พริกหยวก ร้านปักษ์ใต้หรอยกลมกล่อมสไตล์ชุมพร บรรยากาศดีมีเอกลักษณ์
ขอแนะนำร้านอาหารปักษ์ใต้หรอยแบบผสมผสานระหว่างภาคกลางและภาคใต้ รสชาติกลมกล่อมไม่เผ็ดร้อนจนเกินไป เพราะเจ้าของเป็นคนชุมพร อีกทั้งยังมีเมนูภาคกลางรสนุ่มนวลอีกด้วย แถมยังตกแต่งร้านอย่างบรรยากาศดีมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ดูละเมียดละไม ร้านนี้มีชื่อว่า พริกหยวก
คุณแอน ดารารัตน์ วิสัยจร เจ้าของร้านในวัย 60 กว่าปี อดีตพนักงานการบินไทยเล่าให้ปิ่นโตเถาเล็กฟังว่า มีพื้นเพเป็นคนชุมพร ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่ตอนเด็ก คุณแอนเริ่มทำร้านข้าวแกงเล็กๆในย่านตลาดนัดจตุจักร ตั้งแต่ พ.ศ. 2534 เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว
จากนั้นได้ย้ายมาเปิดร้านเล็กๆน่ารักในตึกแถวริมถนนประดิพัทธ์เมื่อราวปลายปี พ.ศ. 2563 ตกแต่งด้วยเครื่องหวาย เครื่องจักสาน

ในที่สุดคุณแอนได้มาค้นพบทำเลใหม่ที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนร้านไหนๆ นั่นก็คือ โรงเรียนเรวดี แผนกอนุบาล โรงเรียนเก่าแก่ หัวมุมสี่แยกประดิพัทธ์ เชิงสะพานข้ามคลองประปาสามเสน ติดกับทางด่วน จึงได้ติดต่อขอเช่าพื้นที่จากท่านเจ้าของโรงเรียน และได้ฤกษ์เปิดร้านใหม่เมื่อต้นปี 2566 ที่ผ่านมา

ร้านใหม่นี้ตกแต่งได้เก๋ไก๋มาก ยังคงมีกลิ่นอายของโรงเรียนฝั่งอนุบาล ปรับปรุงลานด้านข้างให้เป็นลานจอดรถ (ถ้าเต็ม ยังไปจอดริมซอยส่วนบุคคลได้อีก) น้ำพุหน้าอาคารเรียนคือไฮไลท์แรกที่ได้เห็นจากนั้นเป็นห้องบาร์กาแฟและเครื่องดื่มที่ น้องออม กาศิก พัจนโรจน์ ลูกชายคุณแอนประจำการอยู่ด้านใน
เรือนห้องเรียน 2 หลังปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นโซนห้องอาหารในธีมสีโทนอุ่น มีโต๊ะไม้สีเข้มเข้ากันดี ตกแต่งด้วยเครื่องจักสานเช่นเคย วางเก้าอี้นักเรียนอนุบาลไว้ข้างห้อง ฝั่งอาคาร 2 ชั้นด้านขวาแบ่งเป็นห้องขายของแฮนด์เมดเครื่องจักสาน ห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มคณะ ห้องน้ำที่เคยเป็นของเด็กอนุบาล เล่นมุกติดป้ายว่า Boy กับ Girl ถัดมาด้านในจะเป็นครัวประจำร้าน รับรองว่าจะประทับใจในบรรยากาศที่อบอุ่นผ่อนคลายไม่เหมือนใครจริงๆ
คุณแอนคัดสรรวัตถุดิบและของสดของทะเลอย่างพิถีพิถัน มีทั้งข้าวหอมมะลิออร์แกนิกและข้าวไรซ์เบอร์รี่จากอุบลฯ ไตปลาทูจากนครศรีธรรมราช หมึกศอกและหอยแมลงภู่จากชลบุรี หอยแมลงภู่สะอาดมากไม่มีขนหอยหรือหนวดหอยเลย และของดีอื่นๆอีกมากมาย
อยากลิ้มลองอะไรให้ดูเมนูกระดาษแผ่นใหญ่แผ่นเดียว มีทั้งอาหารปักษ์ใต้สไตล์ชุมพรและอาหารภาคกลาง
เริ่มกันด้วยเมนูใต้ที่ประทับใจมากๆ ต่างลงความเห็นว่าหรอยจังฮู้ก็คือ แกงไตปลากุ้งสด (225 บาท) เคล็ดลับความอร่อยคือใส่น้ำมะกรูดเพิ่มความหอม และใช้กุ้งแชบ๊วยสับชิ้นใหญ่หน่อย เนื้อเด้งๆสดมาก ใส่หน่อไม้ต้มที่อ่อนกำลังดี ไตปลาทูมาจากบ้านญาติที่ชุมพร เครื่องแกงเข้มข้นใส่ขมิ้น และพริกขี้หนูสดกับพริกขี้หนูแห้ง ไม่เผ็ดร้อนจนเกินไป

