ห่วง ‘บอลโลก’ กระตุ้นความรุนแรงในครอบครัวเพิ่ม หลังมี ‘พนัน-ดื่มเหล้า’ ฝากรัฐลงทุนกับครอบครัว เหมือนลงทุนให้ประเทศ

25.11.22 | 19:03 น.

ห่วง ‘บอลโลก’ กระตุ้นความรุนแรงในครอบครัวเพิ่ม หลังมี ‘พนัน-ดื่มเหล้า’ ฝากรัฐลงทุนกับครอบครัว เหมือนลงทุนให้ประเทศ

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่โรงแรมบางกอกชฎา กรุงเทพฯ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงานประชุมวิชาการอนามัยครอบครัวแห่งชาติ ครั้งที่ 10 และรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว เนื่องในวันรณรงค์ยุติความรุนแรง ภายในงานมีเสวนาเรื่อง “พหุปัจจัยกับครอบครัวไทยและความรุนแรงในครอบครัว” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านสะท้อนปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว
บุคลากร-กฎหมายไทย ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว
เริ่มที่ ศ.พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ผมมีโอกาสได้มาร่วมงานปรับปรุง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 พบว่าจริงๆ พฤติกรรมรุนแรงความจริงเกิดขึ้นทั้งโลก แต่ในสังคมไทย ความรุนแรงเป็นปัญหาเรื้อรัง ใหญ่ และถูกซุกไว้ใต้พรม รอวันระเบิด เกิดที่ไหนก็ค่อยตามไปเยียวยา ตามไปจับคนกระทำ แล้วไม่ได้ทำอะไรต่อแล้วก็รอวันระเบิดอีก จนความรุนแรงลงมาในระดับในครอบครัว
“สมมุติฐานของผมมองว่าพฤติกรรมความรุนแรงของคน เริ่มต้นที่ครอบครัว เขาเติบโตมาถูกกระทำและใช้ความรุนแรง เหมือนพฤติกรรมนี้ได้ถูกปลูกฝัง เรียนรู้พฤติกรรมจากในครอบครัว ชุมชน”
ศ.พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล
ศ.พิเศษจรัญ กล่าวอีกว่า ความรุนแรงยังมีในโรงเรียน เช่น กลุ่มเพื่อนมีการบูลลี่ ครูอาจารย์ใช้ความรุนแรง กระทั่งในสถาบันศาสนาบางองค์กร ก็มีพฤติกรรมความรุนแรง พอไปทำงานก็เจอหัวหน้างาน ทีมงานผู้ทรงอำนาจ ใช้ความรุนแรงในองค์กร ฉะนั้นหากป้องกันความรุนแรงในครอบครัวได้ดีเท่าไหร่ จะป้องกันความรุนแรงในโรงเรียน ชุมชน สังคม พื้นที่สาธารณะได้ด้วย ทั้งนี้ ก็มาพบว่ากฎหมายของไทยในเรื่องนี้ มันไม่ช่วยแก้ปัญหาอย่างแท้จริง จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่ สค.มีดำริจะปรับปรุงกฎหมายนี้ เพราะนับวันพฤติกรรมความรุนแรงในครอบครัวมีแต่จะมากขึ้น มีคดีขึ้นสู่ศาลชัดเจน ยกตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกา 170/2565 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่นักกฎหมายอ่านแล้วก็บอกเหมือนกันว่าตัดสินถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
