หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ เทศกาลหนังสือ...

เทศกาลหนังสือของพ่อ เก็บความทรงจำล้ำค่า ‘ในหลวง ร.9’ 1-5 ธ.ค. ที่ เดอะมอลล์ บางกะปิ

23.11.16 | 18:36 น.

แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชจะเสด็จสวรรคตเป็นเวลา 1 เดือนเศษแล้ว แต่หัวใจไทยทุกดวงยังคงโศกเศร้าอาลัยมิรู้หาย ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยมาตลอด 70 ปี

ซึ่งตลอดระยะเวลาแห่งการครองสิริราชสมบัติ พระราชจริยวัตร พระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์ ได้เข้ามาอยู่ในทุกบริบทชีวิตของพสกนิกรชาวไทย ก่อให้เกิดเป็นความรักความผูกพันระหว่าง “พระมหากษัตริย์” กับ “ราษฎร” ที่ลึกซึ้งจนสุดจะพรรณนาได้

พสกนิกรชาวไทยทุกคนต่างพยายามรวบรวมความทรงจำของพระองค์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ไม่ว่าจะเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ ธนบัตร เหรียญที่ระลึกในโอกาสพิเศษ แสตมป์ เพลงพระราชนิพนธ์ รวมถึง “หนังสือ” สื่อกระดาษที่บันทึกประวัติศาสตร์ทุกช่วงพระชนม์ชีพของพระองค์ไว้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จนิวัติพระนคร *** Local Caption *** ภาพสแกนจากฐานข้อมูลห้องสมุดภาพ

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และบริษัท เอ็น ซี ซี อิมเมจ จำกัด จัด “งานเทศกาลหนังสือของพ่อ” ในวันที่ 1-5 ธันวาคม 2559 ณ เอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ โดยรวบรวมหนังสือเกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 จากหลายสำนักพิมพ์ มาให้ประชาชนได้ร่วมน้อมรำลึกและเก็บประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดครั้งนี้ไว้

Advertisement

นางสาวปานบัว บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาด บมจ.มติชน กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นมา จะเห็นว่าหนังสือเกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากหลายสำนักพิมพ์พร้อมใจกันร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แต่ถึงอย่างนั้น หนังสือก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด หลายปกกลายเป็นหนังสือหายาก และถูกจำหน่ายต่อในราคาสูงกว่าเดิม ในฐานะคนทำสิ่งพิมพ์  อยากให้ทุกคนเข้าถึงหนังสือที่ทรงคุณค่าเหล่านี้ได้ในราคาพิเศษ สามารถเลือกหาได้ครบในที่เดียว งานนี้จึงเกิดขึ้นมาด้วยความตั้งใจนี้

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประวัติศาสตร์แห่งยุคสมัยและเป็นประวัติศาสตร์ร่วมของทุกคน แม้ว่าแต่ละคนจะมีความทรงจำของตัวเอง แต่หนังสือจะเป็นเครื่องช่วยยืนยัน เป็นหลักฐานที่เติมเต็มความทรงจำที่เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2559 ได้”

สำหรับความพิเศษของการจัดงานครั้งนี้ ปานบัว กล่าวว่า เป็นความร่วมมือของ 40 สำนักพิมพ์ชั้นนำ อาทิ อมรินทร์ นานมีบุ๊คส์ สถาพรบุ้คส์ แสงดาว ซีเอ็ด เคล็ดไทย สารคดี ริเวอร์บุ้คส์ ฯลฯ รวมไปถึงร้านหนังสือเก่าอีกกว่า 10 แห่ง ที่พร้อมใจกันนำหนังสือเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งหนังสือใหม่ หนังสือขายดี หนังสือฉบับพิเศษ หนังสือสะสม มาร่วมกันออกร้าน เสริมไปด้วยนิทรรศการและบูธจำหน่ายของที่ระลึกจากภาครัฐ เอกชน ตลอดจนมูลนิธิต่างๆ รวมทั้งสิ้นเกือบ 100 บูธ

