‘แอนนา’ ก้มกราบแม่ เยี่ยมบ้านวัยเด็ก “กุฏิแม่ชี” เลือกโฟกัสชีวิตไปข้างหน้า
เรียกได้ว่าเป็นนางงามยอดกตัญญูอีกคนหนึ่งของวงการ สำหรับ “แอนนา เสืองามเอี่ยม” ที่ล่าสุดเพิ่งหอบพวงมาลัยพวงใหญ่ไปไหว้ คุณแม่สมพร ศรีบุญเรือง เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ณ วัดช่างเหล็ก ตลิ่งชัน สถานที่ที่แอนนาเคยอาศัยอยู่ในวัยเด็ก เป็นห้องไม้ชั้นเดียว ซึ่งเป็นกุฏิแม่ชี ที่แอนนาอาศัยอยู่ตั้งแต่เรียนชั้นป.3 จบจบมหาวิทยาลัย โดยนาทีแรกที่แอนนาเจอแม่หลังห่างกันนานนับเดือนตั้งแต่แอนนาเข้าประกวด MUT 2022 ก็ได้เข้าสวมกวดกันแนบแน่น เป็นโมเมนต์แม่-ลูกที่ทัชใจพอๆ กับสตอรี่สู้ชีวิตของแอนนา ที่มุ่งมั่นตั้งใจจนนำความสำเร็จจากเวที MUT 2022 มาให้คุณแม่ของเธอได้ภูมิใจนั่นเอง
แอนนา เสืองามเอี่ยม เล่าว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เจอคุณแม่หลังจากได้มงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ซึ่งแอนนาก็นำพวงมาลัยดอกมะลิมาไหว้คุณแม่ ตอนไหว้คุณแม่ก็บอกคุณแม่ว่า อวยพรให้หนูด้วย เพราะความฝันหนูเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หนูอยากไปคว้ามง 3 แม่ก็อวยให้ประสบความสำเร็จ ขอให้ได้ที่ 1 กลับมา ขอให้ได้มง 3 แอนนาก็ถือเป็นคำอวยพรที่ยิ่งใหญ่มากๆ ทำให้แอนนามีกำลังใจที่จะทำทุกๆ อย่างเพื่อไปคว้ามง 3 ให้กับทุกคน ซึ่งตอนนี้ก็เตรียมตัวเยอะมาก มีการวางแพลนตารางแน่นมากๆ จะทำทุกอย่างให้เต็มที่ ฝากเป็นกำลังใจให้แอนนาด้วย



ด้าน สมพร ศรีบุญเรือง คุณแม่ของแอนนา กล่าวด้วยใบหน้าเปี่ยมสุขว่า ดีใจที่ลูกสาวเป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เห็นแววนางงามของน้องมาตั้งแต่ประกวดเวทีแรก เวทีนางนพมาศ ตอนเรียนม.ปลาย เมื่อปี 2557 ซึ่งเป็นรางวัลแรกที่ได้
“แอนนาเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ เป็นคนตั้งใจเรียน ขยันเรียน กลับมาจากโรงเรียนก็ขลุกอยู่ในห้องกับแม่ชีอ่านหนังสือ แม่ตั้งใจทำงานเพราะไม่อยากให้ลูกลำบาก อยากให้ลูกเรียนสูงๆ มีการศึกษาดีๆ เพื่อให้ชีวิตเค้าดีขึ้น แม่สู้มาก แม้จะเหนื่อย แต่เห็นหน้าลูกก็หายเหนื่อย อยากให้ลูกประสบความสำเร็จไปสู่จุดมุ่งหมาย วันที่ลูกได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ก็ดีใจ วันนี้ลูกประสบความสำเร็จ ก็หายเหนื่อย ลืมความเหนื่อยไปเลย และความตั้งใจของดิฉันก็คงจะทำงานกวาดถนนต่อไปเพื่อให้บ้านเมืองสะอาด”
สมพร กล่าวอีกว่า หลังจากลูกได้รับตำแหน่งก็มีคนรู้จักมากขึ้น เวลาเดินไปไหนคนก็ยิ้ม และทักว่าเป็นแม่นางงาม คนรู้จักมากขึ้นก็รู้สึกเขิน เมื่อลูกได้ตำแหน่งแล้วอยากให้ลูกไปแสดงหนัง วันแม่ปีนี้เป็นวันแม่ที่พิเศษมาก
ด้าน แอนนา กล่าวถึงการได้กลับมาเยี่ยมบ้านสมัยที่อยู่ตั้งแต่ป.3 จนจบมหาวิทยาลัยว่า กลับมาเจอบรรยากาศชีวิตวัยเด็กก็ร้องไห้เลย เพราะทุกอย่างเหมือนเดิมเลย แต่รู้สึกว่าทุกอย่างเล็กลงเพราะเราโตขึ้นด้วย และพอเรากลับไปที่ห้อง ทุกอย่างมันย้อนกลับไปหมดเลย แอนนาจำได้ว่า วันที่แอนนาอยู่ตรงนั้นแอนนารู้สึกอย่างไรบ้าง



“เราใช้ชีวิตที่นี่ตั้งแต่ ป.3 จนจบมหาวิทยาลัย ชีวิตที่นี่ไม่ลำบาก แอนนามีความสุข ทุกความรักที่ทั้งทวด ทั้งคุณพ่อ คุณแม่มอบให้ เติมเต็มทุกอย่างได้หมด แอนนาไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตที่โตมาลำบากเลย เพราะอาจจะชินกับสิ่งนี้อยู่แล้ว แต่อาจจะมีบางครั้งที่ตอนเด็ก เรารู้สึกว่าทำไมเราไม่ได้เหมือนเค้า แต่พอโตขึ้นเรามองย้อนกลับไป เราไม่สามารถเลือกได้เลยว่า เราจะมีห้องแบบไหน แต่สิ่งที่เราทำได้จริงๆ คือ การโฟกัสข้างหน้ามากกว่า ซึ่งนี่ก็อาจเป็นเครื่องยืนยันให้ทุกคนได้เห็นว่า แม้ว่าแอนนาจะเติบโตมาจากที่ไหน หรือทุกคนจะล้มและรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่นยังไง แต่อยากให้ทุกคนเชื่อใจ ให้รักในตัวเองและรักในคุณค่าของตัวเอง แอนนาว่า ชีวิตทุกคนมีทางเลือก อยากให้ทุกคนทุ่มเทกับสิ่งที่ตัวเองฝันไว้ มันก็อาจจะประสบความสำเร็จได้ และทุกคนอาจจะประสบความสำเร็จมากกว่าแอนนาด้วยซ้ำ”
“สำหรับคุณแม่ แอนนาอยากให้มีความสุข แต่ในเรื่องงานแอนนาอยากให้แม่เลือกว่าจะทำอะไร แล้วแอนนาจะซัพพอร์ตคุณแม่เอง จะทำในหน้าที่ที่ลูกคนหนึ่งจะสามารถทำให้ได้ และจะเคารพการตัดสินใจของคุณแม่ จะไม่บังคับ ให้คุณแม่ตัดสินใจเอง จะซัพพอร์ตคุณแม่เหมือนที่คุณแม่ซัพพอร์ตแอนนา” แอนนากล่าว


