อากาศร้อนช่วย Komiya Shoten ร้านร่มทำมืออายุ 93 ปี เห็นยอดขายเพิ่ม เห็นผู้ชายถือร่มมากขึ้น
สภาพอากาศในช่วงฤดูร้อนที่ญี่ปุ่นที่นับวันยิ่ง ‘ร้อนระอุ’ ทำให้ ฮิโรยูกิ โคมิยะ วัย 54 ปี ทายาทรุ่นที่ 2 ของร้านโคมิยะ โชเต็น ( Komiya Shoten) ร้านร่มทำมือที่มีอายุยืนยาวมาถึง 93 ปี และแทบจะพูดได้ว่าเป็นร้านร่มทำมือร้านสุดท้ายที่เหลืออยู่ในกรุงโตเกียวเริ่มมีความหวัง เมื่อเห็นยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ลูกค้าผู้ชายก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
“คุณจะรู้สึกเย็นเมื่ออยู่ใต้ร่ม ทันทีที่ได้ใช้ คุณจะวางไม่ลง “ฮิโรยูกิ เจ้าของร้านโคมิยะ โชเต็น ที่ปู่ของเขาได้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2473 บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพี ที่ไปสัมภาษณ์เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
ร้านร่มทำมือที่ใช้เทคนิคทำร่มตั้งแต่ยุคเมจิของญี่ปุ่น (2411-2455 )แห่งนี้เคยเป็นร้านร่ม 1 ใน 70 ร้านที่ตั้งอยู่ในย่านนิฮงบาชิ ที่เคยเป็นศูนย์กลางของกรุงโตเกียวในอดีต แต่ปัจจุบันเป็นร้านร่มทำมือที่เหลืออยู่เพียงหยิบมือในญี่ปุ่น เนื่องจากการเข้ามาบุกตลาดของร่มพลาสติก ‘เมด อิน ไชนา’ ที่มีราคาถูกกว่า และมีขายตามร้านสะดวกซื้อทุกแห่ง

ร่มของโคมิยะ โชเต็น ต่างจากสินค้าคู่แข่งที่ผลิตปริมาณมาก แต่ร่มของโคมิยะฯ ใช้สิ่งท่อที่ผลิตในญี่ปุ่น ใช้ช่างฝีมือในบ้าน ด้วยเทคนิคการทำที่ใช้มาตั้งแต่ยุคเมจิ “คุณต้องใช้เวลาเรียนรู้วิธีทำร่มอย่างน้อย 5 หรือ 6 ปี ” อิกโกะ ทานากะ ช่างทำร่มบอกกับเอเอฟพี ระหว่างกำลังเย็บผ้าติดบนซี่โครงร่มคาร์บอนไฟเบอร์
ปัจจุบันร่มของโคมิยะ โชเต็น มีการใช้เทคนิคสมัยใหม่ และมีการเคลือบผ้าด้วยวัสดุที่ช่วยป้องกันแสงแดดได้เกือบ 100 % มีอายุการใช้งานยืนยาวกว่า มีราคาขายคิดเป็นเงินหลายร้อยดอลลาร์สหรัฐฯ
จากข้อมูลของสมาคมส่งเสริมการทำร่มแห่งญี่ปุ่น ระบุว่าร่มญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมทำจากไม้ ไม้ไผ่ และกระดาษเรียกว่าวาชิ เคลือบน้ำมันเพื่อป้องกันฝนที่ตกหนักบ่อยในญี่ปุ่น และใช้เวลาทำนานหลายสัปดาห์ แต่การนำเข้าร่มจากตะวันตกที่เรารู้จักกันในปัจจุบันเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2402 หลังจากญี่ปุ่นยกเลิกนโยบายแยกตัวที่ใช้มานาน 220 ปี
ในยุคเมจิ ร่มจากตะวันตกถือเป็นเครื่องประดับราคาแพง และแพร่ขยายไปทั่วญี่ปุ่น แต่ตอนนั้นก็มีผู้ผลิตร่มท้องถิ่นมองเห็น ‘ช่องว่าง’ ในตลาด หนึ่งในนั้นมีปู่ของ ฮิโรยูกิ โคมิยะ อยู่ด้วยที่ย้ายมาอยู่ที่กรุงโตเกียวเป็นช่างทำร่ม และเริ่มทำร้านร่มของตัวเองในปี 2473

ธุรกิจร่มทำมือเดินมาถึง ‘จุดพีค’ ช่วงปลายทศวรรษ 1960s เมื่อร่มราคาถูก ‘คู่แข่ง’ เริ่มทะลักเข้ามาจากประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชีย ทำให้เจ้าของธุรกิจร่มทำมือหลายคน ‘ถอดใจ’ ถอนตัวออกไปจากธุรกิจนี้ แม้แต่โคมิยะ โชเต็น ก็เกือบถอดใจไปแล้วเช่นกัน
“คุณสามารถซื้อร่มพลาสติกที่ราคา 500 เยน (ราว 121 บาท ) หรือ 100 เยน (ราว 24 บาท ) แต่ร่มของเราขายราคา 20,000 เยน (ราว 4,858 บาท) เราไม่สามารถแข่งขันได้ “ ฮิโรยูกิ เล่า
อย่างไรก็ตามธุรกิจครอบครัวโคมิยะได้ค้นพบช่องทางในการนำเสนอร่มที่หรูหรา ควรค่าแก่การมีไว้ในครอบครองของร้านด้วยการ สร้างเว็บไซต์ที่ดูน่าสนใจ และการนำเสนอบนสื่อโซเชียล สาธิตให้เห็นถึงวิธี และทักษะต่างๆในการทำร่มของโคมิยะ โชเต็น

ธุรกิจของโคมิยะฯ เริ่มกระเตื้องกลับมาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว และสินค้าของทางร้านยังได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากที่ว่าการกรุงโตเกียวเมื่อปี 2561 ว่าเป็นร่มทำมือแบบดั้งเดิม
ถึงแม้จะผลิตปริมาณน้อย ด้วยแรงงานจากช่างฝีมือไม่ถึง 10 คน แต่ยอดขายสินค้าของร้านกำลังเพิ่มขึ้น รวมถึงยอดขายร่ม “เรากำลังเผชิญกับฤดูร้อนที่ร้อนระอุ อาจเป็นเพราะสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นทั่วโลก และคนใช้ร่มกันแดดใมากขึ้น อีกทั้งจำนวนลูกค้าผู้ชายที่ซื้อร่มจากเราก็มีตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ” ฮิโรยูกิ บอกอย่างมีความหวัง

