หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ รายงานพิเศษ :...

รายงานพิเศษ : How To ดูแล ′น้องหมา′ ไม่ต้องบู๊กับข้างบ้าน

18.01.16 | 01:59 น.

เป็นข่าวเกรียวกราว เมื่ออดีตนางเอกดัง นุ่น สินิทธา หรือ น.ส.ดารัณ บุญยศักดิ์ อายุ 36 ปี ดารา-นักแสดงชื่อดัง ถูกเพื่อนบ้านแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ สาเหตุมาจากปัญหาสุนัขเลี้ยงนั้น

รายละเอียดข่าว เป็นเรื่องของสองฝ่ายที่ต่างก็มีจิตใจเมตตากรุณาเหมือนๆ กัน รักสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะน้องหมาของตนเอง แต่สุดท้ายกลายเป็นคดีขึ้นโรงขึ้นศาล

เราจะป้องกันปัญหาดังกล่าวกันยังไงดี “มติชน” สอบถามไปยังนางเบ็ญจวรรณ สิชฌนาสัย ผู้อำนวยการสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.)

ได้รับคำอธิบายว่า หมาหรือสุนัขกัดกันเอง หรือกัดเพื่อนบ้าน คนที่ผ่านไปมา เป็นเรื่องที่เกิดอยู่แล้วโดยทั่วไป

แนวทางป้องกันที่ดีที่สุดคือ ก่อนจะเลี้ยงน้องหมา เจ้าของควรศึกษาข้อมูลเพื่อให้ทราบลักษณะนิสัยของสุนัขที่เลี้ยงว่าตามสายพันธุ์แล้วมีนิสัยอย่างไร ดุร้ายหรือไม่

Advertisement

หากเป็นสุนัขที่มีนิสัยดุร้าย หรือมีประวัติเคยทำร้ายผู้อื่นมาก่อน จะถูกจัดว่าเป็นสุนัขควบคุมพิเศษ ซึ่งเจ้าของต้องมีการควบคุมเป็นอย่างดี อาทิ ผู้จูงต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 15 ปี เป็นต้น

ทั้งนี้ เมื่อจะนำสุนัขออกมาในที่สาธารณะ เจ้าของต้องมั่นใจว่าสามารถควบคุมได้ โดยหลักการแล้วควรมีสายจูงทุกครั้ง ซึ่งได้มีการกำหนดไว้ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ.2548

21196255918_48db729252_b

อย่างไรก็ตาม หากสุนัขที่เลี้ยงไว้ไปทำร้ายผู้อื่นนั้น เจ้าของจะมีความผิดทางแพ่งและอาญา ซึ่งผู้เสียหายสามารถแจ้งความดำเนินคดีและเรียกค่าเสียหาย

ผู้อำนวยการสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุขกล่าวว่า ตามข้อบัญญัติฯ ได้กำหนดให้เจ้าของสุนัขต้องนำสุนัขไปจดทะเบียนที่สำนักงานเขตในพื้นที่ เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามดูแล ซึ่งทางเขตฯจะออกบัตรประจำตัวสุนัขให้ หากสุนัขหายหรือเสียชีวิตจะต้องแจ้งไปที่เขตทันที

ปัจจุบันมีสุนัขที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องและได้รับการฝังไมโครชิปประมาณ 90,000 ตัว แต่จากผลสำรวจคาดว่ามีสุนัขในบ้านพักอาศัยประมาณ 600,000 ตัว

ซึ่ง กทม.ก็ได้รณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนเข้าระบบจดทะเบียน เพื่อรับการดูแลอย่างเป็นระบบ

ขณะที่สุนัขจรจัดคาดว่ามีประมาณ 100,000 ตัว กทม.ได้ออกหน่วยเคลื่อนที่ฉีดวัคซีนและคุมกำเนิด เพื่อควบคุมไม่ให้มีสุนัขจรจัดมากเกินไป

นอกจากนี้ยังมีสถานที่เลี้ยงสุนัขจรจัด 2 แห่งคือ ที่ศูนย์พักพิงสุนัข กทม. เขตประเวศ และศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด กทม. อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เพื่อรองรับสุนัขที่ประชาชนร้องเรียนว่าสร้างความเดือดร้อนรำคาญ

สำหรับข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ.2548 ข้อ 16 ได้กำหนดให้เจ้าของสุนัขต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้

1.จัดสถานที่เลี้ยงตามความเหมาะสมของสุนัข

2.ควบคุมสุนัขมิให้ออกนอกสถานที่เลี้ยงโดยปราศจากการควบคุม

3.ดูแลสุนัขมิให้ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ เช่น ก่อให้เกิดเสียงดังติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ เป็นต้น

4.รักษาสถานที่เลี้ยงสุนัขให้สะอาดอยู่เสมอ จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะเป็นประจำ ไม่ปล่อยให้เป็นที่สะสมหมักหมมจนเกิดกลิ่นเหม็นรบกวนผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

5.ต้องรับผิดชอบต่อความเป็นอยู่ของสุนัข เช่น เรื่องอาหาร ความสะอาด เป็นต้น

6.เมื่อสุนัขตาย เจ้าของสุนัขจะต้องกำจัดซากสุนัขให้ถูกสุขลักษณะ

7.จัดให้มีการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในสุนัข เพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสุนัขมาสู่คน

8.ในกรณีที่มีเหตุควรสงสัยว่าสุนัขที่เลี้ยงเป็นโรคอันอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพของประชาชน ให้เจ้าของสุนัขแยกกักสุนัขนั้นไว้ต่างหาก และแจ้งให้หน่วยงานที่จดทะเบียนไว้ทราบ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

ทั้งนี้ ในข้อ 20 ยังได้กำหนดให้ผู้ใดนำสุนัขออกนอกสถานที่เลี้ยง ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ 1.พกบัตรประจำตัวสุนัข 2.ผูกสายลากจูงสุนัขที่แข็งแรงและจับสายลากจูงตลอดเวลา

ในกรณีที่เป็นสุนัขควบคุมพิเศษต้องใส่อุปกรณ์ครอบปากด้วย หากฝ่าฝืนข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ มีโทษตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การสาธารณสุข พ.ศ.2535

นั่นคือระบบระเบียบที่ กทม.ตั้งขึ้นนานแล้ว แต่คาดว่าเจ้าของสุนัขไม่ได้ใส่ใจนัก

หากลองเริ่มต้นจัดระเบียบการดูแลน้องหมา ของใครของมัน อาจช่วยไม่ให้ข่าวแบบนี้เดินขึ้นพื้นที่สื่อบ่อยๆ ได้