กูรูมอง เจ้าชายวิลเลียม ทรงมีบทบาทในราชวงศ์มากขึ้น หลังพระชนม์ 40 พรรษา
คอลัมน์ สรรหา มาเล่า
เจ้าชายวิลเลียม หรือ ดยุคแห่งเคมบริดจ์ มีพระชนมายุเต็ม 40 พรรษาไปเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา นับเป็นอีกก้าวสำคัญในชีวิตของ ‘ว่าที่กษัตริย์แห่งอังกฤษ’ ในอนาคต
เอเอฟพี อ้างโพลสำรวจของ YouGov ระบุว่า เจ้าชายวิลเลียม ทรงเป็นสมาชิกราชวงศ์ที่ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนชาวอังกฤษมากที่สุดรองจาก สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 สมเด็จพระอัยยิกา (ย่า) ด้วยคะแนนความนิยมคิดเป็น 66 % ตามมาติดๆด้วย ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ หรือ เคท มิดเดิลตัน พระชายาของพระองค์ ที่ได้รับคะแนนนิยม 60 %
“นี่นับเป็นก้าวสำคัญมากสำหรับพระองค์ เพราะทรงมีบทบาทเคียงคู่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดา ทรงออกมาช่วยปฎิบัติพระราชกรณียกิจของควีน แล้วยังทรงสร้างตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ของพระองค์ในฐานะว่าที่กษัตริย์ในอนาคต ” ริชาร์ด ฟิตซ์วิลเลียมส์ นักวิจารณ์ราชวงศ์ชาวอังกฤษวัย 72 ปีให้สัมภาษณ์เอเอฟพี

ฟิตซ์วิลเลียมส์ ให้ความเห็นว่านับแต่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีปัญหาสุขภาพ ทรงเคลื่อนไหวพระวรกายได้ช้าลงตามพระชนม์ที่มากขึ้น แม้จะยังทรงดูมีพลานามัยแข็งแรงเมื่อเทียบกับผู้ที่มีอายุ 96 ปีเท่ากันก็ตาม เจ้าชายวิลเลียม ทรงก้าวขึ้นมามีบทบาทในการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องสำคัญหลายเรื่อง
รวมทั้งเรื่องที่ เจ้าชายแอนดูรว์ ดยุคแห่งยอร์ก ไม่ได้ปรากฎพระองค์ร่วมกับควีนเอลิซาเบธที่ 2 และสมาชิกราชวงศ์ระดับสูง เมื่อคราวเสด็จออกสีหบัญชร ของพระราชวังบักกิงแฮม กรุงลอนดอน ในงานฉลองครองราชย์ 70 ปีขององค์ประมุขแห่งอังกฤษ เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก็มีข่าวว่า เจ้าชายวิลเลียม ทรงเป็นสมาชิกราชวงศ์พระองค์แรก ที่ออกมาคัดค้าน ไม่เห็นด้วยที่เจ้าชายแอนดรูว์ ซึ่งเคยตกเป็นจำเลยในคดีล่วงละเมิดทางเพศ จะปรากฎพระองค์เสด็จออกสีหบัญชร ในพิธีสำคัญนี้
“พวกเขา (เจ้าชายวิลเลียม และ ดัชเชสเคท) คืออนาคตของราชวงศ์อังกฤษ เรื่องนี้ได้ถูกตอกย้ำให้เห็นกันบนระเบียงพระราชวังบักกิงแฮม ในพิธีฉลองครองราชย์ 70 ปีของควีน ” ฟิตซ์วิลเลียมส์ กล่าว

ขณะที่มีนักวิจารณ์ราชวงศ์หลายคน ให้ความเห็นถึงการที่เจ้าชายวิลเลียม พร้อมพระชายา พระโอรส พระธิดาทั้งสามพระองค์ ได้แก่ เจ้าชายจอร์จ พระโอรสองค์โต พระชันษา 8 ปี, เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระชันษา 7 ปี และเจ้าชายหลุยส์ พระชันษา 4 ขวบ เตรียมย้ายไปประทับยังพระตำหนักแอดิเลด คอตเทจ ในบริเวณพระราชวังวินด์เซอร์ เพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดสมเด็จพระอัยยิกา ยิ่งจะทำให้เจ้าชายวิลเลียม ทรงมีบทบาทในครอบครัวราชวงศ์มากขึ้น
แต่ถึงจะมีภาระหน้าที่ในฐานะสมาชิกราชวงศ์เพิ่มขึ้น แต่เจ้าชายวิลเลียม ไม่เคยละเลยบทบาท หน้าที่ในฐานะ พระบิดา รวมทั้งความตั้งพระทัยอยากให้ พระโอรส พระธิดามีชีวิตธรรมดาเท่าที่ทำได้ ซึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลมาจาก เจ้าหญิงไดอานา พระมารดา ที่ทรงเป็นแบบอย่างของสมาชิกราชวงศ์ที่เข้าถึงประชาชน และสะท้อนให้เห็นในการกระทำหลายอย่างของเจ้าชายวิลเลียม ที่ทรงเลี้ยงพระโอรส พระธิดาอย่างครอบครัวสมัยใหม่ อาทิทรงช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อม ช่วยสอนการบ้านแก่ เจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ลอตต์


