อาหารค่ำมื้อสุดท้าย ศิลปะเพื่อไก่และคน ‘มารีญา-นักรบ’ ปลดแอกเลี้ยงไก่ฟาร์มไร้มนุษยธรรม
“เราไม่ได้บอกให้คนต้องหยุดกินเนื้อสัตว์ หรือเปลี่ยนเป็นมังสวิรัติ แต่อยากให้คิดก่อน อาจจะบริโภคน้อยลง และถ้าจะบริโภค อย่างน้อยก็เลือกใช้เงินกับฟาร์มที่มีสวัสดิภาพดีต่อสัตว์”
มารีญา พูลเลิศลาภ ทูตองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย เผยถึงความคาดหวังของผู้ชมหลังมีโอกาสได้ร่วมรังสรรค์งานศิลป์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “The last suffer” ร่วมกับ นักรบ มูลมานัส ศิลปินนักปฏิรูปงานศิลป์
ในงาน “เอ้ก-อี-เอ้ก อ๊ากกก” เทศกาลศิลปะเพื่อไก่ และคน ซึ่งจัดโดย องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย (World Animal Protection- Thailand) องค์กรพัฒนาเอกชนระดับโลก มุ่งเน้นการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ ณ ลานกิจกรรมด้านหน้า หอศิลปกรุงเทพฯ
“เอ้ก-อี-เอ้ก อ๊ากกก” เทศกาลศิลปะเพื่อไก่ และคน จัดขึ้นเพื่อให้สังคมไทยได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการเลี้ยงสัตว์อย่างมีสวัสดิภาพในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ อันส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนและสัตว์ โดยเฉพาะไก่ ซึ่งมีการบริโภคเป็นจำนวนมหาศาล รวมถึงผลกระทบจากการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย ตลอดจนทางออกที่ทุกคนสามารถช่วยกันได้ เพื่อความยั่งยืนของระบบอาหารที่เกื้อกูลกันของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม โดยได้รับพลังบริสุทธิ์จากกลุ่มศิลปิน 4 สาขา พร้อมใจสร้างผลงานมาจัดแสดงกลางใจเมืองกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก

โดย มารีญา พูลเลิศลาภ ทูตองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย ร่วมกับ นักรบ มูลมานัส ศิลปินนักปฏิรูปงานศิลป์ กับผลงาน The last suffer รังสรรค์โต๊ะอาหารมื้อสุดท้าย ที่ถูกมนุษย์ป้อน เข้าปากเพื่อพรากชีวิตของตัวเองอย่างขาดความใส่ใจ
มารีญา กล่าวถึงการทำงานครั้งนี้ว่า “อยากนำเสนองานในรูปแบบศิลปะการจัดวาง (Installation art) ที่สามารถสื่อสารกับคนได้ง่าย และสามารถเข้ามาถ่ายรูปเพื่อให้เกิดการสื่อสารที่กว้างขึ้น มากกว่าแค่งานที่ถูกจัดวางและแสดงภายในงานแล้วจบ ผลงานนี้ต้องสามารถแชร์แบ่งปันได้ จึงเห็นได้ว่างานของเรากำลังสื่อสารถึงสวัสดิภาพของคน ต่อโลก แล้วก็สวัสดิภาพของไก่ จึงใช้คอนเซ็ปต์ของผลงานว่า The Last Supper (อาหารค่ำมื้อสุดท้าย จิตรกรรมฝาผนังโดย เลโอนาร์โด ดาวินชี) ไปเลย ในแบบอลังการ long table vibe เพราะมันเป็นเหมือนภาพที่คนน่าจะรู้อยู่แล้ว แล้วเรามาปรับให้เป็น The Last Suffer เพราะว่าเราอยากให้คนเข้าใจถึงความทุกข์ทรมานของไก่ที่ยังไม่ได้รับสวัสดิภาพที่ดีพอ อยากให้อันนี้เป็น suffer สุดท้ายที่เขาจะสร้างความทุกข์ทรมานให้กับไก่”
