บอกลา ‘ออฟฟิศซินโดรม’ กู้ร่าง กู้ใจ กลับมาลุยงานต่อได้
ทำงานไม่พัก รักงานไม่หยุด ใครเป็นแบบนี้บ้าง แน่นอนว่าสำหรับหลายคน งานคือเครื่องพิสูจน์ความสามารถ ความสำเร็จ ความรับผิดชอบและคุณค่าทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้าง แต่อย่าลืมว่าถ้าโหมงานหนักเกินไปหรือจดจ่ออยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการเกิด ‘ออฟฟิศซินโดรม’ (Office Syndrome) โรคยอดฮิตที่ได้ยินชื่อกันมานาน แต่คนรักงานไม่เคยสลัดให้หลุดได้ซักที แถมอาการก็ไม่ใช่เล่นๆ เพราะอาจลามไปสู่ปัญหาใหญ่ได้ภายหลัง ก่อนจะสายไป เราลองมาทำความรู้จักโรคนี้ พร้อมวิธีป้องกันและผ่อนคลายให้ร่างกายกลับคืนสู่สมดุลกันดีกว่า
ผู้เชี่ยวชาญจาก RAKxa Wellness ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวมแห่งแรกในเอเชีย เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเชิงป้องกันที่ผสมผสานวิทยาการทางการแพทย์ และศาสตร์แห่งการบำบัดหลากหลายแขนง ได้ให้คำแนะนำถึงอาการที่คนทำงานไม่อยากให้เกิดไว้ ดังนี้
ถึงไม่ได้ไปออฟฟิศก็เป็นออฟฟิศซินโดรมได้
รู้ไหมว่า สาเหตุของอาการออฟฟิศซินโดรมไม่ได้เกิดแค่จากการนั่งทำงานที่ออฟฟิศเท่านั้น แต่เป็นเพราะการใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำนานๆ หรือใช้งานอย่างไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการนั่งผิดท่า งอตัว ก้มหน้า ไขว่ห้าง ฯลฯ หากไลฟ์สไตล์หรืออุปนิสัยและความเคยชินของเราทำให้เกิดอิริยาบถเหล่านี้เป็นประจำก็จะทำให้เกิดออฟฟิศซินโดรมตามมาได้ไม่ยาก ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่ คอ บ่า ไหล่ สามจุดสำคัญที่ชาวสู้งานคุ้นเคยกันดี แต่ความจริงแล้วยังมีอาการอีกมากมายตามมา เช่น การปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืดบริเวณหลัง เข่า ปวดตึงสะโพก รวมทั้งอาการของระบบประสาทอัตโนมัติและเส้นประสาทถูกกดทับ ทำให้ปวดหัวและไมเกรนกำเริบ นอนไม่หลับ ตาแห้ง ตาพร่ามัวและเหนื่อยล้า มึนงง วูบ แขนและเท้าชา อาการอ่อนแรง นิ้วล็อค
ยิ่งไปกว่านั้นความเครียดจากการทำงานยังส่งผลกระทบต่อจิตใจและสามารถลุกลามไปถึงระบบย่อยอาหารโดยที่เราไม่รู้ตัว หากปล่อยไว้นานก็อาจลุกลามไปกันใหญ่ จนเป็นอาการเรื้อรังที่กระทบต่อสุขภาพในระยะยาว อาการเหล่านี้ล้วนบ่งชี้ว่าร่างกายกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพและเริ่มส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
แก้ออฟฟิศซินโดรม ต้องดูแลให้ครบด้าน
อาการออฟฟิศซินโดรมเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ รวมถึงปัจจัยการดำรงชีวิต ดังนั้นการดูแลที่ดีที่สุดควรเป็นการดูแลแบบองค์รวม ในทุกๆ ด้าน ทั้งการออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร การดูแลด้วยแพทย์แผนดั้งเดิมจากศาสตร์หลากหลายประเทศ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ เพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาพในระยะยาว
การฝังเข็ม ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน
เพื่อบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม โดยเฉพาะการปวดคอ หลัง ไหล่และไมเกรน ซึ่งในบางกรณีอาจลุกลามพัฒนาไปเป็นอาการหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือกระดูกเสื่อมกดทับเส้นประสาท อาการที่เกิดจากการกดทับจากการอยู่ในอิริยาบถเดิมนาน ๆ ทำให้เลือดไหลเวียนไปล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้น้อยลงจนกล้ามเนื้อเกิดเป็นพังผืด สามารถดูแลได้ด้วยการฝังเข็มลงบนแนวเส้นลมปราณ จะช่วยให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้นและคลายความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณที่มีอาการ ทั้งนี้ การฝังเข็มนอกจากช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้ดีแล้วยังช่วยปรับฮอร์โมนให้สมดุลและปลดล็อคความตึงเครียดฝังลึกได้อีกด้วย