ของดีที่สั่งกันแทบทุกโต๊ะ เนื้อปูผัดพริกเหลือง (590 บาท) ใช้กรรเชียงปูสดๆชิ้นโตอร่อยเต็มคำจากสุราษฎร์ ผัดใส่พริกเหลืองและพริกขี้หนูเล็กน้อย กับใบมะกรูด คุณแอนบอกว่าถ้าเป็นสมัยอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักรจะทำรสเผ็ดจัดกว่านี้โดยใช้พริกขี้หนูล้วน แต่เดี๋ยวนี้มีผู้ใหญ่มาอุดหนุนที่ร้านกันมาก จึงต้องลดทอนความเผ็ดลงบ้าง
ปลาทรายทอดน้ำปลา (225 บาท) คือเมนูซิกเนเจอร์อร่อยกินง่ายปลาทรายสดๆ จากบางแสนเอาหัวและแกะก้างออกให้เกลี้ยงจนเหลือแต่เนื้อปลาแตะแป้งแล้วนำไปทอดจนกรอบราดน้ำปลาเคี่ยวให้มีรสเค็มอมหวาน

ส่วนเมนูกินเล่นที่ควรสั่ง ทอดมันปลากราย (265 บาท) ใช้ปลากรายตัวใหญ่จากนครสวรรค์ขูดเนื้อปลาผสมกับปลาสลาดหรือปลาฉลาดตัวเล็กตำในครกหินจนเนื้อเหนียวหนึบปรุงรสด้วยน้ำปลาส่วนผสมเครื่องแกงไม่เผ็ดมาก
เมนูขนมจีนภาคกลางก็มีด้วย ผู้ใหญ่วัยผมชื่นชอบถูกใจกับ ขนมจีนซาวน้ำ (145 บาท) ใส่แจงลอนปลากรายเป็นลูกๆแบบโบราณกะทิคั้นเองหอมๆใส่ขิงซอยสับปะรดพริกขี้หนูกุ้งแห้งป่นอร่อยครบเครื่อง

อีกทั้ง ขนมจีนน้ำพริก (120 บาท)ใช้ถั่วเขียวเลาะเปลือกคั่วให้หอมและนำไปต้ม ใส่น้ำมะกรูดเปรี้ยวหอม ถ้าวันไหนมีมะปี๊ดหรือส้มจี๊ดก็จะใส่ด้วย กินกับถั่วพูซอย หัวปลีซอย ผักบุ้งลวก เหมือดผักทอด ไข่ต้ม และพริกแห้งครบเครื่อง เป็นเมนูที่ทำขายมาตั้งแต่แรกเริ่ม

วันนั้นเราสั่งของกินอร่อยมาอีกเพียบ คนชอบกินตับให้สั่ง ตับทอดกระเทียม (250 บาท) ชิ้นหนานุ่ม ใส่กระเทียมจีนเจียวจนหอมและพริกไทย ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลเล็กน้อย หมูสามชั้นทอดน้ำปลา (195 บาท) สุดยอดเช่นกัน หมูสามชั้นเอาหนังออกแล่ชิ้นบางเฉียบแล้วทอด แกงเหลืองปลากะพงใส่อ้อดิบหรือก้านคูน (285 บาท) ที่คนชุมพรเรียก ปรุง 3 รสเปรี้ยวเค็มหวานสไตล์ชุมพร ไข่พะโล้หมูฮ้อง (220 บาท) เป็นเมนูรสชาติลูกผสมระหว่างไข่พะโล้และหมูฮ้อง ดัดแปลงให้มีน้ำเยอะๆ ไม่ทำขลุกขลิก หมึกศอกผัดกระเทียมพริกไทย (450 บาท) สดๆ ชิ้นโตๆ ใบเหลียงผัดไข่กุ้งเสียบ (175 บาท) มาจากชุมพรมันๆอร่อยมาก ผัดจนนิ่มใส่ไข่ลงไปรวนและกุ้งเสียบ


ต่อด้วย ข้าวยำปักษ์ใต้ (150 บาท) เลือกได้เลยว่าจะเอาข้าวหอมมะลิหรือข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำบูดูมาจากสงขลา เคี่ยวกับน้ำตาลโตนดให้หอม ปรุงด้วยข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด รสกลมกล่อมออกหวานนิดๆ ส่วนเครื่องข้าวยำประกอบด้วยส้มโอ ใบชะพลูซอย ใบมะกรูดซอย กุ้งแห้งป่น ถั่วงอก มะม่วงดิบซอย ตะไคร้ซอย ถั่วฝักยาว และพริกป่น ถ้าวันไหนมีดอกดาหลาก็จะใส่ด้วย
ยังมีของดีอีกมากมาย ถ้ามีห่อหมกปลาอินทรีหน้าปู(กระทงละ 130 บาท) ให้สั่งด้วย เพราะหมดเร็ว หอยเชลล์ผัดพริกขี้หนูโหระพา (450 บาท) ก็หอมถูกใจ ถ้ามีหอยแมลงภู่ให้สั่ง หอยแมลงภู่ผัดพริกเหลืองโหระพา (250 บาท)โรยด้วยใบมะกรูด ซึ่งเมนูนี้เปลี่ยนเป็นตับ กุ้งแชบ๊วยหรือหมึกศอกก็ได้ และยังมีของดี เส้นจันท์ผัดปู (365 บาท) เส้นนุ่มหนึบทำจากเส้นข้าวเกรดส่งออก
ข้อดีอีกอย่างคือแต่ละวันจะมีปลาทะเลสดๆเป็นตัวๆมาไม่ซ้ำกันด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันเสาร์–อาทิตย์ ( ส่วนเนื้อปลากะพงมีทุกวัน) เป็นปลาโป๊ะจากบางแสน เช่นปลาอังเกย (ทำฉู่ฉี่อร่อย) ปลาใบขนุน ปลากะพงแดงที่วันนั้นเราได้ลิ้มลองปลาทอดตัวใหญ่มหึมา
ควรโทรจองโต๊ะล่วงหน้าที่เบอร์ 08-1648-2282 และLine: @prikyuak ร้านพริกหยวกเปิดบริการตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม (ครัวปิด 2 ทุ่มครึ่ง) หยุดทุกวันจันทร์ ขอเชียร์ให้มาลองชิม อาหารใต้แบบชุมพรรสกลมกล่อมไม่เผ็ดร้อนจนเกินไป แถมยังบรรยากาศดีอีกด้วยนะจ๊ะ
ปิ่นโตเถาเล็ก

พริกหยวก
โดย คุณดารารัตน์ (แอน) วิสัยจร
ที่ตั้ง 108 ถ.ประดิพัทธ์ พญาไท พญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทร 08-1648-2282 และ Line: @prikyuak
เปิดบริการ 11.00- 21.00 น. อังคาร–อาทิตย์ (ครัวปิด 20.30 น.)
หยุด วันจันทร์
แนะนำ แกงไตปลากุ้งสด เนื้อปูผัดพริกเหลือง ปลาทรายทอดน้ำปลา ทอดมันปลากราย ขนมจีนซาวน้
ขนมจีนน้ำพริก ตับทอดกระเทียม หมูสามชั้นทอดน้ำปลา แกงเหลืองปลากะพงใส่อ้อดิบหรือก้านคูน ไข่พะโล้
หมูฮ้อง หมึกศอกผัดกระเทียมพริกไทย ใบเหลียงผัดไข่กุ้งเสียบ ข้าวยำปักษ์ใต้ ห่อหมกปลาอินทรีหน้าปู
หอยเชลล์ผัดพริกขี้หนูโหระพา หอยแมลงภู่ผัดพริกเหลืองโหระพา เส้นจันท์ผัดปู