คดีนี้เป็นกรณีภรรยาฆ่าสามีตาย โดยก่อนเกิดเหตุเธอกับสามีมักมีปากเสียงมาตลอด วันหนึ่งเธอถูกสามีขู่ฆ่าตัวเธอเองและลูก และจะฆ่าตัวตายตาม และขู่แบบนี้มาตลอด 2-3 ปี จนวันหนึ่งเธออาศัยจังหวะสามีนอนหลับแล้วลงมือก่อน ในคำพิพากษากรณีนี้ไม่สามารถอ้าง นำมาเป็นเหตุผลขอลดหย่อนโทษได้ เพราะผู้ตายไม่เคยเอาปืนมาขู่จริงๆ อ้างว่าทำไปเพื่อป้องกันขอให้ลดโทษก็ไม่ได้ เพราะไม่ใช่บันดาลโทสะและทำกลับในทันที สุดท้ายเธอถูกตัดสินโทษจำคุก ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกานี้จะถูกนำมาใช้เป็นบรรทัดฐานกฎหมายไทย นี่เป็นปัญหา เพราะนี่คือเรื่องความรุนแรงในครอบครัวแท้ๆ
เพราะกฎหมามคุ้มครองความรุนแรงในครอบครัว วางแนวทางว่าพฤติกรรมความรุนแรงในครอบครัว ไม่ใช่เรื่องอยู่ดีๆ ก็ฆ่ากัน ไม่ใช่เรื่องฉับพลัน แต่มันเป็นพฤติกรรมที่ต่อเนื่อง จากเบาไปหาหนัก หรือที่เรียกว่า ภาวะ Battered Woman Syndrome บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องสามีภรรยาทะเลาะกัน แต่การพูดข่มขู่มากๆ เข้ากฎหมายความรุนแรงในครอบครัวเลย แต่ไม่ถูกนำมาใช้ เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ใส่ใจบังคับใช้
“เรื่องนี้ทันทีที่พูดขู่ว่าจะฆ่าเมีย ลูก และตัวเองตาม เข้าลักษณะไม่ปกติทางจิตแล้ว คนปกติไม่มีพฤติกรรมอย่างนั้น ฉะนั้นหากได้รับการแก้ไขตั้งแต่ต้นๆ นำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เปิดให้ พม. พนักงานสอบสวน พนักงานศาล เอาตัวผู้ใช้ความรุนแรงเล็กๆ ไปบำบัดรักษาทางจิต มีมาตรการคุ้มครองผ้ถูกกระทำ เรื่องแบบนี้ก็ไม่เกิด ขออภัยที่ต้องยกเคสหมอนิ่ม กรณีนี้มีการเอาปืนมาขู่จริงๆ เลย แต่ยังไม่เข้ากระบวนการกฎหมายคุ้มครองฯ ปล่อยให้ผู้ถูกกระทำความรุนแรง เก็บกด หนีภาวะนั้นไม่ได้ มากขึ้นๆ จนถึงวันระเบิด จริงๆ หลายประเทศแก้กฎหมายรองรับภาวะนี้ของผู้ถูกกระทำ แต่ของไทยยังไม่มี ทำให้ปัญหายังคงเข้าสู่ศาล จับแล้วจบ ผู้ถูกกระทำไม่ได้รับการเยียวยา ขณะที่บางคดีผู้ถูกกระทำมายาวนาน ต้องได้รับโทษ เพราะฆ่าผู้ที่กระทำความรุนแรง”
ศ.พิเศษจรัญ กล่าวอีกว่า ฉะนั้นทำอย่างไรจะเอาความรู้ของผู้เชี่ยวชาญในวันนี้ ส่งต่อไปในแวดวงนักกฎหมายไทย โดยเฉพาะพนักงานสอบสวน พนักงานศาล พนักงานคุมประพฤติ และทนายความ ให้กระจ่างชัดว่าเรื่องนี้ใหญ่และยาก ต้องแก้ตั้งแต่เรื่องเกิดเล็กๆ
ห่วงฟุตบอลโลกกระตุ้นครอบครับใช้ความรุนแรง
ขณะที่ นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า การพนันเป็นสาเหตุหนึ่งของความรุนแรงในครอบครัว อย่างช่วงนี้มีฟุตบอลโลก ซึ่งพบว่าการมีมหกรรมกีฬาใหญ่ๆ เชื่อมโยงกับสถานการณ์ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น เป็นข้อค้นพบในสหรัฐฯ กับกีฬาซูเปอร์โบวล์ พบว่ามีทั้งการพนัน การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้สถิติการใช้ความรุนแรงพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็หวังว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้ สถานการณ์ความรุนแรงจะไม่สูงขึ้น
นายธนากร คมกฤส
เหตุกราดยิงเริ่มต้นจากเห็นรุนแรงในครอบครัว
