
เอเอฟพีรายงาน หนังสือพิมพ์ในอังกฤษต่างลงข่าวหน้า 1 ชื่นชมเจ้าชายวิลเลียม หรือเจ้าชายแห่งเวลส์ พระอิสริยยศใหม่ และเจ้าชายแฮร์รี หรือดยุคแห่งซัสเซกซ์ พระอนุชา ที่ยอมวางเรื่องบาดหมาง เสด็จพร้อมพระชายาของทั้งสองพระองค์ ออกมาเดินดูช่อดอกไม้ที่พสกนิกรนำมาวางแสดงความอาลัยแด่สมเด็พระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นสมเด็จพระอัยยิกา (ย่า) ของเจ้าชายวิลเลียม พระชนม์ 40 พรรษา และเจ้าชายแฮร์รี พระชนม์ 37 พรรษา ที่บริเวณหน้าพระราชวังวินด์เซอร์ อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 10 กันยายนตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นภาพหาดูยาก และสร้างทั้งความประหลาดใจ ดีใจต่อสื่อ และคนทั่วโลกที่ได้เห็นเจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงแห่งเวลส์ หรือเคท มิดเดิลตัน พระชายา เจ้าชายแฮร์รี และดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ หรือเมแกน มาร์เคิล พระชายา เสด็จมาด้วยกันพร้อมหน้า

หนังสือเดอะ มิร์เรอร์ ขึ้นพาดหัวข่าวว่า “กลับมารวมตัวกันเพื่อย่า (Reunited for granny)” ขณะที่หนังสือพิมพ์เทเลกราฟ พาดหัวข่าว “กลับมารวมตัวกันท่ามกลางความโศกเศร้า” ส่วนเดอะ ซัน หนังสือแทบลอยด์ดังขึ้นพาดหัว “ทั้ง 4 รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ”
ถึงแม้จะเป็นการยุติความบาดหมางลงชั่วคราว แต่ยังมีความเยือกเย็นให้เห็น ซึ่งหนังสือพิมพ์เดอะ ไทม์ส ขึ้นพาดหัวหน้า 1 ว่า “สงครามที่น่าอึดอัดระหว่างคู่วินด์เซอร์สงบชั่วคราวเพื่อสดุดีควีน”
อินกริด ซีเวิร์ด ผู้เชี่ยวชาญข่าวราชวงศ์และคอลัมนิสต์ของเดอะ ซัน เขียนว่า “การสวรรคตของควีน ได้สร้างสิ่งเหลือเชื่อเมื่อนำพี่ชาย น้องชาย วิลเลียม และแฮร์รี กลับมารวมตัวกัน เมื่อทั้งสองออกมาจากรถคันเดียวกัน และเดินมาบนทางเดินในพระราชวังวินด์เซอร์ พร้อมด้วยพระชายาของทั้งสอง ทั้งประเทศแทบหยุดหายใจ อารมณ์ความรู้สึกว่าสองพี่น้องจะกลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้งยิ่งมีมากขึ้น”

จากซ้าย เจ้าชายวิลเลียม พร้อมด้วย แคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระชายา, เจ้าชายแฮร์รี และดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ หรือเมแกน มาร์เคิล พระชายา ปรากฏองค์พร้อมกันที่หน้าพระราชวังวินด์เซอร์ ในเมืองวินด์เซอร์ อังกฤษ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2565 (รอยเตอร์)
ซาราห์ ไวน์ นักข่าวของเดอะ เมล เขียนว่า “การกลับมารวมตัวกันอีกครั้งสร้างความดีใจแก่หัวใจผู้คนหลายล้าน แต่จะยืนยาวหรือไม่ ? เราจะต้องช่วยกันภาวนาให้เป็นเช่นนั้น” นักข่าวของเดอะ เมล ยังวิงวอนเจ้าชายแฮร์รีให้ยกเลิกแผนตีพิมพ์หนังสือชีวประวัติของพระองค์โดยว่า “ถึงเวลาของการให้อภัย วางเรื่องราวเหล่านั้นลง และหาทางเดินไปข้างหน้าด้วยกัน”
เอเอฟพี รายงานว่าขณะที่ข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ในอังกฤษต่างมองในแง่ดี แต่หนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทม์ส ระบุว่า “ถึงแม้สองพี่น้องจะแสดงความสามัคคีที่หน้าพระราชวังวินด์เซอร์ แต่เป็นที่เข้าใจว่ามีการพูดคุยเจรจากันเบื้องหลังก่อนการปรากฏตัว ซึ่งทำให้พวกเขามาถึงบริเวณทางเดินช้ากว่ากำหนดไป 45 นาที”
ซันเดย์ ไทม์ส ยังเขียนว่า “เป็นที่เข้าใจได้ว่าบาดแผลต่างๆ ยังไม่ได้รับการเยียวยาจนหายสนิท การเดินนั้นดูเป็นแค่การสงบศึกชั่วคราวมากกว่า”

ขณะที่เดอะซันเดย์ เทเลกราฟ เขียนถึงการปรากฏตัวของทั้ง 4 พระองค์ว่า “เป็นการประชาสัมพันธ์แบบปล่อยหมัดน็อกเอาต์ เพื่อตั้งใจสยบข่าวรอยร้าวระหว่างคู่สองเจ้าชายพี่น้องในช่วงที่ทั้งประเทศกำลังอยู่ในช่วงไว้อาลัย 10 วัน”
ซันเดย์ ไทม์ส เขียนชื่นชมเจ้าชายวิลเลียมที่ทรงเป็นผู้หยิบยื่นโอกาสสร้างความปรองดอง และยกย่อง ทรงเป็นผู้ที่เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินพระทัยในห้วงวิกฤต ทรงตัดสินพระทัยได้อย่างยอดเยี่ยม
อย่างไรก็ตาม ซันเดย์ ไทม์ส ก็ว่า “ขณะที่การออกมาเดินด้วยกันทำให้เกิดความสงสัยว่านี่จะเป็นการเริ่มต้นเยียวยาความสัมพันธ์ของสองพี่น้องที่ครั้งหนึ่งเคยสนิทแนบแน่นหรือไม่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าบนเส้นทางสู่สันติภาพ ไม่ได้ปราศจากหลุมบ่อที่อาจเกิดขึ้นได้”