“ทุกสำนักพิมพ์และทุกบูทจะจัดหนังสือมาอย่างเต็มที่ รวมกว่า 100 ชื่อเรื่อง มีทั้งหนังสือพระราชนิพนธ์ พระราชประวัติ สมุดภาพ หนังสือที่เขียนโดยข้าราชบริพาร หนังสือพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ นิตยสารฉบับพิเศษ ตลอดจนหนังสือทรงคุณค่าจากกรมศิลปากรและหนังสือหายากจากร้านหนังสือเก่า”

ขณะที่ร้านหนังสือเก่าที่งานนี้ ปานบัว ขยายความสำคัญว่า

“ในช่วงที่ผ่านมา เราจะเห็นภาพของในหลวงและพระบรมวงศานุวงศ์ในอดีต ถูกนำมาเผยแพร่มากมายผ่านทางโซเชียลมีเดีย นั่นเพราะทุกคนต่างก็รำลึกถึงพระองค์ท่าน ก็เลยรู้สึกว่าร้านหนังสือเก่าเหมาะร่วมงานครั้งนี้มากๆ เขาน่าจะเก็บหนังสือที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไว้จำนวนไม่น้อย ถ้าเขามาออกบูธ เราก็จะได้มีโอกาสเห็นหนังสือ นิตยสาร หรือภาพที่ทรงคุณค่าเหล่านี้ ซึ่งปกติหาชมยาก ถือว่าสิ่งที่เขาเก็บคือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ซึ่งพวกเราไม่ค่อยได้เห็น”

เรียกว่า ได้รับการตอบรับดีจากสำนักพิมพ์ต่างๆ และร้านหนังสือเก่า เนื่องจาก 3 พันธมิตร มติชน เดอะมอลล์ เอ็นซีซีอิมเมจ ร่วมกันจัดโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

“ทุกคนอยากทำงานให้ดีเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีให้แก่พสกนิกรชาวไทยตลอดมา เราขอความร่วมมืออย่างเดียวคือให้นำหนังสือในหลวงมาให้มากที่สุดและจำหน่ายในราคาพิเศษ ซึ่งทุกคนเต็มใจที่จะนำหนังสือของพระเจ้าอยู่หัวมาในงานอย่างเต็มที่”

ประทับในใจราษฎร์

สำหรับสำนักพิมพ์มติชนได้เตรียมความพิเศษไว้มากมาย เริ่มตั้งแต่ การนำกลับมาพิมพ์ใหม่ในรอบ 10 ปี ของ “ประทับในใจราษฎร์” หนังสือที่มียอดพิมพ์สูงสุดในปี 2549

“ภายหลังเสด็จสวรรคต หนังสือประทับในใจราษฎร์เป็นหนังสือที่คนถามถึงมากที่สุด เพราะบันทึกช่วงเวลาสำคัญ  ช่วง 60 ปีแห่งการครองราชย์ ซึ่งเป็นปีที่มีความสุขที่สุด เป็นช่วงที่ทุกอย่างดีที่สุด สมพระเกียรติที่สุด เราจึงนำกลับมาพิมพ์ซ้ำ โดยปกติไม่ทำแล้ว ยุติไปแล้ว แต่คนอ่านอยากได้ จึงนำกลับมาพิมพ์ซ้ำในรอบ 10 ปี เพื่อวางในงานนี้โดยเฉพาะ”

เมื่อนำ “ประทับในใจราษฎร์” กลับมาพิมพ์ใหม่แล้ว ก็เป็นที่มาของหนังสืออีกเล่ม นั่นคือ “สถิตในใจชน” ซึ่งปานบัวบอกว่า เป็นภาคต่อของประทับในใจราษฎร์ ที่เริ่มตั้งแต่ช่วงที่คนไทยผูกพันกับพระองค์ในขณะยังมีพระชนม์ชีพอยู่ และเมื่อเสด็จสวรรคตแล้วความจงรักภักดีก็ยังมีต่อพระองค์ไม่เปลี่ยนแปลง

