เรื่องจริงจากปากซีอีโอ Launer กระเป๋าทรงแบรนด์โปรด ควีนเอลิซาเบธที่ 2
คอลัมน์ World Update
ที่ผ่านมามี ‘เรื่องเล่า’ มากมายเกี่ยวกับ กระเป๋าทรงของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ อาทิเคยมีข่าวเล่าว่า พระองค์ทรงใช้กระเป๋าทรงเป็น ช่องทางสื่อสาร อย่างเช่น ถ้าทรงคล้องกระเป๋าทรงไว้ที่ส่วนหนึ่งของพระกร(แขน) นั่นหมายความว่าการประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น แต่หากควีนทรงถือกระเป๋าทรงต่ำลงมา นั่นหมายความว่า จบการประชุมเดี๋ยวนี้ พระองค์ต้องการจะไปแล้ว เป็นต้น
แม้แต่พระบรมฉายาลักษณ์ที่ทรงฉายเมื่อวันที่ 6 กันยายน ก่อนสวรรคตเพียง 2 วัน ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ยังมีกระเป๋าทรงแบรนด์ลอว์เนอร์ (Launer ) กระเป๋าแบรนด์สัญชาติอังกฤษ ที่ทรงโปรดปราน กระทั่งเรียกได้ว่า เป็นกระเป๋าคู่พระทัย และปรากฎให้เห็นคู่พระวรกายมายาวนาน คล้องอยู่ที่พระกร (แขน)
พระบรมฉายาลักษณ์นั้น ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงคล้องกระเป๋าทรงสีดำแบรนด์ลอว์เนอร์ที่พระกร ประทับยืนเบื้องหน้าเตาผิงในห้องดรอว์อิง รูม ( Drawing Room) ที่พระราชวังบัลมอรัล ในสกอตแลนด์ ระหว่างรอ นางลิซ ทรัสส์ เข้าเฝ้าเพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ เมื่อวันที่ 6 กันยายน ก่อนสวรรคตเมื่อวันที่ 8 กันยายน ขณะมีพระชนม์ 96 พรรษา

โอลิเวีย โคลแมน นักแสดงชาวอังกฤษวัย 48 ผู้รับบทเป็นควีนเอลิซาเบธที่ 2 ในเดอะ คราวน์ ( The Crown )ซีรีส์ฮิตทางเน็ตฟลิกซ์ เล่าว่า กระเป๋าทรงของควีน ไม่ใช่เป็นเพียง พร็อพ หรืออุปกรณ์ประกอบฉากในการถ่ายรูป แต่เป็นเหมือน ‘อวัยวะ’หนึ่งของร่างกาย ด้วยควีนทรงถือกระเป๋าไปด้วย แม้แต่เวลาเดินอยู่ในพระราชวังบักกิงแฮม หรือประทับบนโซฟา ขณะทอดพระเนตรรายการทีวี
เจอรัลด์ บอดเมอร์ ซีอีโอของลอว์เนอร์ ให้สัมภาษณ์นิตยสารโว้ก อังกฤษว่า “พระองค์เคยบอกผมว่า รู้สึกเหมือนแต่งตัวไม่เสร็จ หากไม่มีกระเป๋าถือ ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ”
บริษัทลอว์เนอร์ ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2483 โดย แซม ลอว์เนอร์ ผู้อพยพจากเชโกสโลวาเกีย มาอยู่ที่กรุงลอนดอน อังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ผลิตกระเป๋าถือคุณภาพสูง พร้อมสินค้าเครื่องหนัง และเริ่มขายกระเป๋าถือให้แก่ครอบครัวราชวงศ์อังกฤษราวปี 2493 กระทั่งต่อมาได้รับตรารับรองพระราชทาน ( Royal Warrant)จากควีนเอลิซาเบธที่ 2
