วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ เอ็มดี นอร์ส รีพับลิค ตัวจริง “เฟอร์นิเจอร์สแกนดิเนเวียน” ป๊อปที่สุด ในเอเชีย

29.09.22 | 13:13 น.
วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ เอ็มดี นอร์ส รีพับลิค ตัวจริง "เฟอร์นิเจอร์สแกนดิเนเวียน" ป๊อปที่สุด ในเอเชีย

วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ เอ็มดี นอร์ส รีพับลิค ตัวจริง “เฟอร์นิเจอร์สแกนดิเนเวียน” ป๊อปที่สุด ในเอเชีย

การแต่งบ้านมีมากมายหลายสไตล์ แต่ถ้าพูดถึงการแต่งบ้านที่กำลัง “ป๊อปปูล่าที่สุดในเอเชีย” ต้องยกให้ “การแต่งบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียน” หรือเรียกอีกแบบว่า  Nordic Design  โดยมีต้นกำเนิดมาจากประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ไม่ว่าจะเป็น เดนมาร์ก ฟินแลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน

สำหรับประเทศไทย การแต่งบ้านแนวนี้ก็กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะใน “กลุ่มคนรุ่นใหม่” ที่ชอบแต่งบ้านสไตล์ “เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ใส่ใจรายละเอียด และสังคมรอบตัว”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ก็ต้องจับเข่าคุยกับ “ตัวจริง” ของวงการเฟอร์นิเจอร์สไตล์สแกนดิเนเวียน “อ๋อง หรือ วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์ส รีพับลิค จำกัด (Norse Republic) ที่หลงใหลในเสน่ห์ กลิ่นอาย แห่งเรื่องราว การใช้ชีวิต รวมทั้งด้านการตกแต่งบ้าน ของผู้คนในแถบสแกนดิเนเวีย จนกลายเป็น “ดีเอ็นเอ” ของนักธุรกิจหนุ่มคนนี้ ที่สะท้อนผ่านการแต่งตัวสวมสูทกับรองเท้าผ้าใบ บุคลิกเรียบง่ายสบายๆ รวมไปถึงการแต่งบ้าน และวิถีการทำงาน

วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์ส รีพับบลิค จำกัด
Palissade Park Dining Bench In_Out anthracite
Vitra

วีกฤษฏิ์ สำเร็จการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ จากนั้นไปศึกษาปริญญาตรีอีกหนึ่งใบ ด้าน Furniture Design ที่ Istituto Europeo di Design ประเทศอิตาลี คว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 ด้วยผลงานการออกแบบโคมไฟ และได้รับเลือกให้จัดแสดงในงาน Salone del Mobile 2014 – 2015

ที่นั่นเองวีกฤษฏิ์ค้นพบว่างานดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวีย คือหนึ่งในแนวคิดการออกแบบที่ตัวเขาชื่นชอบและอยากที่จะนำเสนอให้กับกลุ่มคนที่หลงใหลในงานดีไซน์เช่นเขา

Advertisement

หลังจากเรียนจบจึงตัดสินใจกลับมาก่อตั้ง Norse Republics บริษัทของตัวเองในปี 2015 เพื่อนำเข้าและเป็น Exclusive partners กับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชื่อดังจากประเทศแถบสแกนดิเนเวีย และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในกลุ่มผู้บริโภคและนักออกแบบในประเทศไทย

ตกหลุมรักสไลต์สแกนดิเนเวียน

“ตอนไปเรียนอยู่ที่นู่นประมาณ 4-5 ปี ก็เกิดตกหลุมรักแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สแกนดิเนเวียน ซึ่งช่วงนั้น เป็นช่วงที่วัฒนธรรมของฝั่งสแกนฯ มีอิทธิพล ที่เรียกว่า กับทั้งโลกเลยก็ว่าได้ ทั้งยุโรปและในเอเชีย เป็นยุคที่คนชอบคาเฟ่ งานอดิเรก  ชอบการเวิร์กไลฟ์บาลานซ์ การทำคุณภาพของชีวิตให้ดี การปั่นจักรยาน การใส่รองเท้าผ้าใบ” วีกฤษฏิ์ย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของความหลงไหลในไลฟ์สไลต์สแกนดิเนเวียน ระหว่างศึกษาอยู่ที่ประเทศอิตาลี

