เปิดภาพแรก จากรถสำรวจ ปรัชญาน ในภารกิจจันทรยาน-3 ลงจอดดวงจันทร์ ก่อนสู่โหมดหลับชาร์จพลังงาน
วันที่ 4 กันยายน นายพิสิฏฐ นิธิยานันท์ เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เขียนในเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เรื่อง ภาพถ่ายแรก ที่รถสำรวจ ปรัชญาน ถ่ายภาพยานวิกรม จากบริเวณใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ มีเนื้อหาต่อไปนี้
รถสำรวจ “ปรัชญาน” ได้ถ่ายภาพยานวิกรม ซึ่งเป็นยานลงจอดลำแม่ที่ปล่อยรถสำรวจลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์ ซึ่งในตอนนี้ ทั้งยานวิกรม และรถสำรวจปรัชญานได้ผ่านช่วงเวลาครึ่งหนึ่งของระยะเวลาปฏิบัติภารกิจแล้ว
องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (ISRO) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายยานวิกรมแบบภาพขาวดำ เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ.2023 ที่ถ่ายจากกล้องถ่ายภาพสำหรับนำทาง (NavCam) ของรถสำรวจปรัชญาน
ยานวิกรมในภารกิจจันทรยาน-3 ได้ลงจอดบนดวงจันทร์ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ.2023 ก่อนจะปล่อยรถสำรวจปรัชญาน ลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์ในวันถัดมา และยานทั้งสองเริ่มปฏิบัติงานสำรวจทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงส่งภาพถ่ายกับวิดีโอต่างๆ จากพื้นผิวดวงจันทร์บริเวณพื้นที่ลงจอด ซึ่งภาพที่ทาง ISRO เผยแพร่เป็นภาพแรกของยานวิกรมที่ถ่ายจากรถสำรวจปรัชญาน
ภาพถ่ายที่เผยแพร่ในครั้งนี้ ถ่ายเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม เวลา 08.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งมีภาพหนึ่งที่ทาง ISRO ระบุตำแหน่งอุปกรณ์ของยานวิกรม ได้แก่ อุปกรณ์ศึกษาคุณสมบัติทางความร้อนของพื้นผิวดวงจันทร์ (ChaSTE) และอุปกรณ์ตรวจวัดคลื่นไหวสะเทือนบนดวงจันทร์ (ILSA) อุปกรณ์ ChaSTE ได้ใช้ตรวจวัดอุณหภูมิของดินดวงจันทร์บริเวณชั้นผิวดิน

ถือเป็นการตรวจวัดอุณหภูมิดินบริเวณพื้นผิวดวงจันทร์ด้วยเครื่องตรวจวัดโดยตรงครั้งแรก ในบริเวณใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ (แทนการวัดอุณหภูมิจากอุปกรณ์บนยานโคจรรอบดวงจันทร์) อุปกรณ์ ChaSTE ได้เจาะชั้นผิวดินของดวงจันทร์ลึกลงไป 10 เซนติเมตร แล้ววัดอุณหภูมิดิน ณ ระดับความลึกต่างๆ เพื่อศึกษาถึงอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปตามความลึกจากผิวดิน
ซึ่งพบว่าอุณหภูมิดินดวงจันทร์มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดินที่ระดับความลึก 8 เซนติเมตร มีอุณหภูมิ -10 องศาเซลเซียส ขณะที่ผิวดินมีอุณหภูมิอยู่ที่ 60 องศาเซลเซียส
พื้นผิวดวงจันทร์จะร้อนมากในช่วงกลางวันนาน 2 สัปดาห์ ณ บริเวณนั้น เนื่องจากดวงจันทร์ไม่มีบรรยากาศคอยดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ ทำให้เมื่อถึงช่วงกลางคืนที่ไม่มีแสงอาทิตย์แล้ว จึงมีอุณหภูมิที่ลดต่ำลงอย่างมาก และแตกต่างจากตอนกลางวันอย่างสุดขั้ว
อุณหภูมิดินที่วัดได้จากยานวิกรมถือว่าค่อนข้างปานกลาง การวัดอุณหภูมิพื้นผิวดวงจันทร์ครั้งก่อนหน้าจากยานโคจรรอบดวงจันทร์แสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิบริเวณเส้นศูนย์สูตรของดวงจันทร์มีความแตกต่างกันสูงมาก ตั้งแต่ 127 องศาเซลเซียสในด้านกลางวัน จนถึง -173 องศาเซลเซียส ทำให้ภารกิจที่มีนักบินอวกาศปฏิบัติงานบนดวงจันทร์ต้องให้ยานลงจอดในช่วงเช้าของพื้นที่ลงจอด เนื่องจากเป็นช่วงที่มีอุณหภูมิเหมาะสมต่อการปฏิบัติภารกิจก่อนที่จะร้อนเกินไปในช่วงเที่ยงวันหรือบ่าย
นอกจากนี้ ทาง ISRO ยังมีประกาศเพิ่มเติมว่า ภารกิจจันทรยาน-3 ยังตรวจพบธาตุกำมะถัน (Sulfur) ในดินดวงจันทร์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เคยตรวจพบกำมะถันในปริมาณน้อย จากตัวอย่างดินและหินดวงจันทร์ที่โครงการอะพอลโลนำกลับมายังโลกในคริสต์ทศวรรษ 1970 แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่แน่ใจว่าธาตุชนิดนี้จะมีอยู่ทั่วไปบนดวงจันทร์หรือไม่ และนักวิทยาศาสตร์คิดว่าธาตุกำมะถันบนดวงจันทร์มาจากการเคลื่อนตัวของเปลือกดวงจันทร์ในอดีต การศึกษาถึงธาตุกำมะถันบนดวงจันทร์จึงอาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทำความเข้าใจถึงอดีตของดวงจันทร์ได้ดีขึ้น
ในตอนนี้ ยานลงจอดและรถสำรวจในภารกิจจันทรยาน-3 ได้ปฏิบัติงานมาถึงครึ่งทางของระยะเวลาปฏิบัติงานที่ทาง ISRO วางแผนไว้แล้ว (ที่ 2 สัปดาห์) และขณะนี้ รถสำรวจปรัชญาน ได้เข้าสู่ “โหมดหลับ” เพื่อชาร์จพลังงานจากแสงอาทิตย์ผ่านแผงเซลล์สุริยะ คาดการณ์ว่าจะกลับมาปฏิบัติภารกิจอีกครั้งในวันที่ 22 กันยายนนี้ ซึ่งทางเราต้องมารอลุ้นกันต่อไป

