ส่องเทรนด์ Pet Parents เลี้ยงสัตว์เหมือนลูก เจ้าของทุ่มไม่อั้น!
ในยุคที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลน้องแมวน้องหมาเหมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น หรือเรียกว่า “เทรนด์ Pet Humanization” ที่หมายถึง “พฤติกรรมการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงเสมือนลูก” หรือเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว หรือที่เรียกว่า “Pet Parents” พร้อมทุ่มเท ทั้งเงิน และการเลี้ยงดู กับเรื่องนี้ “หมอเสม” สพ.ญ. ศรณภัทร์ ปิยวรศักดิ์ สัตวแพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนังและอายุรกรรม โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน เผยให้ฟังว่า
“ปัจจุบันมีเทรนด์การเลี้ยงสัตว์ เสมือนว่าเป็นลูกหรือส่วนหนึ่งของครอบครัว เรียกว่าเป็นการเลี้ยงแบบ pet humanization หรือ pet parents ต่างจากสมัยก่อนที่เลี้ยงไว้เพื่อใช้งาน เป็นแค่สัตว์เลี้ยงเท่านั้น ซึ่งการเลี้ยงสัตว์แบบนี้เป็นที่นิยมมากขึ้น เกิดจากปัจจัยที่ขนาดครอบครัวเล็กลง คนครองตัวเป็นโสดมากขึ้น สัตว์เลี้ยงจึงเข้ามาเป็นสิ่งเติมเต็มชีวิตให้มีสีสันมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงโควิค ผู้คนอยู่บ้านกันมากขึ้น การเลี้ยงสัตว์จึงเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยคลายความเหงาและความเครียดได้ดี”

หมอเสม ยกตัวอย่างการดูแลของเจ้าของว่า มีทั้งคัดสรรหาอาหารเกรดดีๆ สารอาหารครบถ้วน บางท่านไม่คำนึงถึงราคา ขอให้มีประโยชน์และคุณค่าทางอาหารที่ดีก็ยอมจ่ายเงินซื้อมา มีขนมยามว่างให้ หรือแม้กระทั่ง เค้กวันเกิด มีการเลือกซื้อเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายตาม event ต่างๆ มีเครื่องประดับเสริม , ดูแลความสวยงาม และความสะอาด เช่น พาไปร้านตัดแต่งขน ซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นให้ใส่ตอนเวลาออกไปนอกบ้าน,ที่อยู่อาศัยมีแยกส่วนเฉพาะ มีกรง บ้านติดแอร์ หรือที่ขับถ่ายสำหรับสัตว์ หรือบางบ้านอาจจะมีพี่เลี้ยงคอยดูแลสัตว์เลี้ยงเลยทีเดียว ด้านสุขภาพก็มีการดูแลตรวจสุขภาพประจำปีกับโรงพยาบาลที่เครื่องมือครบครัน เวลาเจ็บป่วยก็รักษาเต็มที่ หรือแม้กระทั่งมีประกันสุขภาพเหมือนคน และยามว่างก็พาไปทำกิจกรรม เช่น พาไปเที่ยว โรงแรม คาเฟ่ ทะเล หรือออกอีเว้นท์ไปเจอเพื่อนๆ สัตว์เลี้ยงตัวอื่น
สำหรับสัตว์ที่คนนิยมเลี้ยงมากที่สุด อันดับ 1 คือ สุนัขและแมว รองลงมาจะเป็นกลุ่มสัตว์พิเศษ (exotic pet) เช่น สัตว์เลื้อยคลาน เช่น อีกัวน่า กิ้งก่า งู , กลุ่มสัตว์ปีก เช่น นกคอกคาเทล นกแก้วมาคอร์ ,กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น กระต่าย เฟอเรท แฮมสเตอร์ แพรีด็ หรือชูการ์ไกลเดอร์ เป็นต้น
ทั้งนี้ หมอเสม วิเคราะห์เทรนด์ดังกล่าวว่า เทรนด์การเลี้ยงสัตว์นี้มีมานานแล้ว โดยส่วนตัวแล้วหมอประทับใจในการดูแลทุ่มเทของเจ้าของ ซึ่งหมอเข้าใจเลย เพราะสัตว์เลี้ยงเค้ารักเจ้าของแบบไม่มีเงื่อนไข โลกทั้งใบของเค้ามีแต่เจ้าของ ดังนั้น เจ้าของจึงต้องดูแลสัตว์เลี้ยงให้ดีที่สุด เปรียบเสมือนคนในครอบครัว และคนที่เรารัก จึงก่อให้เกิดธุรกิจเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลสัตว์ที่มีอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้เพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลสัตว์ขนาดเล็ก หรือใหญ่ grooming ธุรกิจรับอาบน้ำตัดขนสัตว์เลี้ยง คาเฟ่สำหรับสัตว์เลี้ยง คาเฟ่ pet friendly ที่เป็นคาเฟ่ของคนแต่สามารถนำสัตวืเลี้ยงเข้าไปใช้บริการได้ด้วย หรือโรงแรมที่สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าพักได้ เพื่อมารองรับความต้องการของเจ้าของ และเป็นที่สังเกตว่าธุรกิจเดี๋ยวนี้ใช้ภาพลักษณ์ของสัตวเลี้ยงเข้ามาเป็นเครื่องมือทางธุรกิจ เช่น เป็นพรีเซ็นเตอร์ หรือเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดียว ทำให้คนสนใจได้ง่าย มักจะคลิกเข้าไปดู หรือแม้กระทั่งมีคาเฟ่ หรืออีเว้นท์ที่มีสัตว์เลี้ยงเป็นตัวดำเนินการหลัก
“ประโยชน์ของการเลี้ยงสัตว์จึงมีมากมายช่วยผ่อนคลายความเหงา ความเครียด สร้างเสียงหัวเราะ และอาจจะเป็นตัวช่วยได้ด้านธุรกิจ” หมอเสม ทิ้งท้าย

