ทำอย่างไร หากต้อง ‘แก่กำพร้า’ ในบั้นปลายชีวิต?

10.12.16 | 14:45 น.

การที่ทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัย” ทำให้เกิดคำขึ้นมาคำหนึ่งที่รู้กันในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ นั่นก็คือ “elder orphans” หรือ “แก่กำพร้า” ซึ่งหมายถึง คนชราที่ไม่มีลูกหลานหรือญาติที่จะให้ความดูแลช่วยเหลือยามเจ็บป่วยในวัยชราภาพที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

จากรายงานของยูเอสเอ ทูเดย์ กล่าวว่า ปัจจุบันในสหรัฐอเมริกามีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่ตกอยู่ในสภาพ “แก่กำพร้า” อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากปัจจุบันคนเรามีอายุยืนยาวขึ้น ขณะที่คนที่อยู่ครองโสดก็มีเยอะขึ้น

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ผู้สูงอายุเหล่านั้นต้องเตรียมตัวให้ดีก็คือ การสร้างสังคมเล็กๆ ที่พวกเขาสามารถจะพึ่งพาได้ในยามคับขันหรือเจ็บป่วย นั่นก็คือ การมีเพื่อนบ้าน เพื่อนฝูง หรือคนรู้จักที่สามารถจะพึ่งพาได้

ทิโมธี ฟาร์เรลล์ นายแพทย์และรองศาสตราจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยยูทาห์ สหรัฐ ในเมืองซอลต์เลคซิตี้ ซึ่งมีส่วนร่วมในการทำงานร่างนโยบายใหม่เกี่ยวกับผู้สูงอายุเล่าว่า ในการตรวจรักษาคนไข้ คุณหมอเจออยู่เป็นประจำ คนไข้ที่ไม่มีญาติ หรือ “ตัวแทน” หรือใครสักคนที่จะตัดสินใจเรื่องการรักษาพยาบาลให้ได้

ดังนั้น ในคำแนะนำต่อเรื่องนี้ที่มีอยู่ในร่างนโยบายใหม่ที่คุณหมอทิโมธีเสนอก็คือ ผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียว ควรจะมีการหาตัวแทนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด อย่างเช่น เพื่อนสนิท เพื่อนบ้าน หรือคนที่รู้จักผู้ป่วยเป็นอย่างดี

Advertisement

แมรี่ กลีสัน หญิงชราวัย 85 ซึ่งเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้อง แถมยังเป็นหญิงโสด เล่าว่า เธอใช้ชีวิตอยู่ที่เกาะเซนต์โธมัสในหมู่เกาะเวอร์จินมานาน 51 ปี เธอเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยพูดคุยหรือคิดวางแผนเกี่ยวกับความเจ็บป่วยในบั้นปลายชีวิต “คนส่วนใหญ่มักหลีกเลี่ยงที่จะคิดถึงเรื่องไม่ดีต่างๆ และคนส่วนมากก็ไม่ทำพินัยกรรม หรือคิดถึงการดูแลรักษาพยาบาลในระยะยาว หรือทำในสิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องทำ”

อย่างไรก็ตาม ยังโชคดีที่แมรี่มี “เพื่อนสนิท” ที่สามารถพึ่งพากันได้อยู่กลุ่มหนึ่ง เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่มีอายุอ่อนกว่าเธอ 5-15 ปี ซึ่งต่อมาเมื่อเธอล้มป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดเปิดหัวใจเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ก็ได้พิสูจน์ให้เธอเห็นว่าการมีเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเธอก็ได้เพื่อนกลุ่มนี้แหละที่คอยช่วยเหลือ คอยช่วยดูแล

ฟิลลิส แคนท์แมน หญิงเมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐ วัย 71 ปี ไม่เคยแต่งงาน ไม่มีลูก แถมน้องสาวที่มีอายุอ่อนกว่าเธอ 7 ปีก็เสียชีวิตไปเมื่อปี 2557 ทำให้สังคมของฟิลลิสทุกวันนี้มีเพียงเพื่อนร่วมงานกลุ่มเล็กๆ และคนรู้จักอีกแค่ 2-3 คนเท่านั้น

ฟิลลิสเล่าว่า เธอเป็น “โรคนอนไม่หลับ” ซึ่งสร้างความทุกข์ทรมานให้เธอมาหลายสิบปี และทำให้เธอกลายเป็นคนโดดเดี่ยว เพราะ “ฉันต้องตัดขาดกับกลุ่มเพื่อนที่สนิทกัน และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกโดดเดี่ยว ตอนนี้ฉันรู้สึกกลัวเหลือเกินเมื่อนึกถึงวันที่ฉันจำเป็นต้องการความช่วยเหลือ หรือวันที่ฉันอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แล้วฉันไม่มีใครให้พึ่งพา”

ทุกวันนี้ฟิลลิสทำงานพาร์ตไทม์ และอาศัยอยู่ในชุมชนที่รัฐบาลจัดให้สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย โดยฟิลลิสบอกว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งเธอซื้อมาตอนอายุ 62 ปี กลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้เธอยังสามารถติดต่อกับคนอื่นได้

“คอมพิวเตอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับฉันมาก เพราะฉันมีคนน้อยมากในชีวิต แต่การมีคอมพิวเตอร์ทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง”

อย่างน้อยก็ทำให้เธอยังมีสังคม และมีช่องทางที่จะติดต่อขอความช่วยเหลือยามที่เธอต้องการ

แก่2