พ่อแม่ควรให้ ‘ที่ว่าง’ แก่ลูก เพื่อให้เด็กได้ฝึกความมั่นใจ

12.12.16 | 13:54 น.

สําหรับพ่อแม่หลายคน แค่ “คิด” ว่าจะต้องปล่อยให้ลูกไปโรงเรียนเองก็รู้สึกกังวลไปหมด แต่ที่เมืองปอนเตเวดรา ในสเปน พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนหนึ่งในเมืองนี้ตัดสินใจที่จะลองสนับสนุนให้เด็กๆ ได้เดินทางไปโรงเรียนด้วยตัวเอง เพื่อให้เด็กๆ ได้มี “พื้นที่” ของตัวเองดูบ้าง

โรด ทู สคูล (Road to School) หรือ “ถนนสู่โรงเรียน” เป็นโครงการที่เริ่มขึ้นในเมืองปอนเตเวดรา เมื่อปี 2553 จากความร่วมมือของโรงเรียน 7 แห่ง ด้วยความเชื่อว่า เด็กเล็กๆ แม้แต่เด็ก 6 ขวบ ก็อยากไปโรงเรียนเอง โดยไม่ต้องมีพ่อแม่คอยไปรับ ไปส่ง และการปล่อยให้เด็กได้ไปโรงเรียนด้วยตัวเอง ยังเป็นการฝึกให้เด็กมีความมั่นใจในตัวเองด้วย

พาโบล และ คอร์กี ปาซอส สองพี่น้องวัย 8 และ 10 ขวบ ที่ลากกระเป๋าล้อเดินทางไปโรงเรียนกันเอง เป็นส่วนหนึ่งของเด็กๆ ที่พ่อแม่ยอมปล่อยให้เข้าร่วม โครงการโรด ทู สคูล ซึ่งนำไอเดียมาจากผลงานศึกษาของ ฟรานเชสโก โทนุคซี นักจิตวิทยาการศึกษาชาวอิตาเลียน ที่เชื่อในเรื่องการให้อิสระแก่เด็ก

“เวลาเดินไปโรงเรียน เราคุยกันเรื่องสัพเพเหระ เรื่องเกม ไม่ใช่เรื่องอะไรที่สำคัญ แต่เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจหรอก” พาโบล วัย 8 ขวบ บอก ก่อนจะบอกอย่างสุภาพว่า “ไม่จำเป็นที่ผู้ใหญ่ต้องอยู่กับเราตลอดเวลา บางทีเราก็รู้สึกรำคาญนิดหน่อย พวกผู้ใหญ่ชอบพูดตลอดเวลา ชอบถามว่าโรงเรียนเป็นยังไงบ้าง?”

พาโบลเล่าว่า เขาชอบเดินไปเรื่อยๆ ชอบแวะซื้อขนมปังริมทางก่อนกลับบ้าน และ “บางครั้ง เราก็ชอบทำอะไรงี่เง่า อย่างเช่นบางวันเราก็ชอบไปแอบหลังต้นไม้ คอยจ๊ะเอ๋ แกล้งเพื่อนให้ตกใจเล่น”

Advertisement

ไปโรงเรียน 3
ทั้งนี้ จากสถิติของเมืองปอนเตเวดราระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว มีเด็กนักเรียนอายุ 6-12 ปีจากโรงเรียน 7 แห่งราว 25% ลงทะเบียนเข้าร่วมในโครงการโรด ทู สคูล

ซึ่งการลงทะเบียนจะช่วยให้เจ้าหน้าที่โรงเรียนสามารถตรวจสอบ หากเด็กยังไปไม่ถึงโรงเรียนตามเวลาปกติ เจ้าหน้าที่โรงเรียนก็จะโทรศัพท์แจ้งไปยังผู้ปกครอง หรือบางกรณี บนถนนที่มีการจราจรหนาแน่น หรือเป็นถนนที่มีอันตราย ก็จะมีผู้ใหญ่ไปยืนอยู่ตรงทางข้ามเพื่อคอยช่วยเด็กข้ามถนน แต่ส่วนใหญ่เด็กจะเดินไปโรงเรียนด้วยตัวเอง ฟรานเชสในวัย 76 ปี ได้รณรงค์มานาน ให้เด็กได้ฝึกทำอะไรด้วยตัวเอง โดยไม่มีผู้ใหญ่เข้าไปแทรกแซงอะไรมาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาของสภาวิจัยแห่งชาติของอิตาลี

