‘เซฟโลก’ เป็น ‘หนึ่งเดียวกัน’ ให้เบ่งบาน ‘ด้วยมือเรา’ นิทรรศการช้างเผือก ครั้งที่ 12
บรรยากาศของความสุข ช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นศักราชใหม่อันรุ่งโรจน์ รื่นเริง และความหวังความปรารถนาอันดีที่ผู้คนพึงมีต่อกัน
ทั้งหมดนี้เป็นเวทีให้เหล่าศิลปิน ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะได้ละเลงความคิด ระบายอารมณ์ ปลุกปั้นจิตวิญญาณ ถ่ายทอดผ่านหัวข้อ ‘รักโลก’ ในนิทรรศการช้างเผือก ครั้งที่ 12 จัดโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ เป็นตัวแทนในการถ่ายทอดผลงานเหล่านี้ให้ประจักษ์สู่สายตาผู้คน
ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด นิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 12 และพระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดผลงานศิลปกรรม
ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อผู้เข้ารับพระราชทานรางวัลอย่างหาที่สุดมิได้ โอกาสนี้ ทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์เป็นรูปกระต่าย ไก่ และปลาที่แหวกว่ายในท้องทะเล สอดคล้องกับหัวข้อรักโลก



จาก 327 ผลงาน ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 57 ชิ้น ที่ได้ประดับบนฝาผนัง และจัดแสดงในบริเวณของหอศิลป์ แม้แต่ละผลงานจะมีแนวทางที่แตกต่างกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นผลงานที่ถูกสรรสร้างออกมาได้อย่างน่าประทับใจ
สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลช้างเผือก ครั้งที่ 12 ได้แก่ ‘หนึ่งเดียวกัน’ โดยเจ้าของภาพ ‘จรัญ พานอ่อนตา’ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากที่ได้รับรางวัลใหญ่ที่สุดในประเทศ กับภาพหนึ่งเดียวกันที่เขาตั้งใจสร้างสรรค์โดยใช้สีอะครีลิค ละเลงบนผืนผ้าใบที่ผสมกับอารมณ์ ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นรูปร่างที่หลากหลาย ซึ่งทั้งหมดมีที่มาและความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกัน เกิดเป็นผลงานร่วมสมัยที่เขาใช้ระยะเวลา 2 เดือนในการผลิต

“สิ่งที่ต้องการจะสื่อออกมาคือ โลกเกิดจากสิ่งว่างเปล่า เกิดจากสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าอนุภาคมาหลอมรวมกันกลายเป็นจักรวาล เมื่อถึงเวลาก็จะแตกสลายไป จนท้ายที่สุดกลายมาเป็นที่ว่างอีกครั้ง โดยภาพตรงกลางจะมีลิงที่มีตัวเป็นมนุษย์ บอกเล่าถึงจิตที่เป็นวานร ไม่อยู่นิ่ง ซัดส่ายไปมา ซึ่งก็หมายถึงมนุษย์ ส่วนอื่นๆ ในภาพจะมีภาพสัตว์ต่างๆ เช่น ปลาวาฬ ลิง ช้าง นก แมว ซึ่งอยู่ร่วมกันและเป็นหนึ่งเดียว จะเห็นว่ามันค่อยๆ สลาย ปลิวออกไปตามแรงระเบิด”

