เกษตรผสมผสานสร้างการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างโรงเรียนดีที่ชายแดน

21.12.16 | 15:44 น.

สวัสดีค่ะ วันนี้รันตียินดีนำเสนอพ่อพิมพ์ แม่พิมพ์ ของชาติ ที่ยังอุทิศตัวเพื่อเด็กๆ และคนชายขอบ ตามไปพบเรื่องราวดีๆ ที่นำความสุขมาให้กันเถอะค่ะ

โรงเรียนบ้านบ้องตี้ มีทั้งไทยเก่า-ไทยใหม่

พาท่านมาที่โรงเรียนบ้านบ้องตี้ ตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ที่โรงเรียนนี้เปิดสอนชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านบ้องตี้ เปิดทำการเรียนการสอนมา 70 กว่าปี ปัจจุบัน มีนักเรียน 800 กว่าคน มี อาจารย์อรัญ ร่วมสุข เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน อาจารย์อรัญให้ข้อมูลว่า โรงเรียนบ้านบ้องตี้มีนักเรียนทั้งที่เป็นคนไทย คนไทยใหม่ (คนไทยเพิ่งได้รับสัญชาติไทย) คนกะเหรี่ยง ซึ่งมีมากที่สุด คนพม่า มอญ นักเรียนทุกคนได้เรียนฟรีตามนโยบายรัฐ เด็กเล็กที่ยังพูดภาษาไทยกลางไม่ได้ก็จะมีครูที่รู้ภาษามาดูแล เมื่อโตขึ้นก็จะพัฒนาภาษาได้ดีขึ้น

กะเหรี่ยงที่อำเภอไทรโยคเป็นกะเหรี่ยงที่มีบรรพบุรุษตั้งถิ่นฐานในพื้นที่มานานแล้วเกินกว่า 100 ปีขึ้นไป เพราะมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ซึ่งได้บันทึกไว้เมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเสด็จประพาสไทรโยค (ชาลี เอี่ยมกระสินธ์, 2538) นอกจากนั้นนักวิชาการหลายคน เช่น G.H. Luce (1959) ได้ระบุว่ามีกะเหรี่ยงอยู่ในพื้นที่ภาคกลางทางด้านตะวันตกเป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว

4

Advertisement

อาจกล่าวได้ว่าในอดีตโดยเฉพาะในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ กะเหรี่ยงภาคกลางทางด้านตะวันตกได้แสดงความจงรักภักดีต่อรัฐไทยและทำหน้าที่เหมือนคนไทยโดยทั่วไป ในขณะเดียวกันก็เป็นเสมือนกองกำลังที่ดูแลชายแดนให้มีความมั่นคง ปลอดภัย ในปีพ.ศ. 2369 ได้มีหลักฐานว่ากะเหรี่ยงได้ทำบทบาทหน้าที่ในการดูแลชายแดนโดยการส่งข่าวให้กับเจ้าเมืองหรือแม่ทัพไทย รวมทั้งทำหน้าที่ส่งส่วยให้รัฐเหมือนไพร่ไทยทั่วๆ ไปด้วย

สร้างสวนเกษตร ผลผลิตเลี้ยงนักเรียน

อาจารย์อรัญ กล่าวต่อว่า นักเรียนของโรงเรียนเราส่วนใหญ่เป็นคนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ซึ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างยากจน ขาดแคลน เสื้อผ้านักเรียนเก่าขาด อาหารกลางวันของนักเรียนก็ขาดแคลนและไม่ถูกสุขลักษณะ เด็กกินอาหารที่ไม่มีคุณค่าต่อร่างกายเด็กวัยเรียน ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมเห็นอยู่ทุกวัน ในฐานะครูผมก็ทนไม่ได้ที่เห็นลูกศิษย์ของเราเป็นอย่างนั้นแม้ว่าเขาจะมีสัญชาติใดก็ตามแต่เขาก็เป็นลูกศิษย์ของเรา จึงหาทางช่วยเหลือเด็กนักเรียนเหล่านั้น แต่เมื่อมองไปที่งบประมาณของโรงเรียน แม้ว่าเราจะได้รับงบประมาณจากภาครัฐและหน่วยงานท้องถิ่นแต่ก็ไม่พอกับการเลี้ยงตัวเองและเด็กนักเรียนที่ขาดแคลน