บอดเมอร์ เข้ามารับช่วงผู้บริหารของลอว์เนอร์เมื่อปี 2524 ซึ่งควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงสั่งกระเป๋าทรงจากลอว์เนอร์ผ่านทาง แองเจลลา เคลลีย์ ที่ปรึกษา และสไตลิสต์ส่วนพระองค์ แต่ก่อนหน้านั้น ควีนเอลิซาเบธที่ 2 และสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี ทรงใช้กระเป๋าทรงของ Rayne บริษัทผลิตรองเท้าสัญชาติอังกฤษ ซึ่งซื้อดีไซน์กระเป๋ารูปทรงต่างๆมาจากลอว์เนอร์

ที่ผ่านมาเคยมีข่าวแพร่หลายว่า ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ได้รับพระราชทานกระเป๋าทรงลอว์เนอร์ใบแรกจาก ควีนมัม พระราชมารดาของพระองค์ เมื่อช่วงทศวรรษ 1950s แต่บอดเมอร์ ไม่สามารถยืนยันข่าวดังงกล่าวว่าเป็นความจริงหรือไม่
แต่เรื่องจริงที่บอดเมอร์สามารถยืนยันได้ก็คือ ควีนเคยเสด็จไปที่โรงงานของลอว์เนอร์เมื่อปี 2534 เพื่อทอดพระเนตรขั้นตอนผลิตกระเป๋าของลอว์เนอร์ ซึ่งทุกใบเป็นแฮนด์เมด ทำด้วยมือ ใช้เวลาราว 8 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ สมกับราคากระเป๋าที่รุ่น Traviata มีราคาสูงถึง 2,500 ดอลลาร์ ราว 95,000 บาท
ซีอีโอลอว์เนอร์เล่าว่า ควีนทรงสนพระทัย และประทับใจในขั้นตอนการทำกระเป๋าของลอว์เนอร์ และมีพระพระราชปฏิสันถารกับพนักงานทุกคน “ควีนทรงมีเสน่ห์ และมีอารมณ์ขันยอดเยี่ยมมาก ”
ส่วนข่าวลือที่ว่า ควีนทรงใช้กระเป๋าทรงเป็นเครื่องมือส่งสัญญาณ อย่างเช่น เปลี่ยนคล้องกระเป๋าทรงจากพระกรหนึ่งไปอีกพระกรหนึ่ง หรือวางกระเป๋าทรงลงบนพื้น หรือบนโต๊ะ บอดเมอร์ยืนยันว่า ” คุณไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น ในเมื่อคุณเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ”
ในโอกาสนี้ บอดเมอร์ ยังปฎิเสธข่าวลือที่ว่า ควีนทรงมีกระเป๋าทรงของลอว์เนอร์มากกว่า 200 ใบว่า “พระองค์ทรงมีกระเป๋า 5 หรือ 10 ใบ หรือบางทีอาจ 11 ใบเท่านั้น “ และเล่าว่า ควีนไม่เคยทิ้งกระเป๋าทรง แต่จะหมุนเวียนใช้กระเป๋าทรงตามโอกาสต่างๆ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ส่วนสีทรงโปรด คือกระเป๋าทรงสีดำ แต่เมื่องานเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียม กับ เคท มิดเดิลตัน เมื่อปี 2554 ควีนทรงสั่งตัดกระเป๋าทรงลอว์เนอร์สีเบจ เพื่อเข้าคู่กับฉลองพระองค์สีเหลืองมะนาว ซึ่งทำให้ยอดขายกระเป๋าในเว็บไซต์ของลอว์เนอร์ พุ่งกระฉูด
เพื่อทำให้กระเป๋าทรงมีดีไซน์เฉพาะส่วนพระองค์จริงๆ ควีนจะทรงปรับแต่งดีไซน์ให้มีการเพิ่มกระเป๋าใบเล็กหรือเพิ่มกระเป๋าใส่เหรียญ หรือมีสายสะพายกระเป๋ายาวขึ้น เพื่อสะดวกเวลาทรงยื่นพระหัตถ์ ทักทายกับใครๆ บอดเมอร์เล่าว่า ที่ผ่านมา ควีนเคยสั่งตัดกระเป๋าพิเศษเป็นการเฉพาะ เป็นดีไซน์ที่ไม่เคยมีวางจำหน่ายเพียง 2-3 ครั้งเท่านั้น ขณะที่ช่วงหลังทรงโปรดกระเป๋าทรงรุ่น Turandot ซึ่งมีน้ำหนักเบาขึ้น ส่วนคำถามที่คนอยากรู้กันมากว่า ควีนทรงเก็บอะไรไว้ในกระเป๋าทรง บอดเมอร์บอกว่า เรื่องนี้ยังคงเป็น ‘ปริศนา’ ลึกลับต่อไป


