ดีเบต 8 พรรค หยุดความรุนแรงเด็ก-ผู้หญิง-ครอบครัว ปัญหาโลกลืมที่ต้องแก้จริงจัง

3.05.23 | 17:33 น.

ดีเบต 8 พรรค หยุดความรุนแรงเด็ก-ผู้หญิง-ครอบครัว ปัญหาโลกลืมที่ต้องแก้จริงจัง

เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ กับการเมืองไทย ที่จะชี้ชะตากันในวันที่ 14 พฤษภาคม เข้าคูหาเลือกตั้ง กาบัตรสองใบ เลือกคนที่รัก พรรคที่ชอบ

ซึ่งตอนนี้ ก็อยู่ในช่วงที่ทุกพรรคหาเสียงพบปะประชาชน มีเวทีดีเบตประชันวิสัยทัศน์ให้ประชาชนได้ฟังมากมาย ซึ่งนโยบายของทุกพรรคก็จะมีหลากหลาย โดยเฉพาะเศรษฐกิจ ปากท้อง ที่ทุกพรรคนำมาชูเป็นประเด็นสำคัญ

กระนั้นก็มี หนึ่งประเด็นเหมือนจะเป็น “ปัญหาโลกลืม” ได้รับการพูดถึงน้อยจากพรรคต่างๆ

ทั้งที่ก็เป็น “ปัญหาใหญ่” ของสังคมไทย

Advertisement

นั่นคือ ประเด็น ความรุนแรงเด็ก-ผู้หญิง-ครอบครัว ปัญหาไม่เล็กที่กัดกินสังคมมาช้านาน และยังไม่มีพรรคการเมืองไหนในความสนใจอย่างจริงจังและเป็นระบบ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิติศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ และคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล, มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว, สมาคมเพศวิถีศึกษา, มูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษร, สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ จัดเวทีดีเบต เลือกตั้ง 66 ประชันวิสัยทัศน์ 6 ประเด็นคำถาม ‘นโยบายพรรคการเมืองกับความหวังในการแก้ปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก ผู้หญิง และครอบครัว’

โดยมี ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. เป็นประธานเปิดกิจกรรม มี 8 พรรคการเมืองเข้าร่วม ได้แก่ ณัฐวุฒิ บัวประทุม พรรคก้าวไกล ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ พรรคไทยสร้างไทย รัชดา ธนาดิเรก พรรคประชาธิปัตย์ นฤมล รัตนาภิบาล พรรคพลังประชารัฐ ชานันท์ ยอดหงษ์ พรรคเพื่อไทย อนุสรี ทับสุวรรณ พรรคภูมิใจไทย ว่าที่ร.ต.อ.อัยรดา บำรุงรักษ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ และกรกนก คำตา พรรคสามัญชน

  • ดีเบตช่วยชี้ชะตาอนาคตแก้ปัญหาความรุนแรง

ภรณี กล่าวว่า ความรุนแรงบนฐานเพศเป็นปัญหาที่ สสส. ต้องการจัดการให้หมดไป หลังพบข้อมูลสำคัญจากแผนงานสุขภาวะผู้หญิง ชี้ให้เห็นช่องโหว่กฎหมายและการคุ้มครองสิทธิผู้ที่ได้รับความรุนแรง เช่น ขาดผู้ปฏิบัติงานวิชาชีพที่มีความรู้ ทัศนคติ ความเชี่ยวชาญ, ขาดการช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูระยะยาว, ขาดสหวิชาชีพประสานงานข้ามหน่วยงานเป็นระบบ และขาดสถานการณ์ความรุนแรงที่เป็นข้อมูลปัจจุบัน ขณะที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เผยว่าความรุนแรงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เฉลี่ยปีละ 1,564 คน/ปี หรือ 130 คน/เดือน มีปัจจัยจากยาเสพติด สุรา พนัน หย่าร้าง หึงหวง และความเครียดจากพิษเศรษฐกิจ ทำให้ สสส. ทำงานเชิงรุกเพื่อต่อสู้กับปัญหาความรุนแรงในสังคมไทยอย่างเข้มข้น

“เวทีดีเบตเลือกตั้ง 66 ครั้งนี้ จะช่วยชี้ชะตาอนาคต ในการแก้ปัญหาความรุนแรง ข้อสรุปต่างๆ จะเป็นเข็มทิศช่วยให้ สสส. สำรวจและขยายสถานการณ์ความรุนแรงทุกมิติร่วมกับภาคีเครือข่ายได้มากขึ้น เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายได้ตรงประเด็น และอุดรอยรั่ว ช่องโหว่ของกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้ที่ได้รับความรุนแรงได้ตรงจุดและทำได้จริง ซึ่งแนวคิดจากพรรคการเมือง จะถูกนำมาเป็นฐานข้อมูลประกอบ สู่การพัฒนาสุขภาวะป้องกันความรุนแรงได้ต่อไปในอนาคต” นางภรณี กล่าว

  • 6 ข้อเสนอพรรคการเมืองเร่งแก้

ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท เลขาธิการสมาคมเพศวิถีศึกษา กล่าวว่า ในการหาเสียงครั้งนี้ไม่ค่อยได้ยินพรรคการเมืองพูดถึงแนวทางแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศ และความรุนแรงในครอบครัวอย่างจริงจังและเป็นระบบ ทั้งที่เป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย ดังนั้นเครือข่ายจึงจัดเวทีรับฟัง และมีข้อเสนอต่อพรรคการเมือง ดังนี้

1.เร่งแก้ไขกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำรุนแรงของประเทศไทย ให้เป็นไปตามหลักสากลว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

2.ประกาศให้การขจัดปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว เป็นนโยบายเร่งด่วนระดับประเทศ และปรับปรุงแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความรุนแรงฯ ให้มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ปฏิบัติได้จริง

3.จัดตั้งกลไกหลักระดับประเทศ เพื่อพัฒนาและบริหารจัดการระบบงานแก้ไขปัญหาความรุนแรง ปฏิบัติงานแบบสหวิชาชีพ พัฒนาระบบฟื้นฟูเยียวยาผู้ถูกกระทำในระยะยาว และแก้ไขพฤติกรรมผู้กระทำรุนแรง ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

4. ปรับปรุงการบริหารกำลังคน เพิ่มผู้ปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาความรุนแรงให้เพียงพอ ครอบคลุมทุกวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสริมทัศนคติ ความรู้ และทักษะที่จำเป็น

5.จัดสรรงบประมาณแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอ และสนับสนุนทรัพยากรแก่องค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความรุนแรง 6.มีมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาความรุนแรงในระยะยาว ควบคู่กับการแก้ไขปัญหา

  • 3 คณะของจุฬาฯ 3 ความคาดหวัง

ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวนิชย์ คณบดีนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงในสังคมไทยทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งในครอบครัว โรงเรียน ระหว่างสามี ภรรยา คู่รัก และเกิดขึ้นในคนที่อายุน้อยลง แต่ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้พรรคการเมืองต่างๆ มีการพูดถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนน้อย ทั้งๆ ที่เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของทุกคนที่ควรได้รับตั้งแต่แรกเกิด ดังนั้น 3 คณะของจุฬาฯ จึงร่วมกับภาคประชาสังคมจัดเวทีวันนี้ขึ้น โดยมีความคาดหวัง 3 ประการคือ

1. หวังว่าผู้แทนพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาลในอนาคต จะตระหนักถึงปัญหาความรุนแรง ที่ทับซ้อนในปัญหาความรุนแรง ขณะที่กลไกภาครัฐ ภาคประชาสังคม และอื่นๆ ที่ยังขาดการเชื่อมต่อ จึงขอให้พรรคการเมืองและสังคมเห็นปัญหา ตระหนักคิดร่วมกัน ตรงนี้จะนำมาสู่ข้อ

2. การปรับปรุงกลไกต่างๆ เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัย

3 อยากเห็นนโยบายทิศทางของพรรคการเมืองว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร

  • รับหลักการแก้ความรุนแรง

สำหรับผู้แทนพรรคการเมืองที่ได้รับฟัง และร่วมกันแสดงความเห็น ทั้งหมดรับดำเนินการต่างๆ สอดคล้องกับสิ่งที่เครือข่ายเสนอ แต่ในเรื่องของรายละเอียดอาจจะมีความแตกต่างกันบ้าง โดยระบุว่าสิ่งที่จะทำใน 100 วันแรกหากเป็นรัฐบาล

“พรรคก้าวไกล” ระบุว่าจะมีการอบรมทัศนคติและการสื่อสารของผู้เกี่ยวข้อง จะตั้งกรรมมาธิการเสมอภาคทางเพศ แก้ไขกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้ผู้ปกครองต้องไม่ลงโทษเด็กด้วยความรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจ แก้ไขนิยาม การลงโทษ การคุกคามทางเพศ ตลอดจนสร้างกลไกรองรับที่เป็นมิตร

“พรรคสามัญชน” จะซักซ้อมความเข้าใจ ขั้นตอนการปฏิบัติของผู้ดูแลป้องกันความรุนแรง โดยคำนึงถึงผู้ถูกกระทำในทุกมิติ ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และการเยียวยา พรรคไทยสร้างไทย จะมีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็ก 878 อำเภอ

“พรรครวมไทยสร้างชาติ” จะส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนให้ดูแลกันได้ และแก้ไขกฎหมายให้มีและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

“พรรคประชาธิปัตย์” จะผลักดันให้การแก้ปัญหาความรุนแรงเป็นวาระแห่งชาติ ตลอดจนบูรณาการทุกภาคส่วน ปรับทัศนคติชายเป็นใหญ่ จัดประเมินหลักสูตรเรียนสอน บรรจุตำรวจหญิงเพิ่มขึ้น ขับเคลื่อนมาตรการป้องกัน มีศูนย์ป้องกันความรุนแรงระดับตำบล จัดสรรงบฯ สนับสนุนศูนย์พึ่งพิง เพื่อฟื้นฟูผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงให้ลุกขึ้นยืนได้

“พรรคภูมิใจไทย” ก็จะผลักดันเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ คนที่จะมาเป็นนายกฯ ต้องแถลงต่อสภาอย่างจริงจัง และถ้าเลือกได้ก็อยากดูแลหน่วยงานที่ดูแลปัญหานี้ อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

“พรรคพลังประชารัฐ” ระบุว่าต้องหาเจ้าภาพป้องกันการใช้ความรุนแรงต่อเด็กและครอบครัว ตั้งสำนักงานสุขภาพจิตและป้องกันความรุนแรง บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพรรคเพื่อไทย จะรื้อฟื้นศูนย์ช่วยเหลือสังคม รับเรื่องราว พัฒนาระบบออนไลน์ สายด่วน 1300 เชื่อมประสานทุกกลุ่มเร่งด่วน พัฒนาระบบบ้านพักฉุกเฉิน และพัฒนากองทุนพัฒนาบทบาทสตรี

อีกหนึ่งปัญหาที่อยากให้พรรคการเมืองทุกพรรคให้ความสำคัญ