“แต่ก่อนชาวอิตาเลียนที่เป็นผู้ชายแบบฟอร์มัลมากๆ จะใส่รองเท้าหนัง ใส่การเกงสเลค ใช่สูท 3 ชั้น  พอหลังๆ มา เขาก็กลายเป็นใส่สูทกับรองเท้าผ้าใบ ใส่สูทกับเสื้อยืด ก็ทำให้ดูรีแลกซ์มากขึ้น ซึ่งก็เป็นผลมาจากไลฟ์สไตล์ของสแกนดิเนเวียนที่เรียบง่าย”

วีกฤษฏิ์  เผยถึงที่มาการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์สแกนดิเนเวียน ที่ปัจจุบันมีทั้งหมด 9 แบรนด์ ว่า พอ กลับมาเมืองไทย ก็พบว่า ในบ้านเรายังไม่มีใครที่ทุ่มเทให้กับแบรนด์ฝั่งสแกนดิเนเวียนอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่ประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน แบรนด์สแกนดิเนเวียนเป็นสไตล์ที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จอย่างมากในแถบนั้น

“ป๊อปปูล่ามากที่สุด คือ ไต้หวัน ถ้าขึ้นไปอีกก็เป็นเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน ไปทางนี้กันหมดแล้ว  สแกนดิเนเวียนเป็นอันดับ 1 ในใจของเขาเลย”

“แม้ของบ้านเรายังไปไม่ถึง แต่ตลาดก็โตขึ้นเรื่อยๆ เลยคิดว่า ต่อไปไม่นาน เฟอร์นิเจอร์ของสแกนฯ ก็อาจเข้ามามีบทบาทกับบ้านเราเหมือนกัน โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่สนใจสไตล์นี้มากขึ้น เพราะคนอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมมากขึ้น พื้นที่เล็กลง เฟอร์นิเจอร์สแกนฯ เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นเท่าไหร่ใช้เท่านั้น ทุกอย่างค่อนข้างคอมแพค และเน้นที่ฟังชั่นการใช้งาน”

วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์ส รีพับบลิค จำกัด
artek
House of Fritz Hansen Bangkok

เฟอร์นิเจอร์ทั้ง 9 แบรนด์ที่ Norse Republics นำเข้ามาจำหน่าย ประกอบไปด้วย แบรนด์เดนมาร์ก Hay ตามมาด้วยแบรนด์ลักซ์ชัวรี่  Fritz Hansen รวมไปถึงแบรนด์ดังจากสวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี ได้แก่ Gubi, Vitra, String, Artek, Massimo Copenhagen และ &Tradition ที่มียอดขายสูงในยุโรป ได้รับความนิยมทั้งในระดับครัวเรือน ไปจนถึงโปรเจคโรงแรม ร้านอาหาร บูทีคระดับโลกมากมาย รวมไปถึงสนามบิน พิพิธภัณฑ์ และสำนักงานทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลก

“เรามีตั้งแต่แบรนด์ที่คลาสสิคมากๆ ไปจนถึงแบรนด์รุ่นใหม่ โดยรุ่นใหม่ก่อตั้งมา 20 ปี ทุกแบรนด์มีความเรียบง่าย เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย และคุณภาพของการผลิตที่ดี เน้นการทำงานด้วยมือ เน้นดีเทลต่างๆ ที่ให้ความสำคัญกับทุกๆ สัดส่วนของการผลิตเฟอร์นิเจอร์”

