อิวานกา ทรัมป์ ถูกจับตา เล่นบท สตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐอเมริกา?

2.01.17 | 11:36 น.

อิวานกา ทรัมป์ บุตรสาวคนสวยวัย 35 ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กำลังถูกจับตาว่าน่าจะเป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในคณะทำงานของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะนั่งบริหารกำหนดทิศทางของสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 4 ปีต่อจากนี้ไป เผลอๆ มีความเป็นไปได้สูงด้วยว่านักธุรกิจสาวสวย คุณแม่ลูกสาม ซึ่งมีข่าวว่าเป็น “ลูกคนโปรด” ของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะเป็นผู้ที่ขึ้นมาทำหน้าที่เฟิร์สต์ เลดี้ หรือ “สตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐอเมริกา” หลังจากที่นางเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยาของนายทรัมป์ประกาศเป็นข่าวออกมาก่อนหน้านี้แล้วว่า เธอจะไม่ย้ายเข้าทำเนียบขาว แต่จะใช้ชีวิตอยู่กับบาร์รอน ทรัมป์ลูกชายวัย 10 ขวบ ที่นิวยอร์กอย่างน้อยก็ 1 ปีจนกว่าบาร์รอนจะจบปีการศึกษาในปี 2560

ขณะที่ซีเอ็นเอ็นก็มีรายงานข่าวถึงความเป็นไปได้นี้เช่นกัน โดยว่าลูกสาวคนโตของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเกิดกับอิวานา เซลนิชโควา อดีตนางแบบเชื้อสายเชโกสโลวาเกีย ซึ่งเป็นภรรยาคนแรกของทรัมป์และเลิกกันไปตั้งแต่ปี 2534 น่าจะรับหน้าที่หลายอย่างที่เป็นงานของสตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐอเมริกาเคยปฎิบัติกันมา และอิวานกาก็มีออฟฟิศที่ทำงานในตึกด้านอีสต์ วิงก์ของทำเนียบขาว ซึ่งเป็นส่วนที่อดีตสตรีหมายเลข 1 ส่วนใหญ่เคยใช้เป็นที่ทำงานมาแล้ว

ทั้งนี้ที่ผ่านมา อิวานกาก็ได้มีส่วนร่วมในภารกิจสำคัญหลายอย่างที่ทรัมป์เริ่มปฏิบัติมาเรื่อยๆ หลังจากชนะเลือกตั้ง อาทิ ตอนนายทรัมป์ร่วมเจรจากับนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เข้าพบนายทรัมป์ ที่ตึกทรัมป์ ทาวเวอร์ ในนิวยอร์ก เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา อิวานกาก็เป็นหนึ่งในทีมงานของทรัมป์ ที่ได้เข้าพบปะสนทนาด้วย เช่นเดียวกับวันที่ทรัมป์เรียกทีมผู้บริหารบริษัทด้านเทคโนโลยีของสหรัฐมาประชุมหารือกัน อิวานกาก็นั่งอยู่ในที่ประชุมด้วย นอกจากนั้น เธอยังเป็นผู้จัดการนัดหมายให้ทรัมป์ ได้พูดคุยหารือเรื่องปัญหาโลกร้อนกับนายอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จากพรรคเดโมแครต

อิวานกา ทรัมป์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ สามี สนทนากับนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่เข้าพบนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ตึกทรัมป์ ทาวเวอร์ ในนิวยอร์ก

อิวานกา 2

Advertisement

ขณะที่แนนซี เปโลซี ผู้นำเสียงข้างน้อยพรรคเดโมแครตก็เล่าว่าทรัมป์ ได้ต่อโทรศัพท์ดึงอิวานกาให้เข้ามาร่วมสนทนาทางโทรศัพท์ด้วยระหว่างเธอและทรัมป์ หารือกันเกี่ยวกับเรื่องศูนย์ดูแลเด็กเล็ก

การที่อิวานกาได้มีที่ทำงานในตึกอีสต์ วิงก์ซึ่งที่ผ่านมา เป็นออฟฟิศที่ทำงานของสตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐอเมริกานั้น แอนนิตา แมคไบรด์ อดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของลอรา บุช อดีตสตรีหมายเลข 1 สหรัฐและเป็นสมาชิกคณะกรรมการสมาคมนักประวัติศาสตร์ของทำเนียบขาว ให้ความเห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติแต่อย่างใด โดยแมคไบรด์ยังได้กล่าวตอนหนึ่งว่า “ไม่มีข้อกำหนดตามกฎหมายที่ระบุถึงการใช้ตึกอีสต์ วิงก์ และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนผู้นำก็จะมีการเขียนกฎระเบียบขึ้นมาใหม่ทุกครั้งอยู่แล้ว”

แมคไบรด์เล่าว่า สมัยที่ลอรา บุชเป็นสตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐ และสมัยของมิเชล โอบามา สุภาพสตรีทั้งสองต่างใช้ตึกอีสต์ วิงก์ เป็นออฟฟิศที่ทำงานของพวกเธอ แต่ในสมัยของ บาร์บารา บุช และแนนซี เรแกน อดีตสตรีหมายเลข 1 ทั้งสองต่างทำงานในส่วนของทำเนียบขาวที่เป็นส่วนของที่พักอาศัย ขณะที่นางฮิลลารี คลินตัน มีออฟฟิศที่ทำงานอยู่บนชั้น 2 ของตึกเวสต์ วิงก์

อิวานกา 3

แมคไบรด์ยังกล่าวด้วยว่าที่ผ่านมา ก็มีบุตรของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่เข้าไปอยู่ในทำเนียบขาว และมีส่วนช่วยงานของพ่อ อาทิ มอรีน เรแกน บุตรสาวคนโตอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ซึ่งเกิดกับภรรยาคนแรกก็ได้เข้าไปอยู่ในทำเนียบขาว และได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพิเศษในคณะกรรมาธิการแห่งชาติพรรครีพับลิกัน

ขณะที่ลินดา เบิร์ด จอห์นสัน บุตรสาวของประธานาธิบดีลินดอน บี.จอห์นสัน ก็ย้ายจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน หลังจากบิดาเธอได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2506 นอกจากนั้น เพื่อนร่วมห้องที่พักหอพักเดียวกับลินดายังย้ายเข้าไปอยู่ในทำเนียบขาวด้วย ระหว่างทั้งสองกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน และระหว่างนั้นลินดายังช่วยพ่อทำงานด้านสังคมและช่วยทำงานด้านอื่นๆ ด้วย

“มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ที่สมาชิกในครอบครัวจะช่วยกันทำงานที่สามารถช่วยได้ แต่โดยทั่วไปก็จะเป็นแค่ชั่วคราว แต่กรณีนี้ อาจจะยาวนานกว่านั้น” แมคไบรด์กล่าว

ซูซาน สเวน นักข่าวอเมริกันวัย 62 ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับสตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐอเมริกา ให้ความเห็นถึงกรณีที่เมลาเนีย ทรัมป์ ตัดสินใจยังไม่ย้ายเข้าทำเนียบขาวว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด โดยว่า “สุภาพสตรีหมายเลข 1 ทุกคนต่างมีสไตล์การทำงานของตัวเอง”

อิวานกา 4

สเวนยังยกตัวอย่าง นางมิเชล โอบามา ก็เคยมีความคิดที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่ชิคาโกกับลูกสาว 2 คนก่อน หลังจากที่ บารัค โอบามา สามีได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสมัยแรก โดยสเวนกล่าวว่าการตัดสินใจของเมลาเนียที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นิวยอร์ก ก็เป็นความรู้สึกคล้ายๆ กับอดีตสตรีหมายเลข 1 หลายยุค หลายสมัย ที่ต้องการรักษาความเป็นปกติของชีวิตให้คงอยู่และต้องการปกป้องลูกๆ ให้มีชีวิตส่วนตัวไม่ตกเป็นเป้าสายตาของสื่อเท่าที่จะสามารถทำได้

ย้อนมาที่บทบาทต่อจากนี้ไปว่าอิวานกา ไมเคิล ครานิช นักข่าวหนังสือพิมพ์บอสตัน โกลบส์ และผู้ร่วมเขียนหนังสือ Trump Revealed: An American Journey of Ambition, Ego, Money and Powerให้ความเห็นว่าบทบาท หน้าที่ของอิวานกา ที่ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์วางไว้ ตอนนี้ยังพร่ามัวไม่ชัดเจน จนกว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมา แต่หากดูจากอดีตประธานาธิบดีสหรัฐที่ผ่านมา ก็มักจะพึ่งพาสมาชิกในครอบครัวให้มาช่วยทำงานเป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดด้านเศรษฐกิจ

“อิวานกามีบทบาทสำคัญในแคมเปญเลือกตั้งและการเปลี่ยนถ่ายช่วงรอยต่อนี้ ดังนั้น จึงเป็นที่คาดการณ์ในวงกว้างว่า เธอและ จาเร็ด คุชเนอร์ สามีน่าจะมีบทบาทที่สำคัญมากในการให้คำปรึกษา แนะนำแก่ว่าทีประธานาธิบดีทรัมป์”

ขณะที่แอน-มารี สลาฟเตอร์ ที่ปรึกด้านนโยบายให้สัมภาษณ์นิวยอร์ก ไทม์ส์ว่า เธอมองอิวานกาคือนักต่อสู้เพื่อผู้หญิงในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้ โดยว่า “เธอให้ความสนใจให้ความสำคัญเกี่ยวกับประเด็นเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพมาก และน่าจะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันเรื่องนี้”

เครดิตภาพจาก .pakistantoday.com และ เอเอฟพี