วันนี้ปิ่นโตเถาเล็กมีห้องอาหารอิตาเลียนบรรยากาศสบายๆมาฝาก มีชื่อว่า “ลูเช่ (Luce)” อยู่ริมสระน้ำบน”ชั้น 14 ของโรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ” ใครอยากลองอาหารอิตาเลียนหน้าตาทันสมัย แต่ปรุงด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมเน้นรสชาติธรรมชาติความสดของวัตถุดิบ ให้มาที่ลูเช่นะจ๊ะ เชิญแต่งตัวตามสบายจะนั่งด้านในหรือเลือกรับลมชมวิวด้านนอกริมสระน้ำก็ได้
โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ อยู่ริม “ถนนสาทรใต้ก่อนถึงสี่แยกสาทร-สุรศักดิ์” จะนำรถมาเองหรือขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสมาลง “สถานีสุรศักดิ์” ก็เป็นทางเลือกที่ดี ไม่ต้องผจญการจราจรติดขัด มีทางเชื่อมจากสถานีมาที่โรงแรมได้เลย
ห้องอาหารอิตาเลียนแห่งนี้ไม่ธรรมดาเพราะเป็นสาขาที่ 3 ของลูเช่และเป็นแห่งแรกในเอเซีย ต่อจากที่แรกในเมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีดีกรีความดังระดับ 1 ดาวมิชลินถึง 8 ปีซ้อน ส่วนแห่งที่ 2 นั้นอยู่ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย
หัวหน้าเชฟอิตาเลียน (Chef de Cuisine) ในไทย มีชื่อว่า “มร.เอโดอาร์โด้ โบนาโวลต้า (Edoardo Bonavolta)” เป็นชาวทัสคันโดยกำเนิดจากแคว้นทัสคานี แหล่งกำเนิดไวน์ลูเช่ชื่อดัง (ชื่อและโลโก้เดียวกันกับร้าน) ของตระกูลเฟรสโคบอลดิ (Frescobaldi)
เชฟเอโดอาร์โด้มีประสบการณ์คร่ำหวอดอยู่ในวงการอาหารอิตาเลียนมานาน มีแรงบันดาลใจจากอาหารรุ่นคุณย่า นำมาปรุงแบบดั้งเดิมผสมผสานกรรมวิธีการทำสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว เชฟผู้นี้ชอบอาหารออร์แกนิกและมังสวิรัติมาก ถึงขนาดลงทุนไปศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวเอง
เมนูของลูเช่มีครบทุกหมวดหมู่ ก่อนอื่นจะเสิร์ฟขนมปังให้ก่อน มีตั้งแต่ “ขนมปังฟอคคาเซีย (Foccacia) ขนมปังขาวแบบทัสคานี” และ “ขนมปังพิซซ่า” ที่อร่อย กินเพลินจนเรียบตั้งแต่ยังไม่ได้ชิมอาหาร จิ้มกับน้ำส้มสายชูหมักบัลซามิคและน้ำมันมะกอก