“ทุกๆ แบรนด์จะแชร์ดีเอ็นเอ พยายามทำให้โคซี่ (Coay) ที่สุด ก็ขึ้นอยู่กับว่า เราชอบแบบไหน และอิงกับสตอรี่อะไร เพราะทุกตัวมีเรื่องราวทั้งหมด ที่เราเห็นแล้ว เราอาจจะไม่ชอบก็ได้ แต่ถ้าเราได้ยิน หรืออินกับสตอรี่ว่ามันเกิดขึ้นมาได้ยังไง มันอาจจะทำให้เราตกหลุมรักไปเลย”

“ซึ่งมันก็มีคนที่เข้ามาแล้วมีโอกาสได้เล่า เขาก็จะเริ่มชอบ ซึ่งก็ต้องบอกว่า ห้ามเข้ามาในวงการนี้ เพราะว่าจะออกยาก (หัวเราะ)”

 

วิถีแบบสแกนดิเนเวียน

จากการไปสัมผัสวิถีชีวิตแบบสแกนดิเนเวียนด้วยตัวเอง วีกฤษฏิ์ เผยว่า มีอย่างหนึ่งที่ชอบ คือเขาเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน จะเป็นคนไม่ค่อยโอ้อวด หรือพูดจาทับถมใคร ชอบอะไรก็เก็บไว้กับตัวเอง ไม่ได้โชว์ออฟออกมา

“วัฒนธรรมแถบนั้นเรียบง่าย ดูได้จากเฟอร์นิเจอร์ แม้จะมีราคาก็ตาม แต่ก็เป็นภาพลักษณ์ที่เรียบง่าย เข้าถึงจิตใจคนใช้ แบบเราเห็นเราภูมิใจ เราชอบของเรา”

“หรือแฟชั่นของที่นั่น ก็แทบจะหายากมากที่จะเห็นผู้หญิงใส่ส้นสูง หรือแม้แต่ช็อปแบรนด์เนมก็เป็นช็อปเล็กๆ ไม่ใช่เป็นที่สำคัญ”

“ซึ่งทำให้รู้สึกว่า เขาโฟกัสด้านการดำรงชีวิตจริงๆ และก็ให้ความสำคัญกับบ้านมากๆ มันเหมือนกับว่า เขาอยู่บ้านเยอะ มีหน้าหนาวที่นาน เพราะฉะนั้น หน้าหนาวเขา เมื่อไปไหนไม่ได้ก็จะชวนเพื่อนมาที่บ้าน ทานข้าวปาร์ตี้ที่บ้าน  มันก็เป็นการโชว์ออฟอย่างหนึ่ง แต่โชว์ออฟที่อยู่อาศัย โดยทำบ้าน ให้น่าอยู่ที่สุด ทำบ้านให้สวยที่สุด”

“เขาถึงขั้นมีบัญญัติ 10 ประการของการเป็นคนเดนมาร์ก โดยเน้นความเป็นคอมมูนิตี้หรือชุมชน เน้นความเท่าเทียมกันทุกคน ทุกคนเป็นคนที่เท่าเทียมกัน อย่างประการที่ 1 อย่าคิดว่าตัวเองมีความพิเศษอะไร ประการที่ 2 คนๆ เดียวไม่ดีกว่าคนเป็นกลุ่ม ประการที่ 3 อย่าคิดว่าคุณฉลาดกว่าเรา ประการที่ 4 ทุกอย่างจะสอนให้เราไม่ทำตัวเด่นกว่าใคร ไม่โอ้อวดใคร เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกคนอยู่กับเป็นคอมมูนิตี้ เหมือนกับให้คิดเสมอว่า ตัวเองไม่ได้ดีเด่นกว่าใคร เรามีความสามารถของเรา คนอื่นก็มีความสามารถของคนอื่น การอยู่ด้วยกัน ยิ่งทำให้มันเกิดพาวเวอร์ที่ดี ก็เป็นม็อตโต้ที่เขาสั่งสอนกันมาตั้งแต่เด็ก ทุกคนไม่ว่าจะมีฐานะ หรือมีฐานะมากๆ ก็จะดูไม่ออก เพราะยังขี่จักยานไปทำงานอยู่”