ตามอง หูฟัง สังเกตรูปภาพตรงหน้าที่เขาบรรจงวาด มีความละเอียด และลึกซึ้ง ซึ่งในรายละเอียดของแต่ละรูปร่างนั้นเป็นการนำมนุษย์มาประกอบสร้างให้เกิดเป็นภาพต่างๆ เพื่อพยายามจะสอดแทรกมนุษย์ให้อยู่ในกิจกรรมทุกสิ่งบนโลก และจักรวาล ซึ่งความพิเศษในผลงานครั้งนี้ เขาได้เลือกใช้ สีฟ้าเอิร์ธโทน โดยเป็นการนำมาใช้กับผลงานนี้เป็นครั้งแรก เพื่อให้เหมาะกับคอนเซปต์ดวงดาว จักรวาล และโลก บอกได้เลยว่า ละเอียดแม้กระทั่งการเลือกใช้คู่สี
มาถึงสาวน้อยวัย 17 ปี ‘นารา วิบูลย์สันติพงศ์’ ผู้ชนะรางวัล CEO AWARD ครั้งที่ 12 ภายใต้ผลงานชื่อ “ด้วยมือเรา” เมื่อทราบอายุ ประจวบกับสำรวจผลงานแล้ว รู้สึกประทับใจและทึ่งในเวลาเดียวกัน กับทักษะการปั้นที่เธอเผยว่าพัฒนามาจากการเรียนรู้ผ่าน ‘ยูทูป’ สาวน้อยตัวเล็กๆ กับผลงานประติมากรรมแสนยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพียงยิ่งใหญ่แค่ผลงาน แต่ยังรวมไปถึงความคิด และฝีไม้ลายมือ

นารา เล่าว่า ตัวเธอชอบงานปั้นมาตั้งแต่เด็ก และเริ่มปั้นตั้งแต่จำความได้ ประกอบกับติดตามผลงานของนิทรรศการช้างเผือกมาตั้งแต่เด็กๆ และครั้งนี้เหมือนฝันที่เป็นจริง เพราะผลงานของเธอได้รับรางวัลและถูกจัดแสดง ณ หอศิลป์แห่งนี้เป็นครั้งแรก หลังจากลองส่งผลงานเข้ามาหลายครั้ง
“พอได้รางวัลอันนี้ก็มีความมั่นใจมากขึ้น ในอนาคตจะลองส่งผลงานไปต่างประเทศ ความฝันอันสูงสุดเลยคืออยากมีงานแสดงเป็นของตัวเอง ที่ไหนก็ได้” เธอเล่าพร้อมกับแววตาที่เป็นประกาย ผลงานประติมากรรม ที่สร้างสรรค์จากดิน เยื่อกระดาษ ผสมกับทิชชู่และปูนปลาสเตอร์ ออกมาเป็นใต้ท้องทะเล และป่า ที่เป็นตัวแทนความสวยงามของโลกใบนี้

“เพราะเห็นว่าปัจจุบันโลกมันถูกทำลายด้วยกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ เลยอยากจะสร้างงานศิลปะที่สื่อความสวยงามของโลก ด้านในจะเป็นทะเลกับป่า เราควรจะรักษาธรรมชาติไว้ อยู่ด้วยกันด้วยความเคาพและช่วยกันดูแล อยากให้ทุกคนตระหนักว่าโลกของเราสำคัญต่อมนุษย์มาก และช่วยกันรักษาโลกใบนี้ไว้” นารากล่าว
เห็นถึงการเดินทาง และความพยายามของเธอผ่านผลงานประติมากรรมชิ้นนี้ จากสาวน้อยที่ส่งผลงานรูปวาดครั้งแรกและไม่ได้รับเลือก ต่อมาจึงพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และค้นพบทาง ‘ที่ใช่’ กับงานประติมากรรมที่ถูกส่งเข้าประกวดครั้งที่ 2 ในชีวิตจนได้รับรางวัล นั่นจึงเป็นการจุดประกายให้เธอสร้างสรรค์งานประติมากรรมเรื่อยมา จวบจนมาถึงผลงานที่ได้รับรางวัลอันแสนภาคภูมิใจชิ้นนี้

ทั้งนี้ ยังมีอีกหลายชิ้นงานที่ถูกจัดแสดง ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พร้อมที่จะให้ผู้คนแหวกว่ายในจินตนาการไปด้วยกัน และอิ่มเอมไปกับผลงานที่ถูกคัดสรร และถูกบรรจงอย่างตั้งใจ กับนิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 12 หัวข้อ รักโลก ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง 20 กรกฎาคม 2566 ห้องนิทรรศการ กดลิฟต์ชั้น 9

