รู้ก่อนสาย จุดสีแดงในตา หนึ่งในอาการ ‘เบาหวานขึ้นตา’ ปล่อยไว้ เสี่ยงตาบอด

11.11.22 | 13:54 น.
ภาพประกอบ

รู้ก่อนสาย จุดสีแดงในตา หนึ่งในอาการ ‘เบาหวานขึ้นตา’ ปล่อยไว้ เสี่ยงตาบอด

หลายคนอาจเข้าใจว่า โรคเบาหวาน ต้องระวังไม่ให้เกิดบาดแผล เพราะจะหายยากกว่าคนทั่วไป

แต่โรคเบาหวาน ยังมีข้อควรระวังมากกว่านั้น คือ ‘ภาวะเบาหวานขึ้นตา’ แนะนำโดย แพทย์หญิงปนียา ตปนียางกูร จักษุวิทยาต้อหิน ศูนย์ตา (Eye Center) โรงพยาบาลนวเวช ดังนี้

คนไข้ที่เป็นเบาหวาน มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายอาการ ซึ่งแต่ละคนจะมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ไม่เหมือนกัน หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยเบาหวานที่พบได้บ่อยคือ “เบาหวานขึ้นตา”

ซึ่งหากปล่อยให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน จะส่งผลให้หลอดเลือดฝอยเสื่อมทั่วร่างกาย รวมทั้งหลอดเลือดที่จอประสาทตา ทำให้เลือดและสารต่างๆ รั่วซึมออกมา ทำให้เส้นเลือดตรงจอประสาทตาได้รับความเสียหาย และผู้ป่วยเบาหวานมักจะสูญเสียดวงตาในภาวะแทรกซ้อนนี้

ภาวะเบาหวานขึ้นจอตา มีวิธีการรักษาที่หลากหลาย แต่ถ้าเป็นถึงขั้นรุนแรงแล้ว อาจจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้และจะสูญเสียการมองเห็นไปตลอดชีวิต

Advertisement
แพทย์หญิงปนียา ตปนียางกูร

อาการของภาวะเบาหวานขึ้นจอตา

    • ในช่วงระยะเริ่มแรกผู้ป่วยจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ
    • มีจุดเลือดออกในจอตา
    • มีน้ำรั่วในจอตา อาจทำให้จุดรับภาพชัดบวม
    • เกิดเส้นเลือดงอกใหม่ทำให้ เลือดออกในน้ำวุ้นตา
    • จอประสาทตาหลุดลอก

การป้องกันภาวะเบาหวานขึ้นจอตา

    • ไม่กินอาหารที่มีแป้งมากเกินไป
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
    • ควบคุมน้ำตาลและระดับน้ำตาลสะสม HbA1C น้อยกว่า 6.0 mg% ให้อยู่ในระดับปกติ (ระหว่าง 70-100 mg/dL)

การรักษาภาวะเบาหวานขึ้นจอตา

    • หากผู้ป่วยเป็นในระยะแรก แพทย์จะให้ผู้ป่วยควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับปกติ
    • การใช้แสงเลเซอร์ ใช้ในระยะที่เลือดออกในตายังไม่มาก
    • ฉีดยาเข้าไปในดวงตา ในกรณีผู้ป่วยจอประสาทตาบวม เพื่อลดการบวมของจอประสาทตา
    • การผ่าตัด ในกรณีผู้ป่วยมีเลือดเต็มจอประสาทตาหรือจอประสาทตาหลุดลอก
ภาพเปรียบเทียบดวงตา ภาวะปกติกับภาวะเบาหวานขึ้นตา
ภาพเปรียบเทียบดวงตา ภาวะปกติกับภาวะเบาหวานขึ้นตา

หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจไม่สามารถรักษาให้ดวงตากลับมาเป็นปกติได้