“จากการได้ไปสัมผัส ทำให้ได้ศึกษาเรียนรู้และซึมซับ จนมีเพื่อนที่ไปอยู่ด้วยกันบอกว่า เพิ่งรู้ว่า ประเทศที่เขามีความสุข เขาเป็นยังไง”

“มันเหมือนไม่มีความเครียด รถติดก็ไม่มี อากาศแย่ๆ ก็ไม่มี ไลฟ์สไตล์ก็ดี ทุกคนไม่มีความเร่งรีบ มีระบบระเบียบ และทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง เคารพซึ่งกันและกัน ไม่เอาเปรียบใคร มันทำให้เรารู้ว่า  ไม่ใช่แค่รัฐมีสวัสดิการที่ดี แล้วทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ได้ แต่การปลูกฝัง วัฒนธรรม เคาน์เจอร์ของเขา ก็เป็นส่วนที่ทำให้เขาเป็นคนแบบนี้ ก็รู้สึกชอบและเป็นไอเดียที่เราพยายามเอามาปรับใช้กับเราเหมือนกัน”

Vitra Showroom
วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์ส รีพับบลิค จำกัด
GUBI Showroom

 

แต่งบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียน

ด้วยสไตล์การแต่งบ้านที่เรียบง่าย ทำให้หลายคนเข้าใจว่าการแต่งบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียน กับ มินิมอล เหมือนกัน

แต่เมื่อมาพูดคุยกับ วีกฤษฏิ์ ทำให้รู้ว่า สไตล์สแกนฯ จะยังไม่มินิมอลมาก เพราะมินิมอล คือ ตัดทอนเยอะๆ แล้วทุกอย่างเรียบง่ายมากๆ

“สำหรับสแกนฯ หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ฮุกกะ ซึ่งเป็นปรัชญาความสุขฉบับเดนมาร์ก เมื่อนำมาใช้กับการแต่งบ้านจะตีความได้ว่า ทำยังไงก็ได้ให้อยู่แล้วอบอุ่นสบาย ทำยังไงก็ได้ ให้ห้องๆ หนึ่งเราเข้าไปอยู่แล้วสบาย รู้สึกดีกับมัน อยากกินข้าวที่โต๊ะตัวนี้ อย่างนั่งบนโซฟาตัวนี้ ดูทีวีหรือใช้เวลาอยู่กับห้องของเรา ซึ่งทุกอย่าง ผมว่าเป็นเรื่องของความพิถีพิถันมากกว่า”

“การแต่งบ้านแบบสแกนฯ เหมือนกับว่า ทุกอย่างต้องไม่มากไป และไม่น้อยไป ทำทุกอย่างให้มันพอดี ทำทุกอย่างให้อยู่ง่าย ทำทุกอย่างให้เรามีความสุข โดยใช้วัสดุธรรมชาติ เพราะหน้าหนาวเขาออกไปไหนไม่ได้ เขาก็ต้องเอาของธรรมชาติเข้ามาในบ้าน การมีหน้าต่างเยอะๆ ให้มีแสงอาทิตย์  เอาไม้ เอาหนัง เอาผ้าขนสัตว์เข้ามาใช้ในการตกแต่งบ้าน”

“ส่วนสีสันแล้วแต่คน แต่ส่วนใหญ่ใช้โทนสีพาสเทลนิดๆ ตุ่นๆ หน่อยๆ ไม่ได้เรียบแบบมินิมอลซะทีเดียว เพราะเขาต้องการสีสันในชีวิต บางทีเฟอร์นิเจอร์ค่อนข้างเรียบ แต่ของตกแต่งบ้านก็เป็นส่วนที่ทำให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาได้ ซึ่งเขาเปลี่ยนตลอด ไม่ว่าจะเป็นเปลี่ยนหมอน เปลี่ยนพรม”

 