ด้าน รศ.สุมนต์ทิพย์ จิตสว่าง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบนโลก มีวัฏจักรมาจากความรุนแรงในครอบครัว ที่ผู้ก่อเหตุเหล่านั้นเคยถูกกระทำความรุนแรงมาก่อน แล้วส่งต่อความรุนแรง ซึ่งยูนิเซฟได้ศึกษาค้นพบว่าเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรง มีโอกาสใช้ความรุนแรงต่อถึง  7 เท่า โดยเฉพาะในเด็กผู้ชายมีโอกาสส่งต่อความรุนแรงถึง 14 เท่า ทั้งนี้ มีการศึกษาในสหรัฐฯ  พบว่าเหตุการกราดยิงต่างๆ ร้อยละ 59.1 เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงในครอบครัว
“ความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญมาก หากกฎหมายหรือกระบวนการไม่ช่วย จะสร้างวัฏจักรความรุนแรงให้เกิดการผลิตซ้ำต่อไป ถ้าเด็กคนหนึ่งถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว เด็กคนนั้นอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ไปก่ออาชญากรรมอนาคตได้” รศ.สุมนต์ทิพย์กล่าว
รศ.สุมนต์ทิพย์ จิตสว่าง
ฝากรัฐลงทุนกับครอบครัว เหมือนลงทุนให้ประเทศ
นพ.บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในมุมมองอนามัยเจริญพันธุ์ เกี่ยวข้องกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและปัญหาสังคม เรามีปัญหาพร้อมไม่ท้อง คือคนพร้อมไม่ท้อง และท้องไม่พร้อม คือคนไม่มีความพร้อมมีบุตรแต่ตั้งครรภ์ ซึ่งบ้านเรานิยมให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ต่อ ทั้งที่ไม่มีความพร้อม ซึ่งก็ต้องมาดูมาตรการช่วยเหลือการตั้งครรภ์ไม่พร้อมว่าได้ซัพพอร์ตเพียงพอแล้วหรือยัง ไหนจะค่าเลี้ยงดู ค่าเทอม พ่อแม่ก็ต้องทำงาน จะส่งไปสถานรับเลี้ยงเด็กดีๆ ก็ราคาแพง
“หากสังคมไม่ซัพพอร์ตครอบครัวมากพอ ความเครียด ภาวะบีบคั้นต่างๆ จะมาลงในครอบครัว อาจเกิดความรุนแรง ปัญหานี้ก็จะไม่จบไม่สิ้น ก็อาจต้องทำระบบการศึกษาให้เรียนฟรีจริงๆ ทำมาตรฐานการศึกษาโรงเรียนแต่ละแห่งที่ไม่ทิ้งกัน มาตรการช่วยเหลือครอบครัวต่างๆ ก็อยากให้รัฐบาลลงทุนด้านครอบครัว โดยไม่มองว่าลงทุนแล้วผลจะรีเทิร์นเท่าไหร่ เพราะนี่คือการลงทุนของประเทศ” นพ.บุญฤทธิ์กล่าว
นพ.บุญฤทธิ์ สุขรัตน์
กรมสตรีฯแนะหยุดใช้ความรุนแรงเริ่มที่ตัวเรา
ปิดท้ายด้วย นางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีฯ กล่าวว่า เนื่องในวันรณรงค์ยุติความรุนแรง 25 พฤศจิกายน สค.จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดงานนี้ ในการป้องกันแก้ไขปัญหาความรุนแรง อย่างไรก็ตาม เรามีศูนย์ปฏิบัติการความรุนแรงในครอบครัวทั่วประเทศ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน 1300 เว็บไซต์เพื่อนครอบครัว
“สค.ยืนยันที่จะแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว รับฟังข้อเสนอ คำขอช่วยเหลือต่างๆ ในทันที และชวนสังคมไทยมาร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลง เริ่มจากตัวเรา ครอบครัวเรา ชุมชนเรา จนเป็นสังคมไทยไร้ความรุนแรง” นางจินตนากล่าว
นางจินตนา จันทร์บำรุง