เริ่มกันที่เมนูเรียกน้ำย่อยของโปรดคนไทย “แซลมอนทาร์ทาร์ (Salmon Tartar)” (460 บาทสุทธิ) แซลมอนสดจากสกอตแลนด์ปรุงด้วยแอปเปิลเขียวและชีสสดริคอตต้า น่าเสียดายที่ “หอยแมลงภู่อบสไตล์อิตาเลียน (Mussel Pot Alla Marinara)” (400 บาท) ขายดีหมดก่อน เมนูนี้ห้ามพลาดเลยนะครับ ใช้หอยแมลงภู่จากเกาะแทสมาเนีย ออสเตรเลีย กินคู่กับขนมปังกระเทียม
สำหรับผู้ที่ต้องการชิมให้ครบคอร์ส ปิ่นโตเถาเล็กอยากให้ลองชิมซุป เรียกชื่อตรงตัวว่า “ซุปมะเขือเทศมอซซาเรลล่าของลูเช่ (LUCE’s Tomato Mozzarella)” (360 บาท) ความพิเศษอยู่ที่ใช้มะเขือเทศเชอร์รี่สดมาทำเป็นซุปข้นเนียนหอมกลิ่นมะเขือเทศธรรมชาติ ตรงกลางเป็นมอซซาเรลล่าชีสผสมกับครีมหอมมันอร่อย ที่เรียกว่า “บูราต้าชีส” โรยลูกเคเปอร์ดองเล็กๆ มาด้วย
ตามธรรมเนียมของชาวอิตาเลียน คอร์สถัดมาต้องเป็นพาสต้าจานเส้น ซึ่งที่ลูเช่มีเมนูพิซซ่าเพิ่มด้วยอีกต่างหาก ถ้าแฟนๆ อยู่ชมรมคนรักเนื้อเช่นเดียวกับผม ห้ามพลาดจานนี้เลย “ปั๊กเครี วากิว รากู (Paccheri Wagyu Ragu)” (490 บาท) ปั๊กเครีคือพาสต้ารูปท่อชิ้นหนาๆ กว้างๆ ซึ่งที่ลูเช่นี้เขาจะเก่งเรื่องทำพาสต้าเอง ลวกพาสต้า 4-5 นาทีได้นุ่มและหนึบเหลือหลาย เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับซอสแก้มวัวเนื้อวากิวรากูที่เนื้อเด้งและนุ่มหนึบหอมมาก เขาใช้กรรมวิธีซูวี้ด (Sous-Vide) ปรุงให้สุกอย่างช้าๆ ในอุณหูภูมิไม่สูงมาก อร่อยจนฝันถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ ยังมีพาสต้าเส้นดำแบนๆ “ตาเลียวลินี่ผัดปูอลาสก้าคิงแคร็บ (Black Tagliolini with Alaskan King Crab)” (690 บาท) ใส่มะเขือเทศเชอร์รี่และใบไทม์ อีกทั้งเมนู “ริซอตโต้ ข้าวตุ๋นอิตาเลียน ริซอตโต้ ฟรุตติ ดิ มาเร่ (Risotto Frutti di Mare)” (440 บาท) ใส่กุ้งลายเสือ หอยตลับ ปลาหมึก และแตงซุคคินี่
หรือถ้ามากันหลายคนให้สั่งพิซซ่า มี “พิซซ่าเดอะอีสตินแกรนด์” (420 บาท) ตามชื่อของโรงแรม หน้าผักโขม หัวอาร์ติโช้คย่าง ผักร็อกเก้ต อโวคาโด้ เฟต้าชีส มอซซาเรลล่าชีส และทัสคันแฮม (จากทัสคานี่) เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรสชาติธรรมชาติไม่ปรุงแต่งมาก
ส่วนพี่ไทยอย่างเรา ขอแนะนำ “พิซซ่ากะเพราไก่” (380 บาท) ซึ่งจะทำผัดกะเพราไว้ก่อน แล้วมาโรยหน้าพิซซ่า อบนาน 7 นาที เลือกได้ทั้งเผ็ดน้อยและเผ็ดปานกลาง ซึ่งควรเลือกเผ็ดปานกลางเพราะสำหรับพวกเราแล้วก็ยังถือว่าไม่เผ็ดมาก กินได้สบายๆ

ยังอิ่มไม่ได้ ถ้าไม่ได้ลิ้มลองจานหลัก ที่ลูเช่ถนัดเรื่องเนื้อๆ มาก มีเมนู “แก้มหมูอิเบริโก้ (Ibeirco)” (890 บาท) นุ่มเด้งโดยกรรมวิธีซูวี้ดที่อุณหภูมิ 85 องศาเซลเซียส นาน 7 ชั่วโมง กินกับมันบดราดน้ำเกรวี่เห็ด
และคนชอบกินเนื้อ ห้ามพลาดอีกเช่นกัน เพราะมี “เนื้อแบล็กแองกัส (Black Angus Beef)” นุ่มหอมมันย่างชิ้นหนาเป็นนิ้วๆ ตามแบบฉบับอิตาเลียน เราสั่งส่วน “ริบอาย (Rib Eye)” ติดมัน (300 กรัม 1,300/600 กรัม 2,400 บาท) ให้มากจุใจ สั่งมาเป็นกองกลางแย่งกันกิน

ปิดท้ายด้วยของหวาน ขอแนะนำขนมอิตาเลียน ทั้ง “ทิรามิสุ” รสเข้มใส่มาสคาร์โปเน่ชีสหอมมันและ “ปันนาค็อตต้า (Panna Cotta)” เนียนๆ ครีมๆ ราดซอสราส์พเบอร์รี่ (280 บาททั้งคู่) อิ่มพุงกางนอนหลับฝันดีทั้งคืน
ลูเช่เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เที่ยงถึงบ่าย 2 โมงครึ่งและ 6 โมงเย็นถึง 4 ทุ่มครึ่ง ให้ไปกันเป็นหมู่คณะ จะได้สั่งกันได้หลากหลายสนุกสนานสไตล์ไทยนะจ๊ะ


ข้อมูลร้าน
ห้องอาหารอิตาเลียนลูเช่ (Luce)
ที่ตั้ง ชั้น 14 โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร 33/1 ถนนสาทรใต้ ยานนาวา สาทร กรุงเทพฯ10120
โทร 0-2210-8100
เปิดบริการ 12.00-14.30 น. และ 18.00-22.30 น. ทุกวัน
แนะนำ แซลมอนทาร์ทาร์ หอยแมลงภู่อบสไตล์อิตาเลียน ซุปมะเขือเทศมอซซาเรลล่าของลูเช่ ปั๊กเครีวากิวรากู ตาเลียวลินี่ผัดปูอลาสก้าคิงแคร็บ ริซอตโต้ ฟรุตติ ดิ มาเร่ พิซซ่าเดอะอีสตินแกรนด์ พิซซ่ากะเพราไก่ แก้มหมูอิเบริโก้ เนื้อแบล็กแองกัส ทิรามิสุ ปันนาค็อตต้า

