมสูง อย่าง “แยมผลไม้” ที่โรงงานหลวงฯ ที่ 1 แห่งนี้ ได้ต่อยอดสายการผลิต จัดทำน้ำผึ้งแบบหลอด และผลิตภัณฑ์ทาขนมปังแบบหลอดที่มีดีไซน์ฝาบีบใหม่ ลักษณะหัวหลอดเป็นแบบปาดง่าย กระจายแยมได้ดี ขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย ใน 3 รสชาติ ได้แก่ แยมสตรอว์เบอรี แยมเบอร์รีรวม และมาร์มาเลดส้ม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้

พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ดอยคำฯ เผยว่า จากที่มีกระแสตอบรับว่าแยมของดอยคำเปิดยาก จึงพัฒนาเป็นหลอดพกพาสะดวก ไม่ใส่สี ไม่เพิ่มกลิ่นและเติมรส เป็นแยมจากผลไม้จริงๆ ทว่าด้วยบรรจุภัณฑ์เป็นพลาสติก ซึ่งต้องคิดต่อว่าจะพัฒนาอย่างไรให้สอดคล้องกับนโยบายของดอยคำที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไป ด้วยตอนนี้ก็มีหลายผลิตภัณฑ์ในดอยคำที่ใช้หลอดกระดาษ และสีที่ใช้เป็นสีน้ำฟู้ดเกรด

พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด

กรรมการผู้จัดการใหญ่ดอยคำฯ ยังเผยถึงการดำเนินงานของดอยคำในปัจจุบันว่า ตอนนี้โลกไร้พรมแดน อยากรู้ราคาหรือปริมาณผลผลิตทางการเกษตรของประเทศอื่น แค่ค้นหาในเว็บไซต์ออนไลนก์ก็พบแล้ว สามารถเช็กได้หมด อย่าง มะเขือเทศที่ไทยปลูกได้ 15ตัน/ไร่ ถือว่าเยอะแล้ว แต่ที่อิสราเอลสามารถปลูกได้ถึง 60 ตัน/ไร่ เป็นต้น ฉะนั้นจึงไม่ใช่แค่แข่งขันกันในประเทศ แต่แข่งขันกับทั่วโลก เมื่อโลกเกิดการแข่งขันที่สมบูรณ์ ต้องพัฒนาอยู่เสมอ ถ้าหยุดเมื่อไหร่ก็คือจบแน่นอน

Advertisement

ด้วยเหตุนี้ เพื่อการเรียนรู้และการวิจัยให้ทันโลก ดอยคำจึงได้ขยายพื้นที่ในส่วนของ “โรงเก็บผลิตภัณฑ์เกษตร และโรงปฏิบัติการวิจัยทางพืช” โดยมีการนำเทคโนโลยีทางด้านการเกษตรสมัยใหม่มาค้นคว้า ปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืช รวมถึงมีโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม ที่ออกแบบเป็นอาคารหลังคาโค้งคลุมพลาสติกแบบน็อกดาวน์ จำนวนทั้งหมด 14 หลัง

โดยแบ่งพื้นที่ให้เกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมการเกษตรจากดอยคำ เข้าร่วมโครงการทดลองการผลิตสตรอว์เบอร์รีในโรงเรือนควบคุมสภาพแวดล้อม และส่วนหนึ่งดอยคำใช้ทดลองปลูกสตรอว์เบอร์รีที่ได้ปรับปรุงสายพันธุ์ด้วย

พิพัฒพงศ์ กล่าวอีกว่า สตรอว์เบอร์รีของดอยคำเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกในโรงเรือน ต่างจากที่อื่นที่ปลูกข้างนอกโรงเรือนเสียส่วนใหญ่ เป็นสายพันธุ์ 80 88 และ 89 ที่นักวิจัยของดอยคำพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความไวต่อแสงมากขึ้น เพราะแสงในโรงเรือนจะดรอปลงกว่าแสงธรรมชาติ อยากจะได้สตรอว์เบอรี่สีสวย การเพิ่มสีเข้าไปไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่การพัฒนาสายพันธุ์ซึ่งคือต้นทางคือการแก้ปัญหาที่ถาวร และยั่งยืนกว่า ด้วยเหตุนี้การสนับสนุนและพัฒนานักวิจัย นักนวัตกร จึงเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ให้ความสำคัญ

เพราะหากไม่มีนักวิจัยของเราเอง ก็เหมือนยืมจมูกคนอื่นหายใจ ทำงานได้ไม่ต่อเนื่อง แผนการพัฒนาคนของดอยคำจึงมีเยอะมาก และส่วนมากเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีผลงานวิจัยออกมาอย่างสร้างสรรค์จำนวนมาก และแม้ว่าเรื่องของวิทยาศาสตร์

และการวิจัยในเมืองไทยจะค่อนข้างหมุนช้ากว่าที่อื่นๆ แต่ดอยคำไม่หยุด ต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการเรียนรู้ รู้แล้วก็เรียนลัดกันบ้าง ต่อยอดเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะยังคงเชื่อว่าการพัฒนาจะทำให้เราสามารถไปแข่งขันกับโลกได้ ต้องคิดอะไรที่แปลกใหม่ เพราะไม่งั้นเราก็ตกโลก