บิ๊นท์ มิสอินเตอร์ฯ 2019 ชี้ไทยขึ้นหัวเรือ อุตสาหกรรมนางงาม โอกาสดี Soft Power
เรียกว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ และเป็นที่ฮือฮาในแวดวงนางงาม เมื่อ มิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล เวทีนางงามระดับโลก สัญชาติไทย ที่เพิ่งได้มิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนลคนใหม่ ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ที่จัดขึ้นอย่างงดงามที่อินโดนีเซีย รวมไปถึงข่าวใหญ่ของเวที มิสยูนิเวิร์ส ขึ้นเป็นเจ้าของ นางงามจักรวาล คนล่าสุดแบบ 100% ได้แก่ แอน จักรพงษ์
บิ๊นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ นางสาวไทย ผู้คว้าตำแหน่งมิสอินเตอร์เนชันแนล 2019 อีกหนึ่งเวทีระดับโลกได้สำเร็จเป็นคนแรกของไทย ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงอุตสาหกรรมนางงามที่สะท้อนซอฟต์เพาเวอร์ไทยว่า
“เราอยู่ในอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยเป็นหัวเรือแล้วแหละ วันนี้จะมาวิเคราะห์สิ่งที่คิดมานาน ว่าเวทีนางงามคือ soft power ของคนไทย
น่าดีใจนะ คิดว่าเวทีนางงามคือ soft power อย่างดีเลย เพราะส่วนหนึ่งที่ชาวต่างชาติรู้จักลักษณะ หรือวัฒนธรรมความเป็นไทย ก็เพราะเวทีนางงามด้วย
ถ้าที่เห็นชัดๆ ก็รอบชุดประจำชาติ โชว์กันไปเลย ชุดบ้านฉันเป็นแบบนี้นะ แล้วด้วยความประกวดมาเป็นหลายสิบปี หรือบางเวคือเป็นร้อยปี มันก็ดึงดูดแฟนคลับสะสมเพิ่มเรื่อยๆ แล้วพอดูไปหลายๆ ปี มันก็จะเห็นแพทเทิร์นชุด ลักษณะของแต่ละประเทศและจำได้
การแจกของฝาก-อันนี้ถ้านางงามที่ไปประกวดระดับโลก คิดให้เหนือจากการแข่งขัน จะรู้ว่าเราคือ portal ในการกระจายสินค้า หรือความน่าสนใจของวัฒนธรรมได้ เช่นในปีบิ๊นท์เลือกแจกยาดมเพราะรู้ว่า
1.เพื่อนต่างชาติรู้จักมันน้อย 2.นวัตกรรม 55 ปกติเราปวดหัวแบบบทำงานหนักทึบๆ ไม่โล่ง เอาจริง มันนิยามให้ใช้ยายังไม่ได้อ่ะ แต่เรามียาดมช่วยบรรเทา คิดดีๆ คือเก๋ 3. ภาษาไทยบนยาดม
บางสิ่งที่เล็กๆ บนเวทีนางงามเนี่ย มันไวรัล หรือสร้างความตระหนักรู้ได้
แล้วคิดดู ถ้าเป็นเจ้าของเวทีจะทำอะไรได้อีก..
มันทำได้ยิ่งใหญ่มากๆ เลย (กำไรขาดทุนไม่พูดถึงนะ อันนี้ต้องเป็นความสามารถในการบริหาร)
ยกตัวอย่างเช่น การเลือกประเทศเก็บตัว ประเทศที่มีการเก็บตัวจะได้พาตัวแทนจากทั่วโลกมาอยู่ในประเทศ แทบไม่ต้องโชว์อะไร เรียกว่าให้ใช้ชีวิตและซึมซับไปเลย ส่วนใหญ่ตัวนางงามเขาก็จะตื่นเต้นและประทับใจที่ได้ไปอยู่ในที่ใหม่ๆ อยู่แล้ว เขาก็จะไลฟ์สด โพสต์ลงโซเชียลต่างๆ ซึ่ง followers ของพวกเขาก็คือคนในประเทศเขานั่นแหละ
และอีกนานา พิมพ์ไม่หมด
แต่เอาเป็นว่า congratulations ค่า”

