หลัง 19 เม.ย. ไทยเจอ 2 เด้ง ‘ราหู-พฤหัสฯ’ รังแกดวงเมือง เลือกตั้ง-ฟอร์มรัฐบาลไม่ราบรื่น 

15.04.23 | 13:07 น.

หลัง 19 เม.ย. ไทยเจอ 2 เด้ง ‘ราหู-พฤหัสฯ’ รังแกดวงเมือง เลือกตั้ง-ฟอร์มรัฐบาลไม่ราบรื่น 

นับเป็นอีก 1 ปราฏการณ์สำคัญทางโหราศาสตร์ไทย โดยในวันที่ 19 เมษายน 2566 ดาวใหญ่ ดาวสำคัญ “ดาวพฤหัสบดี” จะย้ายเข้า “ราศีเมษ” ซึ่งส่งผลกับ “ดวงเมืองไทย” โดยตรง หลังจากวันเกิดดวงเมือง 21 เมษายน 2566 ที่จะมีอายุย่าง 242 ปี

อ.บุศรินทร์ ปัทมาคม หรือ โหรบุศรินทร์ นักโหราศาสตร์และคอลัมนิสต์ชื่อดัง เปิดตำราผูกดวงชะตาดูจังหวะชีวิต ดวงเมือง 2566 หลังดาวพฤหัสฯย้าย ดังนี้

วันพุธที่ 19 เมษายน 2566 จะมี “ดาวพฤหัสฯ” ซึ่งเป็นดาวใหญ่ ดาวศุภเคราะห์ย้ายเข้าราศีเมษ ซึ่งพอเลยวันเกิดดวงเมือง 21 เมษายน โดยนับ “ทักษาจร” แล้ว ดาวพฤหัสฯจะกลายเป็น “กาลกิณีจร” ขึ้นทับลัคนาทางโหราศาสตร์ถือว่าจะเข้ามา “รังแก” ดวงเมืองเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งดวง โดยที่ขณะนี้มี “ดาวราหู” ที่โคจรทับลัคนาดวงเมืองในราศีเมษ “รังแก” อยู่แล้ว

“ตอนนี้ราหูกำลังเป็นตัวสำคัญที่คอยรังแกบ้านเมือง เพราะราหูทับลัคนาดวงเมืองในราศีเมษ แล้วจะจะย้ายออกไปจากราศีเมษ วันที่ 17 ตุลาคม 2566 ซึ่งก็ยังไม่ไปดี เพราะทิ้งดาวพฤหัสฯ ซึ่งเป็นกาลกิณีจรไว้อีก จนถึงวันที่ 21 เมษายน 2567 อีกร่วมๆ ครึ่งปี”

Advertisement

อ.บุศรินทร์ อธิบายความหมายของ “กาลกิณีจร” หมายถึง เหตุร้ายที่จะมาทำกับดวงเมือง เหตุร้ายที่จะมาทำกับบ้านเมือง ทำให้เกิดความไม่สงบ การงานไม่ราบรื่น ถ้าเป็นคนก็งานไม่ราบรื่น ถ้าเป็นดวงเมือง โดยรวมๆ งานของดวงเมืองก็ไม่ราบรื่น จะมีตีกัน ลอบทำร้ายกัน ในพรรคการเมืองก็แบ่งแยกกัน เป็น 2 พวก คือ เมืองไทยถนัดแบ่งพวกอยู่แล้ว สินค้าอาจจะขายไม่ค่อยได้ หรือคนต่างชาติสนใจสินค้าเราน้อยลง ทำให้มีปัญหาด้านการเงิน การงาน และมีผลกระทบกับการเงิน

เพราะฉะนั้น ดวงเมืองจะโดน 2 เด้ง โดนราหูกับโดนพฤหัสฯ ที่เปลี่ยนมาเป็นกาลกิณีจรหลังจากวันที่ 21 เมษายน 2566 ซึ่งเป็นวันเกิดดวงเมือง

“การทำนายดวงเมืองของผมจะใช้ทักษาจรเข้าไปประกบ ซึ่งทักษาจรคือจังหวะชีวิตตามอายุย่างของคน การทำนายอนาคตต้องคำนึงจังหวะชีวิต ต้องนึกถึงอายุย่างด้วย และดวงเมืองจังหวะชีวิตตอนนี้ อายุย่าง 242 ปี ซึ่งจะเป็นอย่างนี้ 1 ปี”