ความยากของงานชิ้นนี้คือ การย่อยข้อมูลหนักๆ ออกมาไม่ให้เครียด ในฐานะทูตองค์กรที่มีโอกาสทำงานและลงพื้นที่จริง มารีญาคาดหวังว่า ผู้ชมจะกลับไปตั้งคำถามว่า ไก่ที่กินมีผลกระทบขนาดนี้เลยหรือ และหวังว่าจะเลิกบริโภคไก่ที่ขาดความใส่ใจในสวัสดิภาพสัตว์
“คนจะไม่ค่อยแคร์ไก่มากเท่ากับสัตว์ชนิดอื่น เพราะคิดว่ามันเป็นอาหาร และจะไม่ค่อยเห็นอกเห็นใจไก่มากเท่ากับสัตว์อื่นๆ เลยคิดว่านั่นเป็นเรื่องที่น่าจะน่าหนักใจที่สุด หวังว่าหลังจากมาชม และได้รับรู้ข้อมูลแล้ว เขาจะไปคิดต่อแล้วจะแคร์มากขึ้น” มารีญา กล่าว
ในขณะที่ นักรบ มูลมานัส ศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานภาพประกอบในนิตยสารชื่อดัง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เผยถึงการทำงานร่วมกับ มารีญา ครั้งแรกว่า รู้สึกมีความท้าทายในการทำงาน เพราะแต่ละคนมีข้อมูลและแนวคิดที่อาจจะไม่เหมือนกัน ปกติผมทำงานอาจจะเป็นประเด็นในอดีต แต่สำหรับงานชิ้นนี้เป็นประเด็นที่อยู่ในโลกร่วมสมัย แล้วก็เป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งตอนแรกไม่ได้มีข้อมูล แล้วก็ไม่ได้มีความตระหนักรู้เรื่องนี้มาก แต่พอได้มาทำงานกับมารีญาและองค์กรพิทักษ์สัตว์โลกแห่งประเทศไทย ทำให้เราตระหนักถึงประเด็นต่างๆ รู้สึกว่ามันก็เป็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคม เราก็มานึกถึงชีวิตประจำวัน นึกถึงเรื่องของการตระหนักรู้ ทบทวนหาความรู้สึก ว่ามันเกิดอย่างนี้ขึ้นแล้วเหรอเนี่ย ไก่อายุครรภ์ของเขาถูกเร่งขนาดนี้เลย หรือว่า 1 วินาทีมีไก่ตายไปกี่ตัวโดยที่ชีวิตเขาเป็นยังไง มันทำให้เราตั้งคำถามกับด้านต่างๆ ได้เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเหล่านี้ หรือว่าเรื่องที่มันเชื่อมโยงเกี่ยวกับ สังคม ผลกระทบด้านสาธารณสุข ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และกับผู้คนด้วย

“ลักษณะงานครั้งนี้เป็นสื่อผสม มีการฉายโปรเจ็คเตอร์ แล้วก็มีอินสตอลเลชั่น จึงอยากชวนให้คนมาดู แล้วรับรู้ข้อมูลต่างๆ มันไม่ได้สื่อออกมาเป็นข้อมูลตรงๆ แต่เชื่อว่างานศิลปะจะเป็นกระบอกเสียงที่ทำให้คนอาจจะได้ฉุกคิดในสิ่งที่อาจไม่เคยคิดมาก่อน การถ่ายทอดของเราอาจจะไม่ได้สื่อสารแบบเอกสาร หรือเป็นข้อมูลให้อ่าน แต่เราก็พยายามทำในสิ่งที่ให้คนเห็นได้เอาไปคิด และมีเรื่องราวต่างๆ ที่สร้างการรับรู้ได้” ศิลปินชื่อดัง กล่าวทิ้งท้าย
แม้งานศิลปะภาคการแสดงจะสิ้นสุดท่ามกลางความประทับใจไปแล้วเมื่อคืนก่อน งาน”เอ้ก-อี-เอ้ก อ๊ากกก เทศกาลศิลปะ เพื่อไก่และคน” ยังได้นำผลงาน The Last Suffer และ ชีวิต A4 รวมถึงนิทรรศการภาพวาดจากเยาวชน จำนวน 20 ภาพในหัวข้อ “เชื้อดื้อยาจากฟาร์มอุตสาหกรรม”เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงอันตรายต่อชีวิตที่เรามองไม่เห็น จัดแสดงต่อไปจนถึงวันที่ 5 มี.ค. ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ

