‘ฉลองพระองค์’ ไฮไลต์ 5 ยุคสมัย สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ
เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดแสดงนิทรรศการสำคัญทางประวัติศาสตร์ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงผ่านฉลองพระองค์ ตั้งแต่ยุค 1960 จนถึงยุค 2000
ซึ่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเป็นผู้นำในการเผยแพร่ความงดงามของผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยพระองค์เอง และยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำผลงานจากช่างฝีมือของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ไปจัดแสดงด้วยเสมอนับเป็นการส่งเสริมผ้าทอและงานศิลปหัตถกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก

ภายในนิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” จัดแสดงฉลองพระองค์ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักออกแบบชาวไทยและชาวต่างชาติออกแบบและตัดเย็บฉลองพระองค์จากผ้าไทยในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ พร้อมฉลองพระองค์ไฮไลต์ 12 ฉลองพระองค์ จากแต่ละยุคสมัย รวมถึงสุวรรณพัสตรา


- ยุค 60 : เสด็จเยือนต่างประเทศ
ช่วงเวลาที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยือนทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาชาติและเพื่อให้ชาวต่างชาติรู้จักประเทศไทยมากขึ้น อาทิ ฉลองพระองค์ชุดราตรีผ้าไหมซาติน (พ.ศ.2505) โดยนายปิแอร์ บัลแมง, ฉลองพระองค์ชุดกลางวันผ้าไหมซาติน ปักประดับด้วยลูกปัดและคริสตัล (พ.ศ.2508) โดยนายปิแอร์ บัลแมง พร้อมพระมาลาและฉลองพระบาทเข้าชุด




- ยุค 70 : กำเนิดศิลปาชีพ
ช่วงเวลาที่พระองค์โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อาทิ ฉลองพระองค์ชุดราตรีผ้าไหมลายทางปักประดับด้วยลูกปัด คริสตัล และดิ้นโลหะ (ราว พ.ศ.2513) โดยนายปิแอร์ บัลแมง, ฉลองพระองค์ชุดราตรี ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าลูกไม้ โดยนางเรณูโอสถานุเคราะห์ (พ.ศ.2522)

- ยุค 80 : ทรงนำความเป็นไทยไปสู่สากล
ช่วงเวลาที่เสด็จพระราชดำเนินไปเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ซึ่งนอกจากจะทรงฉลองพระองค์ชุดผ้าไทยจากผ้าทอของสมาชิกศิลปาชีพแล้ว ยังทรงนำผลงานหัตถศิลป์ของสมาชิกศิลปาชีพออกไปเผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์อีกด้วย อาทิ ฉลองพระองค์ชุดราตรีผ้าไหมมัดหมี่ (พ.ศ.2526) โดยนายอีริก มอร์เทนเซน, ฉลองพระองค์แบบผสมผสานไทย ผ้าไหมมัดหมี่ (พ.ศ.2525) โดยนายอีริก มอร์เทนเซน

- ยุค 90 : นักออกแบบไทย
ช่วงเวลาที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดีไซเนอร์ชาวไทยมีส่วนร่วมในการออกแบบและตัดเย็บฉลองพระองค์มากขึ้น ด้วยมีพระราชประสงค์ส่งเสริมให้ดีไซเนอร์ชาวไทยได้มีโอกาสแสดงผลงานในระดับนานาชาติ อาทิ ฉลองพระองค์ชุดราตรีผ้าไหม ปักประดับด้วยลูกปัด เลื่อม และปีกแมลงทับ (พ.ศ.2535) โดยนายธีระพันธ์ วรรณรัตน์

- ยุค 2000: สืบสานวัฒนธรรม สืบสานพระราชไมตรี
สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ห้องเสื้อในยุโรปรับผิดชอบดูแลการออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์ในยุคนี้มากขึ้น แต่ยังโปรดเกล้าฯ ใช้ผ้าทอมือผลงานสมาชิกศิลปาชีพทั้งหมด อีกทั้งยังทรงมีพระราชดำริให้ฟื้นฟูและดำเนินการจัดแสดงโขนตั้งแต่ พ.ศ.2548 เป็นต้นมา และยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ โดยเสด็จฯ มาทอดพระเนตรการดำเนินงานของพิพิธภัณฑ์ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2555 อาทิ ฉลองพระองค์ชุดราตรีผ้าไหมแพรวา และผ้าไหมชีฟอง (พ.ศ.2549) โดยห้องเสื้อวาเลนติโน, ฉลองพระองค์แบบสากลผ้าไหมเครป ผ้าชีฟอง และผ้าลูกไม้ ปักประดับลูกปัด (พ.ศ.2555) โดยนายยุทธพงศ์ มีพรหม, พระพัชนีผ้าไหมมัดหมี่ปักปีกแมลงทับและดิ้นทอง


- สุวรรณพัสตรา
ฉลองพระองค์ในงานพระราชพิธีและฉลองพระองค์ชุดไทยส่วนใหญ่ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงมักเป็นสีทองตามความนิยมที่มีมาแต่โบราณ อาทิ ฉลองพระองค์ชุดไทยแบบผสมผสาน ผ้าไหมยกทอง (พ.ศ.2503) โดยนายปิแอร์ บัลแมง, ฉลองพระองค์ชุดไทยสไบสองชาย ผ้ายกทองและผ้ากรองทอง (พ.ศ.2503) ห้องเสื้อบัลแมง โดยนายอีริกมอร์เทนเซน




5 ความลับ เบื้องหลังความงดงาม ของผืนผ้าอันทรงคุณค่า
พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ไขความลับเบื้องหลังความงดงามของนิทรรศการ “สิริราช พัสตราบรมราชินีนาถ” ที่จัดแสดงฉลองพระองค์ พระมาลา ฉลองพระบาท พระพัชนี และพระกลดของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะที่ทรงเผยแพร่ความงามของผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยพระองค์เอง โดย “วิทวัส เกตุใหม่” ภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑ์ บอกเล่าที่มาของแรงบันดาลใจ การคัดเลือกวัตถุ กระบวนการเก็บรักษาวัตถุ และการจัดแสดงนิทรรศการ เพื่อสะท้อนเรื่องราวอันทรงคุณค่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

1.แรงบันดาลใจในการคัดเลือกผลงานมาจัดแสดงนิทรรศการ
แรงบันดาลใจในการคัดเลือกผลงานมาจากภัณฑารักษ์ลงพื้นที่เก็บข้อมูล ได้สัมผัสกับสถานที่และผู้คนที่มีเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับวัตถุนั้นๆ เป็นต้น ซึ่งนำไปสู่แนวคิดในการจัดนิทรรศการ โดยทุกครั้งจะมีความแตกต่างกันไปตามเรื่องราวที่ต้องการนำเสนอ หรือวัตถุที่นำมาจัดแสดง โดยแนวคิดของแต่ละนิทรรศการจะต้องเหมาะสมกับสถานที่ เนื้อหาที่จัดแสดง สอดคล้องกับวัตถุที่นำมาจัดแสดง และช่วยส่งเสริมให้วัตถุมีความโดดเด่นมากขึ้น

2.เคล็ดลับในการคัดเลือกวัตถุต่างๆ ที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการ
ภัณฑารักษ์จะเป็นผู้คัดเลือกผ้า หรือวัตถุให้มีความเกี่ยวข้องและสอดคล้องกับเนื้อหาของนิทรรศการที่จัดแสดง จากนั้นจะทำรายการวัตถุเพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่อนุรักษ์และทะเบียนเป็นผู้จัดเตรียมวัตถุ โดยวัตถุที่คัดเลือกต้องมีสภาพที่เหมาะสม สามารถนำไปจัดแสดงได้ ซึ่งทางภัณฑารักษ์และเจ้าหน้าที่อนุรักษ์จะหารือถึงวิธีการจัดแสดงที่เหมาะสมกับวัตถุนั้นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้วัตถุเสื่อมสภาพ หรือเกิดความเสียหายในระหว่างการจัดแสดง

3.กรรมวิธีในการจัดเก็บรักษาผืนผ้าต่างๆ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
งานอนุรักษ์ของพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากลของงานอนุรักษ์ โดยดำเนินการดูแลและป้องกันวัตถุเพื่อชะลอการเสื่อมสภาพ เริ่มตั้งแต่การตรวจสอบสภาพของวัตถุทุกชิ้น การจดบันทึกข้อมูลอย่างละเอียด การฆ่าเชื้อวัตถุแรกรับด้วยการแช่แข็งภายใต้อุณหภูมิลบ 20 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 10-20 วันเพื่อกำจัดเชื้อราและแมลงที่ติดมากับตัววัตถุ ก่อนจัดเก็บที่ห้องคลัง หรือนำไปจัดแสดง
การจัดเก็บจะมีหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น กรณีที่เป็นผ้าผืน หรือผ้าปักประดับต้องจัดเก็บในกล่อง หรือแกนกระดาษไร้กรด กรณีที่เป็นชุดเสื้อผ้าจะใช้ถุงคลุมที่ทำจากผ้าในการเก็บชุดแต่ละชุดแยกจากกัน และนำผ้า หรือเครื่องแต่งกายที่ได้รับการจัดเก็บอย่างมิดชิดสมบูรณ์แล้วไปเก็บรักษาไว้ภายในตู้จัดเก็บวัตถุในห้องที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอยู่ตลอดเวลา

4.ขั้นตอนในการคัดเลือกและการจัดแสดงผลงานของภัณฑารักษ์
เริ่มตั้งแต่ภัณฑารักษ์จะทำการคัดเลือกวัตถุที่มีความสอดคล้องกับนิทรรศการ ก่อนจะทำรายการวัตถุแจ้งไปยังแผนกอนุรักษ์และทะเบียน หลังจากนั้นภัณฑารักษ์และเจ้าหน้าที่อนุรักษ์จะทำการประเมินสภาพวัตถุที่คัดเลือกในเบื้องต้นเพื่อตรวจสอบสภาพวัตถุต่อไป หากวัตถุนั้นมีความชำรุดเสียหายก็ต้องหาวิธีในการซ่อมแซมที่เหมาะสม เพื่อให้มีสภาพที่แข็งแรงและคงทนมากขึ้น
ในกรณีที่วัตถุมีความพร้อมที่จะนำไปจัดแสดงได้ก็ต้องหารือถึงวิธีการจัดแสดงที่เหมาะสมกับสภาพวัตถุ เพื่อป้องกันไม่ให้เสื่อมสภาพไปมากกว่าเดิม โดยวัตถุที่ได้รับการคัดเลือกต้องจัดแสดงภายในตู้ที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม ตลอดจนการเลือกวัสดุอุปกรณ์ที่ไร้กรด และไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาเคมี ทั้งในส่วนการจัดเก็บและการจัดแสดง เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมตามมาตรฐานงานอนุรักษ์

5.การจัดทำระบบฐานข้อมูลของชิ้นงานที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการ
พิพิธภัณฑ์ผ้าฯมีระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการจัดเก็บรูปภาพ ข้อมูล รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ของวัตถุทุกชิ้นที่พิพิธภัณฑ์ผ้าฯได้คัดเลือกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการ รวมไปถึงวัตถุที่ได้รับมอบให้เข้ามาจัดเก็บในพิพิธภัณฑ์ผ้าฯโดยระบบฐานข้อมูล
ดังกล่าวเป็นระบบที่มีมาตรฐานสากลและนิยมใช้ในพิพิธภัณฑ์หลายแห่งทั่วโลก ทั้งยังสะดวกต่อการใช้งานของเจ้าหน้าที่ผู้บันทึกข้อมูล และผู้สืบค้นข้อมูลอีกด้วย
นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ผ้าฯยังวางแผนที่จะจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับผืนผ้าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และมีความน่าสนใจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น นิทรรศการผ้าในราชสำนัก เช่น ผ้าลายอย่าง ผ้ายก เป็นต้น นิทรรศการผ้าชาติพันธุ์ เช่น ผ้ามัดหมี่ ผ้าชาวไทยภูเขา เป็นต้น

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ “สิริราชพัสตราบรมราชินีนาถ” เรียนรู้พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านฉลองพระองค์ในช่วงเวลาต่างๆ และสนุกกับการเรียนรู้เรื่องผ้าจากท้องถิ่นต่างๆ อันมีชื่อเสียงในประเทศไทยที่มูลนิธิส่งเสริมศิลปชีพฯ ได้รวบรวมไว้ ภายในห้องกิจกรรม “ปัก : ถัก : ทอ” (Woven Dialects) เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา 15.30 น.บัตรเข้าชมผู้ใหญ่ ราคา 150 บาท ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ราคา 80 บาท นักเรียนหรือนักศึกษา (โปรดแสดงบัตรประจำตัว) และเด็กอายุ 12-18 ปี ราคา 50 บาท เด็กอายุต่ำว่า 12 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