การนวดไทย
ศาสตร์แพทย์แผนไทย เป็นศาสตร์การรักษาที่หลายคนคุ้นเคยกันดี เน้นการสร้างสมดุลของธาตุในร่างกาย ทั้งดิน น้ำ ลม ไฟ เน้นการใช้นิ้วและฝ่ามือในการส่งน้ำหนักและนวดคลึงบริเวณที่มีอาการปวดตึงอย่างตรงจุด แก้อาการออฟฟิศซินโดรมที่มักเกิดบริเวณกล้ามเนื้อและแนวกระดูกสันหลัง อาการชา ปวดกระบอกตาและกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง พร้อมการประคบร้อนด้วยสมุนไพรไทย ยิ่งช่วยคลายกล้ามเนื้อและช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้สะดวกขึ้น
เทคโนโลยีกายภาพบำบัดสมัยใหม่
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีสมัยใหม่มากมายที่เข้ามาช่วยบำบัดและฟื้นฟูอาการออฟฟิศซินโดรม โดยใช้เครื่องมืออาทิ Shock Wave อัลตร้าซาวด์ เลเซอร์รักษา การกระตุ้นไฟฟ้าด้วยเครื่อง Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) ซึ่งเป็นวิธีการกระตุ้นประสาทส่วนปลายด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า ทำการส่งคลื่นเข้ากระตุ้นเนื้อเยื่อ และการไหลเวียนของเลือดในตำแหน่งนั้น ๆ โดยไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของอวัยวะโดยรอบ ช่วยบำบัดรักษาอาการปวด ชา และอาการทางประสาทต่าง ๆ ได้ อีกทั้งยังช่วยดูแลกล้ามเนื้อได้อย่างตรงจุด ลดอาการบาดเจ็บพร้อมปรับสมดุลกล้ามเนื้อให้ผ่อนคลาย
การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมได้ในระยะยาว โดยเฉพาะ พิลาทิส ที่ถือว่าเป็นการออกกำลังกายอย่างตรงจุด เพราะเน้นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อและข้อต่อกระดูกเป็นหลัก ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย ช่วยคลายผังผืดในกล้ามเนื้อที่ส่งผลโดยตรงกับอาการของออฟฟิศซินโดรม ทั้งยังช่วยพัฒนาความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
อายุรเวท ศาสตร์แพทย์แผนอินเดีย
ศาสตร์อายุรเวทนับเป็นศาสตร์การแพทย์แผนโบราณของอินเดียที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี และเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ในการรักษาออฟฟิศซินโดรม เน้นการดูแลสุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจและความคิด ผ่านธาตุต่างๆ สร้างความเข้าใจต่อสภาวะร้อนและเย็นที่มีผลต่อร่างกาย ครอบคลุมทั้งการนวดบำบัด ทรีตเมนต์ รวมทั้งการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะสม เพื่อคืนพลังงานสมดุลให้มีชีวิตสมบูรณ์ยืนยาว
การดูแลจิตใจและความเครียด
การดูแลสภาวะจิตใจและความเครียด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการออฟฟิศซินโดรม เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรละเลย หากร่างกายเผชิญภาวะเครียดน้อยลง กล้ามเนื้อต่าง ๆ จะมีการผ่อนคลายมากขึ้น ปัจจุบันมีการนำศาสตร์พลังงานบำบัด คลื่นเสียง คลื่นแรงสั่นสะเทือน มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยปลดปล่อยพลังงานด้านลบที่ส่งผลกระทบกับการทำงานของระบบประสาทส่วนต่างๆ ช่วยปรับกล้ามเนื้อให้ผ่อนคลาย ส่งผลให้นอนหลับสนิทขึ้น พร้อมประสานร่างกายกับจิตใจให้กลับมาทำงานได้อย่างสมดุลอีกครั้ง
รักงานแล้วอย่าลืมหันมารักและดูแลตัวเองบ้าง เพื่อให้งาน สุขภาพ และชีวิตของคุณ เติบโตอย่างสมดุลไปด้วยกัน

