แม่ก็คือแม่
โดยเฉพาะแม่ยุคนี้ ที่เรียกกันว่า “แม่ Gen M” มาจากคำว่า Millennial Generation (Gen M) มีวิธีเลี้ยงลูกต่างจากแม่รุ่นก่อนๆ ด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามาสร้างความสะดวกสบายให้ชีวิต จึงทำให้แม่ Gen M ยังคงความเป็นตัวของตัวเอง เปิดกว้างเป็นแม่สายชิล สบาย สบาย เพราะมีตัวช่วยเพียบ!!
ในงาน Trend of Thai Millennial Moms เข้าถึง เข้าใจ ไทยมิลเลนเนียลมัม จัดโดย แบรนด์รักลูก กลุ่มบริษัท อาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) ที่สยามพารากอน ได้มีการสรุปผลวิจัยทัศนคติและพฤติกรรมเรื่องการเลี้ยงลูกจากแม่ทั่วประเทศกว่า 2,000 ราย อายุ 21-35 ปี
พิมพ์ฐณัช ภฐณวาณิชกุล ผู้จัดการศูนย์วิจัย สถาบันอาร์แอลจี เผยถึงผลวิจัยพบว่า แม่เจน M มีทัศนคติต่อการเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบันที่น่าสนใจ และสามารถสรุปเป็นเทรนด์ได้ 6 เรื่อง คือ
1.แม่ Gen M ภูมิใจในตัวเองพร้อมๆ ไปกับภูมิใจในความเป็นแม่
แม่ยุคนี้ไม่ได้มองว่า คนท้องคือคนป่วย แค่มีลูกและยังสามารถทำอะไรต่ออะไรที่เคยทำได้ แม้แต่การออกกำลังกาย อีกทั้งยังดูแลตนเอง เพราะหากแม่มีความสุข ลูกในครรภ์ก็จะมีความสุขด้วย
2.เรื่องเลี้ยงลูกไว้ใจ “ปู่ย่าตายาย” ที่สุด
ถ้าถามถึงคนที่ไว้ใจให้ดูแลลูก แม่ร้อยละ 82.08 ตอบว่า ปู่ย่าตายาย แสดงให้เห็นถึงระบบสายสัมพันธ์แบบไทยที่ยังมีความหมายอยู่ และไม่ใช้พี่เลี้ยงเด็ก เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยและสิ้นเปลือง
3.แม่ไม่ได้แหกกฎ แค่เปลี่ยนบริบทของคำว่า “ดีที่สุด”
แม่ Gen M มองโลกอย่างเข้าใจ และยอมรับความเป็นไปของโลก เข้าใจถึงความแตกต่างของคนแต่ละคน อาทิ แม่ 77% ไม่รู้สึกเป็นเรื่องแปลกเมื่อเห็นเด็กผู้ชายเล่นตุ๊กตา และเด็กผู้หญิงเล่นหุ่นยนต์
4.แม่สายชิล สบาย…สบาย เพราะได้ตัวช่วยเพียบ
คุณแม่กลุ่มนี้เติบโตมาในยุคที่มีวิวัฒนาการของอุปกรณ์เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่สะดวกสบาย เป็นปัจจัยให้เธอมีความ “ชิล” ในการใช้ชีวิต โดยหมายรวมไปถึงการเลี้ยงดูลูกด้วย เช่น ลูกล้มไม่โอ๋, ลงโทษลูกแบบ Time-out ไม่ต้องตี, ลูกกับหมาอยู่ด้วยกันได้ และอีกปัจจัยที่ทำให้พวกเธอไม่เครียดในการเลี้ยงลูกคือ เธอเชื่อว่าหากมีปัญหาเมื่อใด Google ช่วยได้เมื่อนั้น
5.แม่ 4G เอาอยู่ทุกสถานการณ์
ในยุคของอินเตอร์เน็ต คุณแม่ที่ได้กลายร่างเป็น “สมาร์ท มัม” โดยสามารถใช้อุปกรณ์และเครือข่ายอัจฉริยะในมือ ดูแลจัดการชีวิต ครอบครัว ไปจนถึงลูกน้อย แอพพลิเคชั่น “ไลน์” เป็นแอพพ์ยอดนิยมของแม่ รวมถึงเฟซบุ๊กด้วย
6.สังคมแม่ยุคใหม่ไร้พรมแดน
แม่ 86% ชื่นชอบที่จะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ กับแม่คนอื่นๆ และ 80% ของแม่อ่านรีวิวจากแม่คนอื่นๆ ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าสำหรับลูก