อ.บุศรินทร์ ปัทมาคม

เมื่อเป็นแบบนี้ อ.บุศรินทร์ ทำนายว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ราบรื่น ให้ระวังการโกงเลือกตั้ง จะทำให้เกิดความรู้สึกแตกแยกชัดเจนมากขึ้น ทำให้เกิดความรู้สึกเสียเปรียบ แพ้เพราะเสียเปรียบด้วยเหตุถูกโกง

“มีแนวโน้มว่า คนที่มีอำนาจก็อยากจะอยู่ในอำนาจต่อไป ก็เลยต้องโกง เมื่อโกงแล้วเค้าจับได้ ก็มาเดินขบวนขับไล่ ก็เลยกลายเป็นมีการคิดจะปองร้ายหัวหน้ารัฐบาล จะมีการต่อต้านรัฐบาลเยอะ และรุนแรง บ้านเมืองวุ่นวาย จะมีการบริหารจัดการยากขึ้น จะมีการคิดบัญชีกันในแต่ละฝ่ายเอาเรื่องกันจนถึงตาย แต่ละแก๊ง แต่ละก๊ก มีแบ่งเป็น 2 พวก ในแต่ละพรรค ความสงบจะไม่มี และจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปีนี้ จะคล้ายกับปี 25491-2492”

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 18 กันยายนถึง 16 ตุลาคม 2566 เป็นเวลาที่ดวงเมืองสะดุดหรือซวนเซลงไปอีก เพราะดาวอาทิตย์จร โคจรเข้าไปในเรือนอริ เป็นช่วงเวลาที่พวกไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลจะเคี่ยวบีบรัฐบาลอย่างหนัก ประชาชนจะต่อสู้กับฝ่ายปกครองรุนแรงขึ้น และอีกช่วงหนึ่ง จะเกิดการต่อสู้ที่ทวีความรุนแรงและหนักยิ่งขึ้น เมื่อดาวอาทิตย์จรโคจรเข้าเรือนมรณะในราศีพิจิก ระหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2566
ด้าน “เศรษฐกิจ” ก็จะ “ตกต่ำ”

“การท่องเที่ยวไม่ดี การจี้ปล้นจะเยอะ สินค้าที่เกี่ยวกับการเกษตรก็จะตกต่ำ ไม่ได้ราคา แม้กระทั่งเรื่องที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ก็แทบจะตกไปด้วย ทุกด้านเหมือนจะเสื่อมถอย หดหาย”

เมื่อสภาพบ้านเมืองเป็นแบบนี้ อ.บุศรินทร์ ฝากเตือนประชาชนว่า ให้อยู่ในบ้าน ดูนักการเมืองทะเลาะกัน ดูข่าว ฟังข่าวในทีวี จะมีเรื่องเปลี่ยนแปลง มุมต่างๆ ทุกๆ วันไป อย่าออกนอกบ้าน อย่าใช้เงินเปลือง ใช้เงินคิดก่อนใช้

อย่างไรก็ตาม อาจารย์ก็ขอให้อดทน สถานการณ์บ้านเมืองจะเบาลง อย่างเร็วที่สุด เมื่อดาวราหูย้ายไปอยู่ในราศีมีน วันที่ 17 ตุลาคม 2566

“สถานการณ์บ้านเมืองก็จะเบาลง ในแง่การแตกแยก การทะเลาะ การลอบทำร้าย เศรษฐกิจก็จะค่อยๆ ดีขึ้น ทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น”

กระนั้นก็ยังเบาไปได้ 1 เพราะยังเหลืออีก 1 นั่นคือ  “พฤหัสฯเป็นกาลกิณีจร” ที่จะอยู่ในดวงเมืองถึง 21 เมษายน 2567

“เมื่อดาวพฤหัสเปลี่ยนจากกาลกิณีจรเป็นมนตรีจร ในวันที่ 21 เมษายน 2567 ดวงเมืองอายุ 243 ปี ก็จะพ้นแล้ว บ้านเมืองทุกอย่างจะดีขึ้น เรียกว่า ดีขึ้นทุกด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เราต้องอดทนอีก 1 ปีเต็มๆ จากเมษายน 2566-เมษายน 2567”

“ทุกอย่างจะดีขึ้นอย่างเร็วที่สุด 17 ตุลาคม 2566 หรืออย่างช้าที่สุด 21 เมษายน 2567” อ.บุศรินทร์ทิ้งท้าย