ปานบัว เล่าว่า สถิตในใจชน เป็นหนังสือจดหมายเหตุที่เดินเรื่องด้วยภาพ คือมีการประมวลภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่วันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชจนถึงพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 1 เดือน รวบรวมไว้ในหลังสือเล่มนี้ นอกจากยังมีพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจสำคัญต่างๆสรุปไว้ให้ด้วย

“เล่มนี้เรานำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง และลำดับเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม หนังสือจะมีความครบถ้วนหลากหลายทั้งในบริบทของพระราชพิธี ภาครัฐ และภาคประชาชน โดย 1 หน้ามี 1 ภาพ เพื่อให้ได้เห็นภาพเต็มๆ ขนาดใหญ่พิเศษ นอกจากนี้ยังมีภาพของการมีส่วนร่วมแสดงความอาลัยจากทุกจังหวัด 77 จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นภาพแปรอักษร  ภาพจุดเทียน หรือภาพร้องเพลง”

อีกหนึ่งความพิเศษของ “สถิตในใจชน” สำนักพิมพ์มติชนได้จัดพิมพ์ “พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” ขนาดใหญ่ 13.25x 20 นิ้ว เพื่อให้ทุกคนนำไปใส่กรอบน้อมรำลึกถึงพระองค์ได้ โดยภาพนี้เป็นภาพเดียวกันกับที่ปรากฏอยู่บนปกหนังสือ

นอกจากหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นใหม่ สำนักพิมพ์มติชนยังได้นำหนังสือที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และบริบทประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์มาพิมพ์ซ้ำอีกหลายเล่ม อาทิ รอยพระยุคลบาท โดย พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร, ใต้เบื้องพระยุคลบาท และ ข้าแผ่นดินสอนลูก โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล, เก็จแก้วกัลยา  โดย ดร. ปรีดี พิศภูมิวิถี, ประวัติต้นรัชกาลที่ 6 โดย ราม วชิราวุธ, สิ่งที่ข้าพเจ้าพบเห็น  โดย ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล, วาทะเล่าประวัติศาสตร์  โดย ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย และ ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย โดย นนทพร อยู่มั่งมี เป็นต้น

ภายในงานยังจัดกิจกรรมเสวนา โดยเชิญนักเขียน นักวาดการ์ตูน บรรณาธิการ คนทำหนังสือ และผู้รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท มาเล่าประสบการณ์และแรงบันดาลใจที่ได้รับมาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 อาทิ วสิษฐ เดชกุญชร, ธงทอง จันทรางศุ, ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์ ตลอดจนเรื่องราว เกร็ดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ เช่น ไกรฤกษ์ นานา, ปรีดี พิศภูมิวิถี, อเนก นาวิกมูล และ ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ ส่วนในช่วงเย็นของวันที่ 3-4-5 ธันวาคม จะมีการร่วมกันร้องเพลงพระราชนิพนธ์กับวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ นำโดย โฉมฉาย อรุณฉาน และ วีระ บำรุงศรี อีกทั้งตลอดงาน 5 วัน ยังมีมุมอาหาร ของว่าง เบเกอรี่ คัดสรรโดย Staving Time ให้ผู้มาร่วมงานได้พักเติมพลัง คือเลือกซื้อหนังสือ เพลิดเพลินกับกิจกรรมภายในงาน และพักเบรกรับประทานของว่างได้ด้วย

“เวทีเสวนานี้ ตั้งใจให้เป็นที่รวบรวมคนในวงการหนังสือหรือผู้ที่ได้ถวายงานรับใช้พระองค์ท่าน ขึ้นมาเล่าเรื่องราวและประสบการณ์ต่างๆ ซึ่งคนรุ่นหลังๆอาจยังไม่เคยรู้ เช่น พ.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร และ ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ คือนอกเหนือจากการอ่านหนังสือแล้วก็น่าจะฟังเรื่องเล่าจากผู้รู้จริงด้วย อยากให้เป็นเวทีที่ทุกคนพูดถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชด้วยความจงรักภักดี”

