หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ปีกระต่ายสายบ...

ปีกระต่ายสายบันเทิง! “หอการค้า” เผย 10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ชี้เที่ยวดึกคึกคัก-มูเตลูมาแรง

20.12.22 | 11:47 น.

ปีกระต่ายสายบันเทิง! “หอการค้า” เผย 10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ชี้เที่ยวดึกคึกคัก-มูเตลูมาแรง

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ แถลงข่าว 10 ธุรกิจ ดาวรุ่ง ดาวร่วง ปี 2566 เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจปี 2566 มีโอกาสครึ่งปีแรกขยายตัว 3.4-3.6% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ขณะที่ภาคการส่งออกแผ่วลง โดยได้ประเมินการส่งออกขยายตัวชะลอลง 1.2% จากปี 2565 ที่ขยายตัวได้ 8% ดังนั้น รอยต่อระหว่างไตรมาส 4/2565 และไตรมาส 1/2566 เศรษฐกิจไทยเคลื่อนตัววงแคบเพราะการท่องเที่ยวฟื้นตัว แต่การส่งออกย่อตัวลง

อย่างไรก็ตาม ช่วงไตรมาส 1-2/2566 การท่องเที่ยวที่เข้ามาสนับสนุน รวมถึงภาคการบริโภคจะเข้ามาเสริม อีกทั้งไทยเข้าสู่การเลือกตั้ง เชื่อมั่นมาตรการรับปีใหม่ของรัฐจะสำคัญและสอดคล้องกับเศรษฐกิจ จึงมองว่าปลายปี 2566 ขยายตัวได้ 3.7-4% เศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดีขึ้น จากภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่านักท่องเหรียญจากตีนจะเข้าไทยในช่วงดังกล่าว ดังนั้น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและบริการจึงมีสัญญาณที่ดีขึ้น

รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวว่า ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจคือการแพร่ระบาดคลี่คลายลง รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนกลับเข้าไทยช่วงครึ่งหลังปี 2566 การส่งเสริมให้ไทยเป็นเศรษฐกิจสีเขียว อีกทั้งการเมือง และรวมถึงผลจากการประชุมเอเปค 2022 ที่ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวดีขึ้น และดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ รวมถึงเสริมการค้า และการลงทุนจากนักลงทุนชาวต่างชาติ

ขณะเดียวกันปัจจัยบั่นทอนคือการแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์ใหม่ สายพันธุ์เอ็กซ์บีบี (XBB) ธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่งผลให้ภาระด้านต้นทุนของธุรกิจสูงขึ้น และทำให้ครัวเรือนใช้จ่ายน้อยลง ปัญหาสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทานชะงักงันและราคาวัตถุดิบผันผวน ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย รวมถึงความไม่แน่นอนของการเมืองไทยที่ส่งผงกระต่อการทำนโยบายเศรษฐกิจ

รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวว่า จากปัจจัยดังกล่าวจัดอันดับธุรกิจดาวรุ่ง – ดาวร่วง ปี 2566 โดยมีธุรกิจที่เป็น ‘ดาวรุ่ง’ ประกอบด้วย 1.ธุรกิจการแพทย์และความงาม 2.ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (ธุรกิจทำการซื้อขายผ่านอิเล็กทรอนิกส์) 3.ธุรกิจด้านฟินเทค (fintech) การจัดงานคอนเสิร์ต มหกรรมจัดแสดงสินค้า 4.ธุรกิจจัดทำคอนเทนท์ การรีวิวสินค้า อินฟูเอ็นเซอร์ ธุรกิจสื่อโฆษณาและสื่อออนไลน์ 5.ธุรกิจแพลตฟอร์ม (ธุรกิจตัวกลางหรือตลาดกลางด้านอิเล็กทรอนิกส์) 6.ธุรกิจประกันภัย ประกันชีวิต

Advertisement

7.ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ทัวร์ ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รวมถึงธุรกิจบันเทิงยามค่ำคืน ผับ บาร์ คาราโอเกะ 8.ธุรกิจตู้หยอดเหรียญ ธุรกิจโลจิสติกส์ (เดลิเวอร์รี) 9.ธุรกิจเกี่ยวกับอีสปอร์ต ธุรกิจอาหารเสริม ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 10.ธุรกิจยานยนต์ ธุรกิจความเชื่อ (สายมู หมอดู ฮวงจุ้ย) ธุรกิจบันเทิง และธุรกิจเกี่ยวกัญชา ใบกระท่อม อย่างไรก็ตาม ธุรกิจมีการแข่งขันสูง จึงต้องมีการปรับตัวและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผลิตภัณฑ์ รวมถึงตอบโจทย์ผู้บริโภคด้วย

รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันธุรกิจที่เป็น ‘ดาวร่วง’ ประกอบด้วย 1.ธุรกิจฟอกย้อม ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ และวารสาร หนังสือพิมพ์รูปแบบกระดาษ 2.ธุรกิจรับส่งสื่อสิ่งพิมพ์ตามบ้านและสถานที่ทำงาน ธุรกิจโรงพิมพ์/การพิมพ์ 3.ธุรกิจคนกลาง 4.ร้านขายหนังสือ 5.ธุรกิจเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิก 6.ธุรกิจร้านถ่ายรูป ธุรกิจหัตถกรรม 7.ธุรกิจผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ไร้ฝีมือ หรือเสื้อผ้าโหล 8.ธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซี 9.โรงเรียนเอกชน และ 10.ธุรกิจร้านโชห่วย

ทั้งนี้ จากเทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป และมีการตื่นตัวในเรื่องของสุขภาพมาแรง รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์เข้ามามีบทบาทส่งผลให้ความสวยงามที่เข้ามาพร้อมกัน จากการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คมากขึ้น เช่น การสร้างคอนเทนท์ทั้งใน เฟซบุ๊ค (Facebook) อินสตาร์แกรม (Instagrams) ติ๊กต๊อก (TikTok) เป็นต้น จากปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทำให้คนทุกเจเนอร์เรชั่นหันกลับมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น