โควิดสร้างคนรักเฟอร์ฯ หน้าใหม่

วีกฤษฏิ์ เล่าว่า จากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ทุกคนก็เริ่มมาสนใจกับพื้นที่ของตัวเองมากขึ้น ทำให้เราเห็นลูกค้าหน้าใหม่ เพิ่งเข้ามาในวงการนี้ แต่หลายคนก็จะบอกว่า “ไม่น่าเข้ามาเลย ออกยากมาก” (หัวเราะ)

“พอศึกษาอย่างหนึ่งปุ๊บ ก็จะเริ่มรู้ พอรู้ก็จะเริ่มอิน เริ่มค้นคว้า เพราะโลกของเฟอร์นิเจอร์มันใหญ่มาก ไม่ได้จำกัดแค่สแกนดิเนเวียนอย่างเดียว ก็ถือว่าธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และลีฟวิ่ง เป็นธุรกิจที่โชคดีในช่วงโควิด แต่อาจจะไม่โชคดีทุกคน แต่โชคดีกับเรา โดยเฉพาะโปรเจคบ้าน เติบโตขึ้นเยอะมากถึง  200 เปอร์เซ็นต์ และไม่ใช่แค่เรา เฟอร์นิเจอร์ทุกแบบขายดีทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เครื่องครัว แจกัน  เก้าอี้ โซฟา เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ทุกอย่างเลย”

“ในช่วงโควิดที่ผ่านมาเป็นตลาดขาขึ้นของเฟอร์นิเจอร์ในทุกๆ สไตล์ ผมเชื่อว่า มันเป็นสัญญาณที่ดี ในการที่ทำให้คนสนใจที่จะอยู่อาศัย เรื่องของบ้าน ไม่ว่า คุณชอบสไตล์ไหนก็แล้วแต่ สุดท้ายโกลด์ของการแต่งบ้าน คือ แต่งบ้านแล้วมีความสุข”

แม้ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์จะดีในช่วงที่ผ่านมา กระนั้นก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่นักธุรกิจหนุ่มรอคอยจากภาครัฐ คือ  การค้าเสรีกับทางฝั่งยุโรป เพราะทุกวันนี้ การนำเข้าเฟอร์นิเจอร์เราก็เสียภาษี 20-30 กว่าเปอร์เซ็นต์ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นแจกัน เชิงเทียน เราก็เสียหมด

“ผมได้ยินเรื่องข้อตกลงการค้าเสรี (Free Tread Agreement) มานานมากแล้ว เคยคุยกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายคนกก็ได้รับคำตอบว่า กำลังพยายามอยู่ แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ก็หวังว่า ภายในปี -2 ปีนี้ น่าจะมีข่าวคราวคืบหน้า เพราะอย่างเวียดนามก็เพิ่งมีฟรีเทรด เมื่อมีฟรีเทรดก็จะทำให้สินค้าของไทยเพิ่มการส่งออกได้มากขึ้น ในทางกลับกัน ธุรกิจเล็กๆ อย่างเราที่นำเข้าเฟอร์นิเจอร์มาจากยุโรป ก็จะมีโอกาสในการจำหน่ายสินค้าราคาย่อมเยาให้กับลูกค้าบ้าง”

 

แต่งบ้านยังไงให้มีความสุข

นำเข้าสินค้ามาสร้างความสุขให้คนไทยในการอยู่บ้านมากขึ้น ในมุมของผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์  วีกฤษฏิ์ เผยมุมที่ชอบที่สุดในบ้านว่า

“จริงๆ ผมชอบทุกมุม พยายามทำให้ทุกมุมเหมาะกับทุกกิจกรรม แต่ที่ชอบที่สุดคือ มุมข้างเตียงนอน มุมไพรเวท (หัวเราะ) ผมชอบบรรยากาศที่ค่อนข้างอึมครึม ไม่ชอบแสงสว่างมาก เป็นคนชอบโมเมนต์ที่เป็นจุดเล็กๆ ไม่ได้ชอบอะไรใหญ่ๆ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ หรือโทรศัพท์ ก็ชอบไปนั่งข้างเตียงนอน”

