แสงไฟรถทำตาพร่า อย่าชะล่าใจ รู้จัก ‘โรคต้อกระจก’

6.07.22 | 14:04 น.

แสงไฟรถทำตาพร่า อย่าชะล่าใจ รู้จัก ‘โรคต้อกระจก’

นั่งอยู่บนรถยนต์ รถประจำทางเจอรถเปิดไฟขับสวนมา เอ๊ะ! ทำไมแสงไฟมันแตกกระจายจัง ไฟเขาไม่ดี กระจกไม่ชัด หรือตาเรามัวกันแน่

เป็นเรื่องใกล้ตัวชวนรู้จักโรคต้อกระจก แนะนำโดย พญ.ชุณหกาญจน์ เพ็ชรพันธ์ศรี จักษุแพทย์เฉพาะทางกระจกตาและการแก้ไขสายตา ศูนย์ตา โรงพยาบาลนวเวช ดังนี้

โรคต้อกระจก คือภาวะเสื่อมของเลนส์กระจกตา มีสาเหตุมาจากการเสื่อมของเลนส์กระจกตาตามวัย จึงพบได้มากในคนสูงอายุ อย่างครึ่งหนึ่งของคนอายุ 60 ปีขึ้นไป จะเป็นต้อกระจก รวมถึงเกิดจากพันธุกรรม ผลแทรกซ้อนของโรคอื่นๆ เช่น ต้อหิน ม่านตาอักเสบ และเบาหวาน เกิดจากการใช้ยาบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ และเกิดจากอุบัติเหตุที่ได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณดวงตา

พญ.ชุณหกาญจน์ เพ็ชรพันธ์ศรี

ผู้เป็นต้อกระจกจะมีอาการ ได้แก่ ตามัว มองเห็นไม่ชัด แม้จะเปลี่ยนแว่นสายตาก็ไม่ชัด, มองเห็นภาพเป็นเงาซ้อน, มองเห็นแสงไฟกระจายแตกเป็นแฉก, มองเห็นสีต่างๆ เปลี่ยนไปจากเดิม และมีฝ้าขาวบริเวณกลางรูม่านตา

ทั้งนี้ เป็นโรคไม่สามารถรักษาได้ด้วยยารับประทานหรือยาหยอดตา แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ด้วยการผ่าตัดเอาเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออก แล้วเปลี่ยนใส่เลนส์แก้วตาเทียม ซึ่งไม่มีวันหมดอายุเข้าไปแทน สายตาก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม

Advertisement

อย่างไรก็ตาม โรคต้อกระจกไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดทุกคน ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดในรายที่เลนส์แก้วตาขุ่น มัว เป็นฝ้า บดบังการมองเห็น ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง เพราะฉะนั้นหากแพทย์แนะนำให้รับการผ่าตัดต้อกระจก ก็ควรรีบเข้ารับการรักษา เพราะหากปล่อยไว้นาน ตาจะมัวลงจนถึงขั้นมองไม่เห็น และต้อกระจกจะแข็งมาก ทำให้การผ่าตัดยากและต้องเปิดแผลใหญ่ขึ้น

“หากปล่อยให้ต้อกระจกเกิดขึ้นต่อไป ไม่ยอมเข้ารับการผ่าตัด ต้อกระจกอาจเข้าสู่การสุกเต็มที่ จนกระทั่งถุงหุ้มเลนส์แตก อาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงของดวงตาได้ และถ้ารักษาไม่ทัน อาจทำให้ตาบอดได้”

หมั่นดูแลดวงตา