รู้ทันอาการ-สาเหตุ ‘โรคไต’ โรคร้ายใกล้ตัว ตัดวงจรก่อนสาย

5.10.22 | 17:23 น.

รู้ทันอาการ-สาเหตุ ‘โรคไต’ โรคร้ายใกล้ตัว ตัดวงจรก่อนสาย

ด้วยอาหารการกินและไลฟ์สไตล์คนในยุคปัจจุบัน นอกจากเสี่ยงเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หลอดเลือดตีบตัน มะเร็ง อ้วนลงพุง ยังเสี่ยงเป็นอีกโรคร้ายหนึ่ง ซึ่งเป็นฆาตกรเงียบคร่าชีวิตคนไทยคือ ‘โรคไต’ พบได้มากสุด คือ ‘ไตวายเฉียบพลัน’ และ ‘ไตวายเรื้อรัง’ กว่าผู้ป่วยจะรู้ตัว ประสิทธิภาพของไตก็อาจถดถอยไปมากกว่า 70% ไม่สามารถแก้ไขคืนมาได้

ไตทำหน้าที่กรองของเสียออกจากร่างกาย เมื่อไตเกิดปัญหา ประสิทธิภาพในการจัดการกับของเสียก็ลดลงตาม สามารถสังเกตได้จากของเสียที่ขับออกมา โดยเฉพาะ ‘ปัสสาวะ’

นพ.น๊อต เตชะวัฒนวรรณา แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคไต โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยที่มีไตวายระยะเริ่มแรก ในตอนกลางคืนจะปัสสาวะบ่อยและมีสีจาง จนที่สุดเมื่อการทำงานของไตเสื่อมลงหรือไตวาย ผู้ป่วยจะมีปัสสาวะออกน้อยมาก

หากการทำงานของไตลดเหลือเพียงร้อยละ 25 ผู้ป่วยจะมีอาการภายนอกให้เห็นคือ ผิวหนังซีด แห้งคัน มีจ้ำเลือดเกิดขึ้นง่าย เป็นแผลหายช้า หรืออาจมีผิวหนังตกสะเก็ดดำคล้ำกว่าปกติ บางรายอาจซูบผอมเนื่องจากน้ำหนักที่ลดลง ในทางตรงกันข้ามโรคไตบางชนิดอาจทำให้ผู้ป่วยตัวบวม-ขาบวม ร่วมกับมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น

Advertisement

เมื่อไตมีปัญหาก็ส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะระบบทางเดินอาหาร, ระบบกระดูกที่ไตสูญเสียหน้าที่สังเคราะห์วิตามินดี มีผลให้แคลเซียมในเลือดต่ำ เกิดภาวะกระดูกพรุน แตกหักง่าย, ภูมิต้านทานโรคที่ลดต่ำลง เป็นสาเหตุให้ติดเชื้อได้ง่าย อีกทั้งอาการบวมจากโรคไตยังส่งผลให้ระบบหัวใจทำงานไม่ไหว เกิดอาการเหนื่อยง่าย หายใจลำบาก ความดันโลหิตสูง หรือฮอร์โมนทำงานผิดปกติหลายด้าน จนส่งผลถึงการผลิตฮอร์โมนไปกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง ทำให้โลหิตจาง การทำงานของเกล็ดเลือดผิดปกติ เป็นสาเหตุให้มีเลือดออกง่าย เลือดไหลไม่หยุด และมีจ้ำเลือดขึ้นตามตัวได้ง่าย

“โรคไตวายยังส่งผลต่อระบบประสาท สมอง และกล้ามเนื้อ อย่างอาการมือเท้าชา กล้ามเนื้อกระตุก อ่อนแรง เป็นตะคริว และยังทำให้ขาดสมาธิ ไม่สามารถคิดและจดจำได้เหมือนปกติ ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยก็อาจมีอาการชักหมดสติ หรือจนถึงขั้นเสียชีวิต”

ปัจจุบันในทางการแพทย์มีการตรวจวินิจฉัยโรคไตอย่างละเอียด รู้เร็ว และสามารถรักษาทันท่วงที ได้แก่ ตรวจปัสสาวะ หากพบโปรตีนไข่ขาวและเม็ดเลือดแดงปะปนมา แสดงถึงความผิดปกติของไต, ตรวจเลือด ซึ่งหากไตมีภาวะผิดปกติ จะพบปริมาณของไนโตรเจน กรดยูริก และครีเอตินิน ที่เป็นของเสียจากกล้ามเนื้อ ตกค้างในเลือดสูงกว่าปกติ และตรวจอัลตราซาวด์ และการเอกซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์ (CT Scan) ร่วมกับการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะทราบได้ทันทีหากเกิดความผิดปกติขึ้นที่ไต หรือระบบทางเดินปัสสาวะ
เป็นโรคร้ายที่ไม่ค่อยแสดงอาการ ต้องหมั่นสังเกต และตรวจสุขภาพทุกปี