ส่วนสไตล์การแต่งบ้านนั้น เขาจะใช้การมิกซ์ แอนด์ แมชต์ ระหว่างของเก่ากับของใหม่

“บางอย่างก็ชอบดีไซน์แบบใหม่โมเดิร์น แต่อีกทางหนึ่งก็ชอบแบบเก่า ชอบอะไรที่มีประวัติศาสตร์ มีเรื่องราว เป็นของวินเทจ แต่จะเลือกอะไรที่ค่อนข้างเบสิก แล้วเพิ่มสีสัน หรือรูปทรงที่ยูนีคเป็นจุดๆ เข้าไปจะได้ไม่เบื่อง่าย”

เรียกว่าเป็น “ตัวจริง” ในเรื่องเฟอร์นิเจอร์ จึงต้องขอเทคนิคการแต่งบ้านสักหน่อย

วีกฤษฏิ์ แนะนำว่า ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าเราชอบอะไร การแต่งบ้านเป็นเรื่องของตัวเอง ถ้ายังไม่รู้ก็ลองหาข้อมูล แล้วดูว่าเราอินกับการแต่งบ้านแบบไหน เราอยากอยู่ในสเปซแบบไหน เราชอบสีอะไร จากนั้นก็ต้องโฟกัสที่คีย์พีช (key piece) หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ คือ เราคงไม่สามารถซื้อของที่มีราคาทั้งหมดได้ แต่เราอาจจะต้องโฟกัสว่าอันไหนที่เราใช้บ่อย อันไหนที่คุ้มค่า เช่น เราเป็นคนที่ชอบดูเน็ตฟลิกซ์ ต้องลงทุนกับที่นั่งสบายๆ หรือเปล่า หรือ โซฟา หรือเตียงนอน

“ไม่ว่าจะบ้านใหญ่ขนาดไหนก็ตาม มันจะมีจุดอยู่ไม่กี่จุดหรอกที่เราอยากอยู่ ให้เราไปโฟกัสในจุดๆ นั้นที่เราอยู่เป็นประจำ แล้วค่อยๆ ขยาย ค่อยๆ แต่ง เพราะสุดท้าย เมื่อเราไปอยู่ในสเปซนั้นแล้ว เราจะรู้ตัวเองว่า เราชอบอะไร สมมุติเราซื้อคอนโดใหม่ เราก็ยังดูไม่ออกว่า สุดท้ายแล้ว เราชอบมุมไหน ก็ให้เข้าไปก่อนแล้วค่อยๆ เติม ไม่อยากให้ทุกอย่างมันแพลนเอาไว้ทีเดียว แล้วสุดท้าย เราจะรู้เองว่า เราชอบไปอยู่ ไปขลุกตรงมุมไหน แล้วเราก็ทำตรงนั้นให้น่าอยู่”

House of Fritz Hansen Bangkok
วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์ส รีพับบลิค จำกัด

 

รักษ์โลก-เท่าทันดิจิทัล

ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ วีกฤษฏิ์ ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจ และพยายามให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกค้า อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องภาวะโลกร้อน โดยเน้นการทำงานที่รักษ์โลก พยายามทำหลายๆ อย่างที่ประหยัดพลังงานและดีต่อโลก อีกทั้งยังคิดใหม่ทำใหม่ตลอดเวลาเพื่อให้เท่าทันโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ส่วนในอนาคต วีกฤษฏิ์ มองว่า ไม่อยากให้นอร์ส รีพับลิคเป็นเพียงบริษัทนำเข้าหรือเป็นบริษัทที่จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน อยากจะมองให้เป็นบริษัทที่ขายไลฟ์สไตล์ที่ดีมากกว่า

“อยากให้คนมองมาที่เรา หรือได้สัมผัสกับเรา แล้วมีไลฟ์สไตล์คุณภาพชีวิตที่ดีอีกแบบหนึ่ง” วีกฤษฏิ์กล่าวทิ้งท้าย

วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์ส รีพับบลิค จำกัด
วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์ส รีพับบลิค จำกัด