
เมลาเนีย ทรัมป์ ว่าที่สตรีหมายเลข 1 คนใหม่ ของสหรัฐอเมริกา จะเป็นสตรีหมายเลข 1 แบบไหน? น่าจะเป็นคำถามที่ผุดขึ้นในใจของใครหลายคนยามนี้ อดีตนางแบบสาวสวยชาวสโลวีเนีย วัย 46 ปี ซึ่งกำลังจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นสตรีหมายเลข 1 คนที่สองแห่งสหรัฐอเมริกาที่เป็นชาวต่างชาติ ต่อจาก ลุยซา ภริยาชาวอังกฤษของ จอห์น ควินซี อดัมส์ ประธานาธิบดีคนที่ 6 แห่งสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2368 จะทำให้ชาวโลกต้อง “ช็อก” เหมือนตอนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งได้เป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่แห่งสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องรอดูกันต่อไป
แต่ต่อไปนี้คือคำสัมภาษณ์ของเมลาเนีย ที่อาจพอให้ภาพคร่าวๆ ได้บ้างว่า เธอจะเป็นสตรีหมายเลข 1 แบบไหน?
ทั้งนี้ จูลี่ แมซซิออตต้า จากนิตยสารพีเพิล เขียนว่า ถึงแม้เมลาเนียจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ มิเชล โอบามา สตรีหมายเลข 1 คนปัจจุบันที่จบปริญญาด้านอักษรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน และจบกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่สิ่งที่ผู้หญิงทั้งสองคนมีเหมือนกันก็คือ ความเป็นแม่ ซึ่งแน่นอนว่าถึงแม้ต่อไปเมลาเนียจะต้องทำหน้าที่ในฐานะสตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐอเมริกา แต่ “บาร์รอน” ลูกชายวัย 10 ขวบ ซึ่งเป็นลูกคนเดียวของเธอกับโดนัลด์ ทรัมป์ ก็จะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอันดับแรก
“สามีฉันต้องเดินทางตลอดเวลา บาร์รอนจึงต้องการคนที่เป็นทั้งพ่อและแม่ ดังนั้น ฉันจึงอยู่กับลูกตลอดเวลา” เมลาเนียเคยให้สัมภาษณ์นิตยสารพีเพิล ถึงเหตุผลที่เธอไม่จ้างพี่เลี้ยงมาดูแลบาร์รอน
เมลาเนียเล่าว่า เธอยังช่วยสอนการบ้านลูกชาย พาลูกชายไปทำกิจกรรมต่างๆ หลังเลิกเรียน เพื่อให้บาร์รอนได้ลองค้นหาความสนใจหลายๆ ด้าน “เขาอยากเป็นนักกอล์ฟ อยากเป็นนักธุรกิจ อยากเป็นนักบิน นั่นคือสิ่งที่เด็กวัยนี้คิดอยากเป็นนั่น เป็นนี่ แล้วฉันก็อยากให้เขาได้ลองค้นหา”
นอกจากบทบาทของแม่ เมลาเนียยังเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวมีสไตล์ ชุดเสื้อแขนยาวสีชมพู ผูกโบที่คอเสื้อ ซึ่งเธอใส่ในวันดีเบตศึกชิงประธานาธิบดี นัดหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ มีข่าวคลิปบันทึกเสียงที่เคยพูดดูถูกผู้หญิงหลุดออกมา ปรากฏว่าขายเกลี้ยง เช่นเดียวกับชุดอีกหลายชุดที่เธอใส่ปรากฏตัวต่อสาธารณชน เธอยังทำธุรกิจเครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวภายใต้ชื่อของเธอด้วย
หลังจากแต่งงานกับมหาเศรษฐีทรัมป์ เมลาเนียยังช่วยงานการกุศลหลายแห่ง รวมทั้งงานของสภากาชาดสหรัฐ และระหว่างขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ก่อนวันเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ เมลาเนียได้พูดถึงประเด็นปัญหาที่เธอต้องการจะแก้ หากเธอได้เข้าไปนั่งในทำเนียบขาวก็คือ การจัดการปัญหาไซเบอร์บุลลิอิง หรือการกลั่นแกล้งรังแกในโลกไซเบอร์
“ฉันอยากให้ลูกชายของฉันรู้ได้ว่า เขาโชคดีที่ได้เกิดในประเทศที่ให้คุณค่ากับเสรีภาพส่วนบุคคลและความเป็นประชาธิปไตย ฉันอยากให้เด็กในประเทศของเราและเด็กๆ ทั่วโลกได้มีชีวิตที่สวยงาม ปลอดภัย และมีอิสระที่จะรัก และสร้างครอบครัวของเขาเองสักวัน เราจำเป็นต้องสอนให้เด็กอเมริกันให้คุณค่าแก่เรื่องของความมีน้ำใจ ความซื่อสัตย์ ความเคารพ ให้เกียรติผู้อื่น มีความเห็นอก เห็นใจ มีจิตอาสา มีความเข้าใจ และความร่วมมือ”
“มันไม่สมควร ไม่โอเคที่เด็กหญิงอายุ 12 จะถูกกลั่นแกล้ง ถูกล้อ มันเป็นเรื่องที่แย่มาก และน่ากลัวเมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ในสนามเด็กเล่น และเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้เลย เมื่อมันเกิดจากฝีมือของคนที่ปิดบังตัวตน ซ่อนตัวอยู่ในอินเตอร์เน็ต”
อย่างไรก็ตาม สุนทรพจน์ของเมลาเนีย ก็ถูกโจมตีว่าเป็นลมปากของพวกจอมปลอม หากดูจากผู้คนมากมายที่เคยถูกสามีเธอโจมตี เล่นงานผ่านทางทวิตเตอร์มาแล้วไม่รู้กี่คน ต่อกี่คน
เมลาเนียบอกกับพีเพิลว่า ยามว่างเธอชอบ “ตีเทนนิส เล่นพิลาทิส อ่านแม็กกาซีน และฉันชอบแฟชั่นมาก คุณจำเป็นต้องมีชีวิตของตัวเอง ขณะที่ช่วยเหลือผู้อื่นไปด้วย”
ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า ภรรยาคนงามจะ “เป็นตัวแทนที่น่าอเมซิ่งของประเทศ ผมสามารถมองเห็นเธอจะช่วยงานในประเด็นเกี่ยวกับผู้หญิงได้มากมาย”
อย่างไรก็ตาม ในบทสัมภาษณ์กับพีเพิลเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เมลาเนียยังลังเลเมื่อถูกถามถึงการใช้ชีวิตในทำเนียบขาว โดยว่า “มันยังเป็นเรื่องอีกยาวไกล ฉันใช้ชีวิตวันต่อวัน สามีฉันก็มีคนสนับสนุนและเชียร์เขาเยอะ แล้วเราจะได้เห็น”
หากได้เข้าไปใช้ชีวิตในทำเนียบขาว เมลาเนียบอกว่า เธออยากได้ “ห้องน้ำแยก” เป็นส่วนตัว โดยว่านี่คือ “เดอะ คีย์” หรือ “กุญแจสำคัญ” ของชีวิตคู่ที่เฮลธ์ตี้ แข็งแรง


