เจ้าหญิงอากิโกะแห่งมิกาสะ กับแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้เด็กรุ่นหลังได้รู้

21.08.22 | 14:29 น.

เจ้าหญิงอากิโกะแห่งมิกาสะ กับแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้เด็กรุ่นหลังได้รู้

สำนักข่าวเกียวโด เผยแพร่บทสัมภาษณ์พิเศษ เจ้าหญิงอากิโกะแห่งมิกาสะ พระชันษา 40 ทรงเล่าถึงประสบการณ์เมื่อมีโอกาสเสด็จไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ว่าเป็นที่มาของแรงบันดาลใจ ทำให้ทรงอยากถ่ายทอดความรู้ด้านขนบธรรมเนียม ประเพณีของประเทศบ้านเกิดให้เยาวชนญี่ปุ่นได้เรียนรู้

เจ้าหญิงอากิโกะ พระธิดาองค์โตของเจ้าชายโทโมฮิโตแห่งมิกาสะ พระประยูรญาติของอดีตสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ เล่าถึงช่วงเวลา 1 ปีที่เสด็จไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด ในช่วงปี 2544-2545 ขณะทรงลงเรียนที่มหาวิทยาลัยกาคุชุอิน ในกรุงโตเกียวว่า

“ฉันเป็นนักศึกษาญีปุ่นเพียงคนเดียวในปีนั้น ดังนั้นฉันจึงถูกถามเยอะมากเกี่ยวกับญี่ปุ่น ประสบการณ์นั้นทำให้ฉันตระหนักถึงความจำเป็นที่ฉันต้องมีความรู้เพียงพอที่จะพูดถึงประเทศของฉันให้ชาวต่างชาติรู้”

เจ้าหญิงทรงเล่าว่า และนั่นก็เป็นที่มาของชินยูชะ องค์กรที่เจ้าหญิงอากิโกะทรงก่อตั้งเมื่อปี 2555 เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนญี่ปุ่น มีโอกาสเรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรมของพวกเขา

Advertisement

“เด็กคืออนาคตของญี่ปุ่น ฉันอยากเริ่มต้นด้วยการพาพวกเขาได้รู้จักรสชาติของข้าว ซุปมิโซะ และความสุขจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น การนอนเล่นบนเสื่อทาทามิ ฉันจึงตัดสินใจที่จะเริ่มต้นทำกิจกรรมเพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมดั้งเดิม แท้ๆของญี่ปุ่นแก่เด็กๆ”

ชินยูชะ มีกิจกรรมเวิร์คช็อป ซึ่งรวมถึง การสอนให้เด็กๆ ได้เปรียบเทียบรสชาติของชาบรรจุขวด กับชาที่ชงจากกา สอนทำน้ำซุปดาชิ ที่ทำจาก สาหร่ายคอมบุ และปลาแห้ง

เจ้าหญิงอากิโกะ มีโอกาสเสด็จกลับไปที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดอีกครั้งระหว่างปี 2547-2552 เพื่อศึกษาคอลเลกชั่นงานศิลปะญี่ปุ่น ในพิพิธภัณฑ์อังกฤษ การศึกษาเล่าเรียน ที่ทำให้ทรงเป็นสตรีคนแรกในราชวงศ์อิมพีเรียล ที่ได้รับปริญญาเอก ทำให้เจ้าหญิงอากิโกะทรงตระหนักว่า วัฒนธรรมไม่ได้มีไว้เพื่อนักศึกษาวิจัยเท่านั้น แต่มีเพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าใจและช่วยกันปกป้อง รักษา

กิจกรรมของชินยูชะ ดำเนินได้ด้วยเงินทุนจากค่าสมาชิก การบริจาค และค่าธรรมเนียมการมีส่วนร่วมจากบริษัทต่างๆ และผู้คนที่เห็นด้วยกับวัตถุประสงค์ของชินยูชะ

เจ้าหญิงอากิโกะ เล่าว่า ในช่วงระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนการทำเวิร์คช็อป มาเป็นการพูดคุยทางออนไลน์ในหัวข้อเกี่ยวกับวัฒนธธรมเดือนละ 2 ครั้ง

“พ่อบอกฉันตั้งแต่ยังเด็กว่า บทบาทของราชวงศ์คือการเข้าถึงประชาชน และทำสิ่งที่ประชาชนต้องการ แม้แต่ตอนนี้ ฉันก็ยังยึดมั่นคำพูดเหล่านั้นเป็นหัวใจในการทำกิจกรรมต่างๆ”

เจ้าหญิงอากิโกะ ยังมีพระขนิษฐา เจ้าหญิงโยโกะ พระชันษา 38 เล่าว่า ทรงรู้สึกถึงความรับผิดชอบในฐานะสมาชิกราชวงศ์อย่างแรงกล้า เมื่อมีโอกาสเข้าร่วมพระราชพิธีฉลองปีใหม่เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2554 จากคำเชิญของอดีตสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ

“ฉันได้ยินเสียงร้องของผู้คนดังกึกก้อง เห็นธงชาติเล็กๆ มีรูปดวงอาทิตย์ขึ้นโบกสะบัด ฉันสัมผัสได้ถึงพลังถ้อยคำจากองค์สมเด็จพระจักรพรรดิ์ ขณะที่มีประชาชนบางคนกำลังเช็ดน้ำตา ตอนนั้นทำให้ฉันตระหนักว่า ฉันจะต้องเป็นบุคคลที่มีคุณค่าคู่ควรที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้”

นอกจากงานในชินยูซะ เจ้าหญิงอากิโกะ ยังเป็นประธานสมาคมญี่ปุ่น-ตุรกี เป็นผู้อุปถัมภ์กิตติมศักดิ์สมาคมญี่ปุ่น-อังกฤษ และนับแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา ทรงเป็นอาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยริทสึเมคัง ในเกียวโต

“พ่อพูดเสมอว่า ทรัพย์สินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของท่านคือ ประชาชนของท่าน ฉันก็เช่นเดียวกัน ฉันหวังว่าการเข้าถึงผู้คนผ่านชินยูชะ และกิจกรรมต่างๆ จะทำให้มีคนมากขึ้นเข้าใจไอเดียของฉัน”

เจ้าหญิงอากิโกะ ยังย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณีของราชสำนักว่า ทรงได้เรียนรู้คำศัพท์เฉพาะ และประโยคที่ใช้ในราชสำนัก รวมทั้งความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจาก เจ้าหญิงยูริโกะ สมเด็จย่า พระชันษา 99 ปีของพระองค์