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบ้องตี้ บอกด้วยว่า จึงปรึกษาร่วมกับครู อาจารย์ ทุกคนของโรงเรียนว่า ควรสร้างสวนเกษตรในพื้นที่ของโรงเรียนแล้วใช้ผลผลิตเหล่านั้นมาให้นักเรียนของเราได้กินได้ใช้ สวนเกษตรของโรงเรียนบ้านบ้องตี้จึงเกิดขึ้น ช่วงแรกๆ พื้นที่หน้าโรงเรียนเราใช้ทำแปลงผัก มีบ่อปลา เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู อยู่ข้างหลังโรงเรียน แต่ตอนนี้เราปรับให้สวนเกษตรของเราเป็นระบบมากขึ้น มีแปลงไม้ผล โรงเห็ด เลี้ยงไก่ ปลา กบ ปลาดุก ไส้เดือน มีโรงเรือนไฮโดรโปรนิกส์อีกด้วย

ครูทุกคนมีส่วนร่วมสร้าง

อาจารย์อรัญ เล่าต่อว่า ทุกกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรของโรงเรียนบ้านบ้องตี้จะมีครูรับผิดชอบกิจกรรมต่างๆ กิจกรรมละ 2-3 คน อย่างการเลี้ยงไก่ไข่ การปลูกผักก็จะมีครูเข้ามารับผิดชอบให้ครูสมัครใจเลือกกิจกรรม ครูเป็นผู้แนะนำแล้วนักเรียนมัธยมและประถมปลายจะลงมือลงแรง นักเรียนเล็กๆ จะเข้าไปเรียนรู้ นอกจากนั้นจะมีครูดูแลด้านบัญชี ทำบัญชีรวมของโครงการ ครูทุกคนบันทึกกิจกรรมของตัวเอง ปลูกอะไร ขายอะไรไป ยอดย่อยนี้จะส่งไปในบัญชีรวมของโครงการ เราจะรู้ว่าผลิตอะไรได้เท่าไหร่ จะได้วางแผนการใช้ประโยชน์ได้ถูกต้อง

3

อาจารย์สุบิน จรบำรุง ครู คศ 1 ผู้ที่รับผิดชอบการดูแลภาพรวมของโครงการ เล่าว่า ผลผลิตมุ่งเข้าโรงอาหาร ทำอาหารเพื่อเลี้ยงนักเรียนของโรงเรียน ตอนนี้ผลผลิตเข้าโรงครัวแล้ว มีไข่ไก่ เห็ด ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง นอกจากนั้นผลผลิตที่เหลือจะขายให้คนในโรงเรียนในราคาถูก ครูทุกคนจะพยายามให้ทุกกิจกรรมที่เราได้ทำมีการเอื้อประโยชน์ต่อกันในโครงการเดียวกันก่อน เช่น ครูท่านนี้เลี้ยงไส้เดือนก็ได้ปุ๋ยขี้ไส้เดือนเอาไปให้ครูที่ดูและการผลิตผักเอาไปทำปุ๋ยใส่ผักต่อไป

สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนเข้ามาสนับสนุน

ผลจากกิจกรรมการพัฒนาโรงเรียนและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนในโรงเรียนบ้านบ้องตี้ทำให้ในวันนี้นักเรียนมีสภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอาหารกลางวันที่มีคุณค่าและมีปริมาณเพียงพอต่อร่างกาย มีความรู้และความสามารถด้านการเกษตร จากผลการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งของคณะครูในโรงเรียนวันนี้จึงมีคนเห็นและหยิบยื่นโอกาสดีๆ มาให้

“สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ของ ท่านมีชัย วีระไวทยะ ได้เข้ามาสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียน โดยผ่านศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยค ในการช่วยเสริมกิจกรรมที่โรงเรียนของเรายังขาดอยู่ เช่น กิจกรรมการผลิตผักไฮโดรโปรนิกส์ ผักในวงบ่อซีเมนต์ กิจกรรมมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ กิจกรรมผักในตะกร้า กิจกรรมการเลี้ยงไส้เดือน เพื่อให้งานของเราเดินหน้าไปได้ดีขึ้น โดยท่านมีชัยตั้งเป้าให้กิจกรรมต่างๆ ที่ให้มาทำให้นักเรียนมีรายได้ มีกองทุนให้ยืมเป็นการสร้างอาชีพทำกินได้ และเด็กนักเรียนได้กินไข่โรงเรียนวันละฟอง”

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบ้องตี้ บอกด้วยว่า ทางสมาคมยังมอบโอกาสให้นักเรียนโดยการให้ทุนไปเรียนต่อที่โรงเรียนมีชัยพัฒนา โรงเรียนของสมาคมที่มีการเรียนการสอนในรูปแบบที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ เป็นการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนก้าวไปสู่โลกที่กว้างยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งทางโรงเรียนของเราต้องขอขอบพระคุณท่านมีชัย วีระไวทยะ สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน รวมทั้งศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานไทรโยคเอาไว้ตรงนี้ด้วย

สถานศึกษาพอเพียง ตามแนวทฤษฎีในหลวง ส่งเสริมความรู้สู่ชุมชน

อาจารย์อรัญ สรุปให้ฟังว่า ผลจากกิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนบ้านบ้องตี้ได้ทำมานั้น นอกจากนักเรียนได้เรียนรู้ เพิ่มทักษะ ได้กินอาหารที่เขาทำเองแล้ว เด็กนักเรียนยังมีชีวิตที่ดีขึ้น กินอาหารกลางวันฟรี การแต่งตัวดีขึ้น สุขภาพ ทุกอย่างฟรี ไม่ทำให้ผู้ปกครองเดือดร้อน นอกจากนี้ สิ่งที่ทำยังส่งผลต่อชุมชนโดยรอบของโรงเรียน โดยชุมชนเข้ามาเรียนรู้ร่วมกันในเรื่องเกษตรผสมผสาน เพราะก่อนหน้านี้ผู้คนในชุมชนทำเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นหลัก เมื่อคนในชุมชนเข้ามาดูสิ่งที่ทำได้จริง โดยใช้อุปกรณ์วิธีการง่ายๆ ที่หาได้ในท้องถิ่น ผู้ปกครองมารับส่งลูกหลานทุกวัน จะเห็นทุกวันก็ได้นำเอาความรู้ วิธีการไปทำตาม เราทำตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วเห็นชัดว่าทำได้จริง ดีจริง ผมจึงอยากให้คนไทยใช้ทฤษฎีในหลวงไปดำเนินชีวิตบ้าง

1

อาจารย์ไพศาล สงสำเภา ครูชำนาญการพิเศษ อีกแรงสำคัญในการดำเนินโครงการนี้บอกว่า ในอนาคตทางโรงเรียนจะพยายามส่งเสริมความรู้สู่ชุมชนใกล้เคียง สนับสนุนให้ชาวบ้านเข้ามาดูงานและเชิญโรงเรียนอื่นๆ เข้ามาดูด้วย เพื่อให้โครงการที่เห็นผลจริงได้ถ่ายทอดไปสู่ชุมชนและโรงเรียนที่ต้องการกิจกรรมดีๆ เหล่านี้

ใครสนใจอยากไปเยี่ยมชมโครงการ อยากไปเยี่ยมชมโรงเรียน ติดต่อไปได้ที่ โทร. (034) 540-117 ฉบับนี้หมดพื้นที่แล้วขอลากันไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