หมอชวนสำรวจร่างกาย ‘ไฝ’ บอกเสน่ห์ หรือสัญญาณเตือน มะเร็งผิวหนัง
ไฝขึ้นตามเนื้อตัวร่างกาย ไม่เพียงสร้างความรำคาญใจ หรือบางคนอาจมองว่าเป็นไฝเสน่ห์ ในทางการแพทย์ไฝอาจเป็นสัญญาณเตือนการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังอีกด้วย
ในสาระน่ารู้เรื่อง “ไฝเสน่ห์หรือมะเร็งผิวหนัง” โดย พญ.พัชรหทัย ไกรศักดิ์ สาขาตจวิทยา โรงพยาบาลสมิติเวช ดังนี้
ไฝ (Mole, Nevus) เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีของร่างกาย มีการรวมตัวในบริเวณเดียวกันจนเห็นเป็นสีเข้ม อาจเป็นสีน้ำตาลหรือดำ และอาจมีลักษณะเรียบหรือนูน การเกิดของไฝมีทั้งที่เป็นมาตั้งแต่แรกเกิด หรือเกิดในภายหลัง โดยอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งมีสีเข้มขึ้นหรืออ่อนลง เม็ดใหญ่ขึ้นหรือจางหายไปก็ได้
ส่วนไฝกับการเกิดมะเร็งผิวหนัง ให้สังเกตว่าหากมีไฝ 100 ตำแหน่งขึ้นไป ก็มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่าคนทั่วไปถึง 7 เท่า
โดยลักษณะของไฝที่อาจกลายเป็นมะเร็ง สามารถสังเกตได้ ดังนี้ ไฝโดยทั่วไปมักมีขนาดกลม ไฝที่มีรูปร่างไม่สมมาตรมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นมะเร็ง, ขอบเขตของไฝที่มีโอกาสกลายเป็นมะเร็ง มักมีขอบเขตไม่สม่ำเสมอหรือไม่ชัดเจน,
สีโดยทั่วไปไฝหนึ่งเม็ดควรจะเป็นสีเดียวกัน หากสีของไฝไม่สม่ำเสมอหรือมีหลายสีในเม็ดเดียวควรระวัง, ขนาดหากไฝมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 6 มิลลิเมตร อาจเป็นมะเร็งผิวหนังได้ และหากไฝมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน หรือเร็วเกินไป เช่น สี ขนาด รูปร่าง โตเร็วผิดปกติ ตกสะเก็ด หรือมีเลือดออก ควรระวังและปรึกษาแพทย์
ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง ไม่ได้มีเพียงผู้มีไฝจำนวนมาก หรือไฝขนาดใหญ่แต่กำเนิด ไฝมีการเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติเท่านั้น ผู้ที่มีผิวสีอ่อนหรือมีความไวต่อแสงแดดมาก หรือผู้มีประวัติมะเร็งผิวหนังในครอบครัว ผู้สัมผัสแสงแดดอย่างมากเป็นประจำ ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน
สำหรับวิธีกำจัดไฝมี 2 วิธี คือ การทำเลเซอร์และการตัดออก ขึ้นอยู่กับระดับความลึกของไฝ และดุลยพินิจของแพทย์ผู้ตรวจ การกำจัดไฝทุกวิธีมีโอกาสทำให้เกิดแผลเป็น แต่การกำจัดไฝโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดแผลเป็นถาวร หรือแผลเป็นนูน (keloid) ได้

การวินิจฉัยมะเร็งผิวหนัง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการใช้ dermoscope เพื่อใช้ในการตรวจคัดกรองมะเร็งผิวหนังระยะเริ่มแรกรวมถึงการทำ mole mapping ซึ่งเป็นการถ่ายรูปตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยเครื่อง FOTOfinder เพื่อตรวจติดตามลักษณะของไฝอย่างใกล้ชิดและจะมีการทำซ้ำทุกปีจึงสามารถตรวจหาการเกิดไฝเม็ดใหม่ ๆ ได้
และการรักษามะเร็งผิวหนังที่ดีที่สุดคือ การผ่าตัดเอาบริเวณที่เป็นมะเร็งผิวหนังออกให้หมด อาจใช้วิธีการขูดออกร่วมกับการจี้ด้วยไฟฟ้าหรือไนโตรเจนเหลว แต่หากรอยโรคมีขนาดใหญ่ต้องใช้วิธีเคมีบำบัดหรือการฉายแสงร่วมด้วย
สุดท้ายนี้ สามารถป้องกันมะเร็งผิวหนัง ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด โดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00 – 15.00 น. หากจำเป็นต้องออกแดดควรใส่เสื้อผ้าป้องกัน หรือใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 15 ขึ้นไปเป็นประจำ หากมีไฝ ขี้แมลงวัน หูด หรือปาน ควรสังเกตและปรึกษาแพทย์ และหากมีแผลเรื้อรังหรือแผลที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์
หมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงและปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้อย่างมาก