งานเทศกาล”หนังสือของพ่อ”ยังได้เชิญหน่วยงานต่างๆ มาร่วมออกบูธเพื่อรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 อาทิ ไปรษณีย์ไทย จัดแสดงหนังสือยักษ์ “สมุดภาพแสตมป์ของพ่อ” 70 ปีแห่งการครองราชย์ และจำหน่ายแสตมป์ที่ระลึก, กรมศิลปากรนำหนังสือทรงคุณค่าจำนวนมากมาร่วมออกบูธ, สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จัดนิทรรศการอาลัยพ่อแห่งแผ่นดิน, สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นำนิทรรศการเกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริของในหลวงมาจัดแสดง พร้อมด้วยมุมอ่านหนังสือที่เปิดให้มีการดาวน์โหลดวารสารเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริได้ฟรี, สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จัดนิทรรศการในหลวงกับการปฏิรูปที่ดิน, โตโยต้า จัดนิทรรศการโรงสีข้าวรัชมงคล และจำหน่ายข้าวรัชมงคล, กระทรวงพาณิชย์ นำสินค้าธงฟ้ามาให้เลือกซื้อในงาน และยังมีสินค้าน่าช้อปอีกจำนวนมาก จากโครงการหลวงและมูลนิธิชัยพัฒนา

อีกหนึ่งความพิเศษ คือ ผู้มาร่วมงานจะได้ระบายสีภาพวาดขนาดยักษ์ “ในหลวงในความทรงจำ” ร่วมกับการ์ตูนนิสต์ชื่อดังระดับประเทศ เช่น โอม รัชเวทย์, เซีย ไทยรัฐ, ขวด เดลินิวส์, พล ข่าวสด, อรุณ วัชระสวัสดิ์, และทีมงาน “ขายหัวเราะ”

“การระบายสี ส่วนหนึ่งคือการคลายความเศร้าใจของพวกเรา แต่อีกส่วนหนึ่งคืออยากให้จดจำพระองค์ท่านไว้ดุจยังมีพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ทรงทำสิ่งต่างๆ ไว้มากมาย ถ้าเราจะมองพระองค์ เราน่าจะมองเป็นสีสันที่เปี่ยมพลัง เพราะทรงมุ่งมั่นปฏิบัติพระราชกรณียกิจช่วยเหลือพสกนิกรมายาวนานกว่า 70 ปี พระองค์ไม่ได้อยู่ในรัชสมัยที่เศร้าหมอง แต่ทรงอยู่ในรัชสมัยของการพัฒนา เป็นรัชสมัยที่รุ่งเรืองและมีชีวิตชีวา เราจึงควรน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านด้วยความสุข พร้อมดำเนินชีวิตต่อไปข้างหน้าตามคำสอนของท่าน”

สำหรับ ปานบัว เป็นอีกคนหนึ่งที่เสียใจอย่างสุดซึ้งในเหตุการณ์ครั้งนี้ เธอมีความประทับใจในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในเรื่องของการทรงงานหนัก

“เราเห็นทรงงานหนักมาตลอด จึงคิดว่าการทำงานหนักเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เหมาะสม เพราะพระเจ้าแผ่นดินก็ยังทรงงานหนัก เป็นความประทับใจ และเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตว่า หนึ่ง คนเราเกิดมาต้องทำงาน สอง งานนั้นต้องเป็นไปเพื่อคนอื่น อันนี้เห็นชัดที่สุด และประทับใจสูงสุด”

งานครั้งนี้จึงเป็นความตั้งใจที่บริษัทมติชน ร่วมมือกับพันธมิตร และสำนักพิมพ์ชั้นนำจัดงานขึ้น ซึ่งเป็นครั้งแรกและจะเป็นครั้งเดียวเท่านั้น