“ตอนเป็นเด็ก ผมชอบเล่นอยู่ตามถนน ซึ่งเป็นที่ให้เราได้เรียนรู้ ได้ค้นหาโลก และตอนนี้เราต้องช่วยกันสร้างชีวิตที่สามัญเช่นนี้กลับมาใหม่” โดยไอเดียของฟรานเชสโกได้จุดประกายให้โรงเรียนในเมืองต่างๆ ของสเปนราว 20 เมืองนำไปลองทำดู รวมทั้งโรงเรียนในอิตาลี ในกลุ่มประเทศละติน อเมริกา ประเทศตุรกี และ เลบานอน

ทั้งนี้ ฟรานเชสโกยังกล่าวว่า ปัจจุบันเกมคอมพิวเตอร์ทำให้เด็กนั่งจ่อมอยู่ในบ้าน ดังนั้น พ่อแม่ควรให้เด็กได้ออกมาสร้างสรรค์เกมของตัวเองนอกบ้านดูบ้าง “รูปแบบอาจดูเหมือนการทอดทิ้ง แต่นี่คือแสดงความรักพวกเขา เป็นการทำให้เด็กรู้ว่า ที่ฉันกล้าปล่อยเธอไปตามลำพังก็เพราะฉันไว้ใจเธอ”

ฟรานเชสโกเชื่อว่า การที่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วยจะไปลดทอนความตื่นเต้น ความประหลาดใจที่เด็กจะได้ค้นพบอะไรด้วยตัวเอง หรือกล้าตัดสินใจ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการใช้ชีวิต

ปิลาร์ ลอเรส ครูใหญ่ของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการโรด ทู สคูล บอกว่า การปล่อยให้เด็กไปโรงเรียนเอง ช่วยส่งเสริมให้เด็กมีความมั่นใจ “พวกเขาต่างช่วยดูแลกัน เมื่อมาถึงโรงเรียนก็ดูสดชื่น กระฉับกระเฉง”
ไปโรงเรียน 2
ขณะที่ฟรานเชส ก็มี “คำตอบ” ให้กับทุกความกังวลที่ผู้ปกครองมี อย่างเช่น เขาบอกว่า “เด็กที่ไม่ค่อยได้ทำอะไรซุกซนในวัยเด็ก มักจะมีความต้องการอยากทำอะไรที่แผลงๆ เมื่อโตขึ้น จะไประเบิดตอนวัยรุ่น ด้วยท่าทีที่อันตรายมากกว่า”

ทั้งยังว่าในอิตาลีมีเด็กอายุ 6-11 ขวบ ราว 7% ที่ไปโรงเรียนเอง ซึ่งฟรานเชสโกตำหนิสื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความหวาดกลัวขึ้นในใจเด็ก โดยเฉพาะ “รายการทีวีที่มักนำเสนออาชญากรรมรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อเด็ก” โดยฟรานเชสโกอ้างผลสำรวจที่เฝ้าติดตามศึกษามาหลายปี พบว่า ยกตัวอย่างเช่นการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก บ่อยครั้งที่เกิดขึ้นจากคนใกล้ตัวเด็กๆ ไม่ได้เกิดจากฝีมือของคนแปลกหน้าตามท้องถนน

ขณะที่อุบัติเหตุบนถนนที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็เกิดขึ้นตอนมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย มิเกล อันโซ เฟอร์นันเดซ ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองปอนเตเวดรา มา 17 ปี เป็นผู้หนึ่งที่ชื่นชอบไอเดียของฟรานเชสโก และเป็นหัวหอกในการรณรงค์ให้ชาวเมืองปอนเตเวดรา ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ช่วยกันลดการใช้รถยนต์ สร้างทางเท้าและทางจักรยานให้มากขึ้น กระทั่งทำให้เมืองปอนเตเวดราได้รับรางวัลด้านที่อยู่อาศัยจากสหประชาชาติเมื่อปี 2558 ซึ่งมอบรางวัลให้แก่บุคคลหรือสถาบันที่ช่วยปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ภายในเมือง

แดเนียล มาเซนลี หัวหน้าตำรวจเมืองปอนเตเวดรา กล่าวว่า นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2554 เมืองปอนเตเวดรา ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้มีคนเสียชีวิตแม้แต่คดีเดียว ซึ่งเขาเชื่อว่า โรด ทู สคูล มีส่วน โดยช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุบริเวณใกล้โรงเรียน ซึ่งบ่อยครั้งเกิดจากการจราจรหนาแน่นจากการที่พ่อแม่ขับรถมาส่งลูกนั่นเอง