“จากผลการวิจัยสะท้อนว่าแม่ยุคนี้มีความคิดที่เปลี่ยนไป เป็นอิสระมากขึ้น มีความคิดเป็นตัวของตัวเอง ไม่ยึดติดกรอบการเลี้ยงดูลูกแบบเดิมๆ แม้จะมีตัวช่วยที่ดี แต่แม่ 76% ยังมีความกังวลใจอยู่บ้างเรื่องของการเลี้ยงลูก เพราะทำดีแค่ไหนก็ยังรู้สึกว่ายังดีไม่พอ ต้องดีขึ้นเรื่อยๆ” พิมพ์ฐณัชกล่าว


ด้าน สุภาวดี หาญเมธี ประธานสถาบันอาร์แอลจี กล่าวว่า จากงานวิจัยจะเห็นว่า “ชีวิตแม่สมัยนี้ดีจังเลย” เมื่อเทียบกับแม่รุ่นก่อนๆ เพราะมีตัวช่วยเยอะ แต่ก็ยังมีแม่อีก 76% ที่กังวลเรื่องลูก ซึ่งมาจากแม่มีหลายสถานภาพทับซ้อน ทุกอย่างไม่ง่ายเหมือนสมัยสาวๆ เพราะการเลี้ยงคนหนึ่งคนต้องประณีต ใช้เวลา ให้ความรัก ความผูกพัน ค่อยๆ ดูแล แก้ไข มีความอดทนอดกลั้น
สุภาวดีแนะว่า แม้จะมีเรื่องกังวล แต่ถ้าแม่มีหลักหรือเป้าหมายที่ดี รวมถึงมีสติ การเลี้ยงลูกก็ไม่ใช่เรื่องยาก
โดยมีคำแนะนำ 6 ข้อดังต่อไปนี้
1.แม่ต้องตั้งหลักตัวเองก่อนว่า มีหลักคิดอะไรที่เป็นเรื่องสำคัญที่เชื่อว่าจะพาให้ลูกไปรอดได้ เช่น ลูกต้องพึ่งตัวเอง เราก็ต้องปักหมุดตรงนี้ หรือลูกเป็นคนที่ต้องอยู่กับคนอื่นได้ เพราะฉะนั้นกระบวนการพัฒนาลูก ก็จะเอาตรงนี้เป็นหมุด
2.แม่ต้องมีสติ เวลาได้รับข้อมูลข่าวสารอะไรก็ตาม ต้องใช้สติกลั่นกรอง อย่าไปตามกระแส ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ใช้ชีวิตได้ไม่ยาก
3.เรียนรู้ต่อเนื่อง พอโลกเปลี่ยน เราต้องตามว่าโลกเปลี่ยนไปทางไหน แต่ไม่จำเป็นต้องไปคล้อยตาม ซึ่งเราตัดสินใจและเรียนรู้ว่า เราควรจะเดินหน้ายังไง โดย 1.ให้เรียนรู้ตัวเรา 2.รู้ลูก เพราะการเลี้ยงลูก เป็นเรื่องของพัฒนาการเด็ก ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา สมอง เราก็ต้องรู้ เพื่อเราจะได้ใช้แต่ละช่วงชีวิตของลูก ให้เหมาะสมกับพัฒนาการเขา
4.แม่ต้องบาลานซ์ ต้องมีจุดที่สมดุลพอดี ซึ่งแม่ต้องทำอะไรมากมายหลายอย่าง แต่เวลา 24 ชม. ไม่ได้เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น แม่ก็ต้องรู้จักว่าเวลาไหนควรทำอะไร นอกจากนี้ก็ต้องจัดบานลานซ์เรื่องเงินให้ดีด้วย
5.ต้องใช้รากฐานชีวิตให้มีประโยชน์ เวลาเราได้อะไรใหม่ๆ เข้ามา เช่น เทคโนโลยี ความสะดวกเราต้องอย่าลืมว่า จริงๆ เรามีอะไรหลายอย่างที่เป็นของเดิมที่ดีอยู่แล้ว เช่น ครอบครัวเดิมที่ดี การมีปู่ย่าตายาย อันนี้คือเรื่องสำคัญที่สุด ซึ่งหมายถึงรากเหง้า วัฒนธรรมที่ดี ต้องรักษาเอาไว้ เช่น คำสอนปู่ย่าตายายที่เราเคยได้ดีมาเพราะคำเหล่านี้ ก็ต้องส่งต่อให้ลูกเราใช้ให้เป็นประโยชน์ อย่าคิดว่าต้องรับของใหม่ทั้งหมด
6.การเป็นแม่ไม่ได้มีชีวิตอยู่แค่ปัจจุบัน ขณะการเป็นแม่ต้องมีชีวิตอยู่ที่เป้าหมายที่ไปข้างหน้า เพราะว่าลูกต้องเติบโต การที่เราปักหมุดความคิดดีแล้ว มีสติแล้ว เรียนรู้แล้ว รู้จักใช้ทรัพยากร รู้จักบาลานซ์ สุดท้ายต้องประคองลูกไปสู่เป้าหมาย เพราะหน้าที่แม่คือส่งลูกให้ถึงฝั่ง หน้าที่แม่ไม่ใช่แค่ดูแลลูกในระยะสั้น แต่ต้องคอยประคองคัดท้าย เพื่อให้ลูกไปให้ถึงฝั่งให้ได้
“ฝั่งที่ว่า คือ ชีวิตที่มีคุณภาพ คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่กับโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้อย่างดี” สุภาวดีทิ้งท้าย