“วันพ่อครั้งนี้ เราต้องน้อมรำลึกถึงที่สุด เพราะเป็นปีแห่งความทรงจำ คิดว่าไม่มีใครจะลืมปีนี้ไปได้ เพราะเป็นปีที่เป็นจุดเปลี่ยนของทุกคน เราร่วมอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน ประสบการณ์เดียวกัน งานนี้จึงจัดขึ้นมาเพื่อน้อมรำลึกด้วยกัน และในทางสิ่งพิมพ์ เราทำอะไรได้ เราจะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้เก็บข้อมูลได้ดีที่สุด ได้จดจำสิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับพระองค์”

“หนังสือจะเป็นตัวที่ส่งมอบประวัติศาสตร์ที่เป็นชิ้นเป็นอัน และสามารถส่งต่อได้ โซเซียลแม้จะเร็วๆ แต่เก็บไม่ได้ กดเซฟยังไงก็ไม่เหมือนกันกับการที่เราเก็บสิ่งพิมพ์ เพราะฉะนั้นก็เป็นยุคที่สิ่งพิมพ์มีความสำคัญ สิ่งพิมพ์ยังเกี่ยวข้องกับสำนึกและความทรงจำของคนในประเทศนี้อยู่มากจริงๆ เพราะคือหลักฐานสำคัญที่เรามีร่วมกัน ความทรงจำอื่นๆ จับต้องไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะเก็บอะไรสักอย่างหนึ่ง เราก็คงจะเก็บสิ่งพิมพ์ เพื่อบอกเล่าให้คนรุ่นต่อๆ ไป” ปานบัวกล่าวทิ้งท้าย

ด้านพันธมิตรที่มาร่วมงานครั้งนี้ นายบุญเลิศ นามคาน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็น ซี ซี อิมเมจ จำกัด ผู้ดูแลเรื่องโครงสร้างของงาน “เทศกาลหนังสือของพ่อ” เล่าถึงการมีส่วนร่วมในงานครั้งนี้ว่า หลังจากได้รับการติดต่อจากมติชน ก็ตอบรับในทันที เพื่อร่วมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จึงร่วมมืออย่างเต็มกำลัง โดยไม่ได้คำนึงถึงค่าใช้จ่าย ด้วยการคิดคอนเซ็ปต์ ออกแบบกิจกรรม รวมถึงดำเนินการก่อสร้างบูธทั้งหมด งานนี้เป็นงานประวัติศาสตร์ เราในฐานะมีกำลังคนที่เป็นมืออาชีพ อุปกรณ์ และเทคโนโลยี จึงเลือกในสิ่งที่ดีที่สุด ทุ่มเทสุดความสามารถ เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

เช่นเดียวกับผู้สนับสนุนพื้นที่จัดงาน บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด โดย นายบัญชา ฉันทดิลก ผู้จัดการใหญ่ กิจกรรมการตลาด บอกว่า หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต ทางศูนย์การค้าเดอะมอลล์ทุกสาขาก็หยุดการจัดกิจกรรมบันเทิง พร้อมปรับเปลี่ยนเป็นการน้อมนำโครงการในพระราชดำริของพระองค์ มาจัดนิทรรศการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันมีต่อประชาชนชาวไทย ภายใต้ธีม “ธ สถิตในหทัยราษฎร์” อย่างการจัดเทศกาลหนังสือของพ่อ ถือเป็นโอกาสอันดีของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทางสำนักพิมพ์ที่จะนำเสนอสิ่งพิมพ์ดีๆ ประชาชนไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปตระเวนหาจากหลายแหล่ง มาที่เทศกาลหนังสือของพ่องานเดียวมีครบถ้วน เพราะเป็นการรวบรวมสิ่งที่มีคุณค่าไว้ทั้งหมด

ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์แห่งรัชกาลที่ 9 ได้ที่งานเทศกาลหนังสือของพ่อ ในวันที่ 1-5 ธันวาคม ณ เอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ

คุณปานบัว
นางสาวปานบัว บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาด บมจ.มติชน